AuthorJessica Wilson

Content สิ่งที่มีผลต่อการทำ SEO เพื่อจัดอันดับให้กับเว็บไซต์

ถึงแม้ว่าการทำ SEO เพื่อเป็นการจัดอันดับเว็บไซต์ให้เป็นไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้นนั้น จำเป็นจะต้องอาศัยหลากหลายปัจจัยด้วยกัน และหนึ่งในหลากหลายปัจจัยนั้น ก็ยังคงประกอบไปด้วย content ซึ่งมีผลต่อการทำ SEO อย่างแน่นอน สำหรับบางเว็บไซต์ที่เน้นนำเสนอ content ดี ๆ ออกมาเผยแพร่ และไม่ได้มีการทำ SEO มากเสียเท่าไหร่นัก แต่เว็บไซต์นั้นกลับมีอันดับที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และติดหน้าแรกของ google ได้อย่างสบาย ๆ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้หากมีการนำเสนอเนื้อหาหรือ content ที่ดีและมีคุณภาพอย่างแท้จริง หากเราจะกล่าวว่า content มีความสำคัญมากถึงมากที่สุดต่อการจัดอันดับของ google ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ยิ่งถ้าหากเนื้อหามีความเป็นธรรมชาติมากเท่าไหร่ ยิ่งส่งผลดีมากขึ้นเท่านั้น

Content ที่ถูกเขียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ส่งผลดีอย่างมากที่สุด

การเปลี่ยนแปลงในการจัดทำ content เพื่อที่จะรองรับการทำ SEO ได้มากยิ่งขึ้น ส่งผลทำให้มีการจัดทำ content แบบโฟกัสและเขียนขึ้นแบบเน้น keyword เข้าไปเพียงอย่างเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้จึงส่งผลเสียทำให้ content ไม่มีความเป็นธรรมชาติ แต่จริง ๆ แล้ว content ที่ดี มีคุณภาพ และเขียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ กลับส่งผลดีต่อการทำ SEO เสียมากกว่าเป็นไหน ๆ

กรณีจากการศึกษาเกี่ยวกับ content ของ SearchMetrics

มีข้อมูลเกี่ยวกับกรณีจากการศึกษา Content ของ SearchMetrics ซึ่งเขาได้พบว่า จำนวน 53 เปอร์เซ็นต์ของการค้นหา ใน 20 อันดับแรกที่มีคีย์เวิร์ดอยู่ภายใน title tag และภายในหน้า Landing page ที่ปรากฏว่ามีคีย์เวิร์ดอยู่ในแท็ก H1 และดูเหมือนว่าจะน้อยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์เสียด้วยซ้ำไป และที่แน่ ๆ ก็คือ ตัวเลขเหล่านี้กลับมีลักษณะที่ค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ ในแต่ละปี ซึ่งแสดงให้เห็นได้เลยว่าทางด้าน google มีการประเมินบทความและมีการพิจารณาบทความมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแทรกคีย์เวิร์ดภายในเนื้อหานั่นเอง

กรณีการศึกษา content ของ Backlinko

ในกรณีการศึกษาของ Backlinko กลับค้นพบว่า content ที่มีเนื้อหายาวหลายร้อยคำขึ้นไป จะสามารถทำ Rank ได้ดีกว่าเนื้อหาที่มีลักษณะสั้น ๆ อาจจะเป็นเพราะเนื้อหายาว ๆ จะสามารถชี้แจงรายละเอียดได้ดีกว่า และที่น่าสนใจไปมากกว่านี้ก็คือ SearchMetrics กลับพบว่า content ที่มักจะติดอันดับภายใน Mobile มักจะเป็น content ที่มีเนื้อหายาว ๆ เป็นหลักเลยทีเดียว

การทำ content ที่ดีและมีคุณภาพ ย่อมส่งผลต่อการทำ SEO ได้อย่างแน่นอน อย่างน้อยเว็บไซต์ที่ดีและมีคุณภาพจริง ๆ จะต้องนำเสนอเนื้อหาที่ดี มีความครบถ้วน จนทำให้เกิดการติดตามในครั้งต่อ ๆ ไปเป็นหลัก อีกทั้ง content ที่มีความเป็นธรรมชาติ ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของ google อีกด้วย

วิธีการติดตามผล เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าในการทำ SEO

การผลักดันเพื่อให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่ดียิ่งขึ้น หรือ เป็นเว็บไซต์ที่สามารถติดหน้าแรกของกูเกิลได้นั้น คุณจำเป็นจะต้องพึ่งพาหลักการทำ SEO เข้ามาเกี่ยวข้อง และด้วยเทคนิคพร้อมทั้งวิธีการที่ค่อนข้างจะหลากหลาย อาจจะส่งผลทำให้ผู้ที่รับทำ SEO แต่ละคน เลือกที่จะใช้วิธีการทำที่แตกต่างกัน บางคนเลือกที่จะทำวิธีการที่ดีที่สุด ส่งผลดีและสร้างอันดับที่ดีให้กับเว็บไซต์ได้โดยตรง แต่สำหรับบางคนกลับเลือกที่จะใช้วิธีการทางลัด และจัดทำ SEO ด้วยเทคนิคหรือวิธีการแบบผิด ๆ จนทำให้เกิดผลเสียต่อเว็บไซต์ตามมาในภายหลัง แต่เมื่อมีการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ ย่อมจะต้องมีการติดตามผล หรือ ทำการตรวจสอบถึงความก้าวหน้าผ่านการทำ SEO ดังนี้

ติดตามผล เพื่อตรวจสอบการทำ SEO

สำหรับวิธีการง่าย ๆ ผ่านการติดตามผลเพื่อตรวจสอบการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณนั้น เพียงแค่คุณเปิด Chrome หลังจากนั้นให้คุณลองเข้าโหมด Incognito ซึ่งในกรณีนี้เป็นเพราะโหมดปกติทางด้านกูเกิลมักจะดึงเว็บที่เราได้ทำการเข้าบ่อยครั้ง ให้กลายมาเป็นเว็บไซต์ในอันดับต้น ๆ ส่งผลทำให้เราอาจจะมองเห็นผลในการค้นหาที่ไม่ตรงกับผู้เลือกใช้เสียส่วนใหญ่

เมื่อคุณได้ทำการเข้าสู่โหมด Incognito แล้ว ให้คุณพยายามลองใส่คีย์เวิร์ด ที่คุณเองคิดว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะทำการค้นหา หลังจากนั้นให้คุณลองดูเว็บไซต์ของคุณเอง ว่ากำลังอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ของวันนี้ แต่ถ้าหากคุณพยายามเปิดดูแล้วสักประมาณ 2 – 4 หน้า แต่กลับไม่ค้นพบเว็บไซต์ของคุณเลย ขอให้คุณจงจำไว้ว่า คุณจะต้องเริ่มทำ SEO คำนั้น ๆ ที่คุณได้ค้นหาได้แล้ว

การทำ SEO หากจะให้เห็นผลที่แท้จริง ต้องรอนานไหม?

ทุกคนย่อมมีความหวังและคาดหวังผ่านการทำ SEO ในส่วนนี้ต้องขอแจ้งให้ทราบก่อนค่ะว่า การทำ SEO เพื่อให้เกิดผล ถือได้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายและจำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลา กว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ยังคงต้องอาศัยระยะเวลาเป็นเดือน ๆ หรือมากกว่านี้อยู่ดี โดยเฉพาะถ้าหากใครได้ทำ SEO อย่างต่อเนื่อง ขอให้คุณพยายามทำต่อไปอย่าได้หยุดรอ โดยเฉพาะการปรับเว็บไซต์ให้ดีและมีคุณภาพ คุณจำเป็นจะต้องทำอย่างต่อเนื่องให้ได้มากที่สุดเท่าที่คุณเองจะทำได้ ซึ่งทุกอย่างย่อมมีผลต่อคะแนนและอันดับสำหรับกูเกิลอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่า SEO จะเป็นตัวช่วยที่ดี แต่อย่างน้อยการแข่งขันก็ดูสูงมากเป็นพิเศษ หากคุณหยุดรอหรือหยุดทำเมื่อไหร่ อันดับที่คุณเคยได้ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไป สิ่งเหล่านี้ย่อมไม่จีรังยั่งยืนอย่างแน่นอน

ทำอันดับหวยออนไลน์ ทำไมติดอันดับยากจริงนะเออ

คำถามแปลกๆมาอีกแล้ววันนี้มาในสายพนันอีกแล้วกับคำว่า หวยออนไลน์ ที่มีคนถามมาว่าทำไมทำคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวกับ หวยออนไลน์ ถึงอันดับไม่ขึ้นมันเป็นเพราะอะไร คำตอบคือ คำว่า หวยออนไลน์ มีคนทำ SEO เยอะมากและใช้คีย์เวิร์ดที่หลากหลาย คนที่ทำติดอันดับ 1 นั้นเขามีการใช้คำที่หลากหลายมีการทำ SEO ที่แข็งมากและมีทีมงานที่มีฝีมือ คนทำ SEO มือใหม่หรือมือไม่ถึงมาทำคีย์ หวยออนไลน์ เครียดจนท้อไปหลายคนแล้วเพราะความยากของมันแม้จะเล่นคำให้กลายเป็นคีย์เวิร์ดใหม่ๆ เช่น หวยออนไลน์งวดนี้ , หวยเด็ดงวดนี้ , หวยเด็ดฟีฟ่า , หวยออนไลน์สโบเบ็ต แต่ก็ไม่สามารถเบียดติดขึ้นอันดับต้นๆได้

คู่แข่งสูง มักจะ SEO มาแบบ Full Option

หากจะให้วิเคราะห์เว็บที่ทำคีย์นี้แล้วติดอันดับ SEO ในอันดับต้นๆ จะพบว่า เขามีการใช้คำที่มีการค้นหามากและเป็นคำที่เขานำมาใช้เป็นโดเมน และมีการวางคำเหล่านี้ในออนเพจด้วย ไม่ว่าจะเป็นคำว่า หวย , หวยเด็ด, หวยงวดนี้ , หวยออนไลน์  และคำอื่นๆที่ไม่น่าเชื่อว่าจะวิ่งอันดับได้เช่น ที่สุดในโลก , หวยหนังสือพิมพ์ เป็นต้น อีกทั้งการทำ SEO หวยออนไลน์นั้นก็จัดอยู่ในสายเทาและเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ดังนั้นคีย์นี้ก็มีการแข่งขันสูงไม่แพ้คำอื่นๆในสายเว็บพนัน และมักมีการพ่วงคำให้กลายเป็นคีย์เวิร์ดใหม่ๆ เช่น หวย FIFA55 lotto sbobet เลขเด็ดฟีฟ่า เป็นต้น มันยากสำหรับคนทำ SEO สาย Backlinks และ SEO สาย Onpage ในฝั่งมือใหม่จริงๆกับการทำแนวนี้

แต่หากสนใจจะทำเว็บไซด์แนวนี้และทดลองทำ SEO ด้วยตัวเองเพื่อหวังผลจากการหารายได้เข้าเว็บไซด์ ก็น่าสนใจไม่น้อยเพราะมันดูยากแต่ก็น่าทำและเป็นการท้าทายด้วยเพราะคีย์เวิร์ดสำหรับ SEO ที่เกี่ยวกับหวยออนไลน์นั้นมีเยอะ พลิกแพลงได้หลากหลาย และแหล่งโปรโมทก็มีหลายช่องทางทุกๆโซเชี่ยลเราสามารถใช้งานมันได้ แต่จะได้ยอดเข้าชมเว็บเท่าไหร่นั้นก็ต้องลุ้นกันและข้อเสียมันคือ คนสนใจเฉพาะช่วงใกล้ๆ วันหวยออกเท่านั้น ดังนั้นก็ต้องวางแผนดีๆ ว่าจะทำแบบไหนแต่ที่สำคัญการอัพเดทข้อมูลต้องมีทุกวันและแถมให้อีกนิดคือต้องมีความอดทน และข้อมูลต้องสดใหม่ แม้ว่าแหล่งหวยจะซ้ำๆกันแต่หากทำคอนเทนต์ให้แตกต่างมันก็ช่วยเรื่อง SEO ได้หากคุณกล้าและสนใจอยากทำ SEO สายนี้ก็ต้องลองกันดูสักตั้งเพราะเชื่อว่าไม่ยากเกินความสามารถไม่ว่าจะมือใหม่หรือมือเก่าก็ตาม

SEO กับเว็บพนัน การแข่งขันที่ดุเดือด

ปัจจุบันการทำ SEO สายดาร์คหรือสายเทาที่เห็นได้บ่อยที่สุดคือ SEO คีย์พนัน นั่นหมายถึงทำเว็บสำหรับนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการพนัน ซึ่งหลายคนบอกว่ามันยากและผิดกฎ google หรืออันดับขึ้นยาก และมีทราฟฟิคน้อย แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการทำ SEO คีย์พวกนี้คือความท้าทายและแต่ละคีย์มีคู่แข่งเยอะมากๆเช่น FIFA55, SBO, W88, 928 และอื่นๆที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันหารายได้ดีกว่าการทำเว็บแนวอื่นๆ

สงสัยกันต่อใช่ไหมว่าทำไหมเว็บแนวนี้ถึงมีรายได้ดีเช่น การติดแบนเนอร์ การหาสมาชิก แน่นอนว่าการทำ SEO คีย์เหล่านี้คู่แข่งเยอะและมีคีย์เวิร์ด ให้เล่นหลายคำนอกจากคำที่กล่าวมาเช่น ดูบอลออนไลน์ , ผลบอลสด และแต่ละเว็บไซด์จะมีลูกเล่นมีความน่าสนใจที่ต่างกันบอกเลยว่าเว็บแนวนี้แข่งกันตั้งแต่การดีไซน์เว็บไซด์ การนำเสนอข้อมูลต่างๆ การทำบทความ กันเลยทีเดียวและสุดท้ายก็แข่งกันที่ SEO

การทำอันดับที่ดี

แม้ว่าแนวทางการทำ SEO สำหรับเว็บพนันจะมีไม่กี่แบบและเน้นทีการดึงทราฟฟิคเข้าเว็บไซด์เป็นอันดับแรกแน่นอนว่ามันมีความยาก เพราะส่วนมากเว็บใหญ่ๆที่นำเสนอด้านข่าวกีฬามักจะใช้คำที่คนค้นหามากๆ และมันมักจะขึ้นหน้าแรกๆของ google แบบไม่ตกทำให้คนทำเว็บแนวนี้ปั่น SEO ขึ้นอันดับกันลำบาก หากไม่เชื่อลองค้นหาคำว่า ผลบอล แล้วคุณจะเห็นเลยว่าเว็บไซด์ใหญ่ๆ ติดขึ้นอันดับต้นๆ ตลอด หรือ ค้นด้วยคำว่า ข่าวบอล ก็จะเจอเว็บเดิมๆอีก บอกเลยว่าการแข่งขันดุเดือดสุดๆ สำหรับการทำ SEO คีย์พนันและเดือดไม่แพ้กับการแข่งขันของเว็บพนันออนไลน์กันเลย แต่ทำไมใครถึงนิยมทำ SEO เว็บพนันออนไลน์ มันเป็นเพราะความท้าทายอย่างที่บอกและมันมีเนื้อหาที่พลิกแพลงได้หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องเสนอเรื่อง พนันออนไลน์ อย่างเดียว เราสามารถดัดแปลงให้เป็นเนื้อหาที่น่าสนใจได้แต่แค่แทรกคีย์เวิร์ดที่เราต้องการเท่านั้นเอง

เราเคยบอกเสมอว่าการทำ SEO ไม่ให้ยึดอะไรที่ตายตัวนอกจากสิ่งที่เป็นแนวทาง การปรับเปลี่ยนการค้นหารูปแบบที่เหมาะกับแต่ละเว็บคือสิ่งสำคัญในการทำ SEO ที่จะสามารถช่วยทำให้ไปถึงเป้าหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซด์แนวไหนก็ตาม หากมีความต่าง ไม่มีอะไรที่ซ้ำๆเดิมๆ จากที่มีอยู่รับรองว่าอันดับ SEO มาแน่นอนเพราะธรรมชาติของ google นิยมความสด ความไม่ซ้ำ ดังนั้นหากเรานำเสนออะไรที่มันแตกต่างๆได้มันก็น่าจะประสบความสำเร็จหรือได้ผล และเราคงเห็นการแบ่งปันแนวทาง SEO ในแบบต่างๆซึ่งเราสามารถนำมาทดลองได้รับรองว่ามันจะช่วยได้แน่นอน

ปริมาณคีย์เวิร์ดในบทความ ควรมีเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม ?

สิ่งที่คนทำ SEO มือใหม่หลายคนยังสงสัยและคาใจคือ การใส่คีย์เวิร์ดกี่ครั้งในบทความถึงจะเหมาะสม บางตำราก็ว่า 3% บางตำราก็ว่า 10% บางตำราไม่กำหนดแต่บอกว่ายิ่งเยอะยิ่งดี แต่จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ตายตัวเท่าไหร่นักกับการใส่คีย์เวิร์ดในบทความแต่ควรเลือกให้เหมาะสมกับปริมาณจำนวนคำของบทความและเลือกใส่ในจุดที่สำคัญ และที่เน้นคือบทความต้องอ่านออก ไม่ใช่ยัดแต่คีย์เวิร์ดจนดูไม่เนียและไม่มีเนื้อหาสาระสำคัญแบบที่พวกสปินบทความนิยมทำกัน

การเลือกใส่คีย์เวิร์ดในส่วนต่างๆก็ควรทำให้เหมาะสมกับการทำ SEO เช่น ใส่คีย์เวิร์ดในชื่อเรื่องของบทความ ใส่ในหัวข้อสำคัญ ทุกย่อหน้าควรมีคีย์เวิร์ดอย่างน้อย 1-2 คำตามปริมาณของคำในเนื้อหาตรงนั้นและที่สำคัญต้องเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาบทความด้วย เพราะการใส่คีย์เวิร์ดที่ดีจะช่วยให้การค้นหามาถึงเว็บไซด์เราได้ง่ายๆ และบอทเข้ามาเก็บข้อมูลหรือวิเคราะห์บทความด้วยเครื่องมือต่างๆ แล้วอยู่เกณฑ์ที่ผ่านนั่นคือเราสามารถติดอันดับได้เร็วขึ้น และ คีย์เวิร์ดก็สามารถช่วยให้เราทำลิงค์ต่างๆได้ง่ายเพราะมีการแทรกลิงค์ในบทความเพื่อส่งไปภายในเว็บและนอกเว็บหรือทำให้เป็น Backlink กลับมาที่เว็บเราได้ นั่นคือความสามารถของคีย์เวิร์ดที่เราเลือก

การเลือกคีย์เวิร์ดไม่จำเป็นต้องสั้นไป หรือยาวไป และเราสามารถใช้คำอื่นที่เชื่อมโยงกับเว็บไซด์ได้แต่มีความหมายเดียวกับคีย์เวิร์ดหรือเติมคำอื่นเพื่อให้เกิดความแตกต่างและมันควรเป็นคำที่มีการค้นหาด้วย เพื่อเสริมให้ถูกค้นได้ไวขึ้นเช่นเราใช้คีย์เวิร์ดว่า ครีมหน้าขาว เราก็สามารถเติมคำอื่นเป็น ครีมหน้าขาวเด้ง, ครีมหน้าขาวใส, ครีมหน้าขาวคุณภาพดี เป็นต้นซึ่งคำต่างๆเหล่านี้มีผลกับ SEO และมันจะช่วยให้เว็บที่เราต้องการให้เกิดผลลัพธ์ในการทำ SEO เห็นผลเรามากขึ้น แต่การอัดคีย์เวิร์ดมากไปก็จะกลายเป็นสแปมได้เพราะหากเลือกจุดวางไม่เหมาะสม หรือ เยอะเกินเหตุโดยไม่เชื่อมโยงกับเนื้อหา

คำค้นหาที่ดี

ซึ่งปัจจุบันระบบของ Google มีการปรับอะไรหลายๆอย่างทำให้การทำ SEO มันยากขึ้นด้วย การตรวจจับคีย์เวิร์ดในบทความมีความเข้มช้นขึ้นดังนั้นเราจึงควรใส่ใจกับบทความให้มากพอกับการเลือกวิธีและรูปแบบหรือเทคนิคในการทำ SEO ด้วยแค่บทความสดใหม่มันไม่พอแต่ต้องมีการครีเอทและผสมผสานบทความกับเทคนิคต่างๆเช้าด้วยกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อให้เว็บไซด์ติดอันดับที่ดีแม้ไม่ได้หน้าหนึ่ง อันดับหนึ่ง แต่การติดในหน้าต้นๆไม่เกินหน้า 5 ก็ถือว่าเราทำ SEO ได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว และมันจะเป็นแนวทางที่เราสามารถนำไปทำให้ติดอันดับที่ดีกว่านี้ได้แน่นอน

2 เส้นทางที่นักทำ seo ต้องเลือกเดิน

มันมีมายาวนานแล้วสำหรับการทำอาชีพ SEO ซึ่งจะมีอยู่สองเส้นทางหลักที่คนจะต้องเลือกเดิน หากคุณคิดจะมาทำอาชีพ SEO เป็นงานประจำในแต่ละวัน และต้องการประสบความสำเร็จกับสิ่งที่คุณทำ นี้จากประสบการณ์ผู้เขียนที่ทำด้านนี้มากกว่าเจ็ดแปดปี จะพบว่าส่วนใหญ่แล้วในเอสอีโอมือใหม่ที่เข้ามาในวงการ จะใช้วิธีการทำหาลิ้งฟรีเป็นหลัก และเน้นแหล่งแบคลิงค์ที่ต่างประเทศมักจะแจกกันหรือที่คนส่วนใหญ่เข้าไปทำกัน

วิธีการทำลิ้งฟรี มันคือสายของนักทำ SEO ซึ่งวิธีการนี้ถือว่าเป็นวิธีการที่ทำได้แต่อาจจะไม่ค่อยได้ถูกหลักนัก เปรียบเสมือนว่าเราเห็นคนไปทำลิ้ง จาก WordPress.com เราก็เข้าไปทำลิ้งจาก WordPress.com เป็นหลักดัวย ในความเป็นจริง มันจะส่งผลดีบ้างและอาจจะแย่ในกรณีที่เราทำเยอะเกินไป เราจำเป็นที่จะต้องรู้จักการคัดกรองลิ้ฟรีหากเราคิดจะทำแหล่ง BL ฟรี อย่าไปทำเว็บที่มีการโดนสแปมเยอะ หรือแหล่งลิ้งที่ไร้คุณภาพ โดยเฉพาะพวกเว็บที่มีโครงสร้างของเว็บที่มีการโชว์ Error ให้เห็น จนทำให้แฮ็คเกอร์สามารถเข้าไปเจาะระบบโดยรูปแบบ SQL Injection ได้ ถ้าเจอแนวนี้ให้เลี่ยง Website ที่เราควรจะทำ Backlinks นั้น ในกรณีที่เราเป็นนักเอสอีโอสายใช้ของฟรี ก็คือควรเป็นแบคลิ้งค์จากเว็บคุณภาพของจริง หรือหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับหมวดหมู่เดียวกันกับเว็บของเราแล้วเอาไปแปะลิ้งค์แบบนี้เป็นต้น

PBN SEO

SEO สายลงทุน PBN เน้นผลระยะยาว

ส่วนอีกสายหนึ่งก็คือการทำ SEO ในรูปแบบของการลงทุน คือการลงทุนสร้างวงแหล่งแบคลิ้งค์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อเอาไว้ใช้ส่วนตัวคนเดียว รูปแบบนี้จะใช้ทุนเยอะตามจำนวนของแหล่งลิ้งที่เราสร้างขึ้น สมัยก่อน เราจะนิยมใช้ SEO Hosting ซึ่งไม่ได้อยู่ในระบบของ Cloud แต่ปัจจุบันมีนักเอสอีโอหลายคนได้ใช้คราวเซิร์ฟเวอร์มาเป็นแหล่งส่งลิ้งแทนแล้ว เพราะราคานั้นสูงกว่ากันอยู่เล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้รับมา

ความน่าเชื่อถือของระบบข่าวจึงทำให้เป็นคำตอบของนัก SEO สายลงทุนในยุคปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำเว็บพนันค่ายดัง 928 หรือกลุ่มเว็บที่ตลาดให้ผลตอบแแทนสูงทั้งหลาย ไม่ว่าเราจะเล่นสายไหน เราก็ควรจะต้องดูกำลังว่าเราเหมาะกับการทำรูปแบบไหนมากกว่า หากเรามีทุน เรามีความรู้ในระดับหนึ่ง ก็ควรจะตามในส่วนของสายลงทุน เพราะปลอดภัยและเราสามารถควบคุมมันได้ทั้งหมด หากว่าเราเพิ่งเริ่มต้นหรือทุนไม่มี ทุนน้อย มีเว็บไซต์เยอะมากถ้าสร้างฐานไว้ส่งลิ้งเองหมดคงไม่ไหว ก็ควรจะหาของฟรีแทนการลงทุน จะได้ไม่ต้องมาเสียเงินเยอะ เพียงแต่เราต้องเหนื่อยเยอะหน่อยกับการคัดกรองลิ้งฟรีทั้งหลายที่ตัวเว็บไซต์ที่คุณภาพแตกต่างกัน

“ทำสายไหน เลือกที่ตัวเราคิดว่าใช่…”

เน็ตเวิร์คส่วนตัวอาจไม่จำเป็นอีกต่อไปในยุค SEO 2017

ฟังดูค่อนข้างจะตลกดีแต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆเพราะในเมื่อช่วงสัปดาห์หรือช่วงเดือนที่ผ่านมานี้เอง ทาง Google มีการอัพเดทอัลกอริทึม จากผลการทดลองพบว่าหลายเว็บที่ยังไม่ได้ใช้ลิงค์จากเน็ตเวิร์คส่วนตัวกับมีอันดับเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพียงแค่ใช้วิธีการทำ Inner Links เพียงอย่างเดียวเท่านั้น กระบวนการทำ Inner Links ก็คือการทำลิงค์จากแต่ละบทความลิงค์ไปยังอีกหนึ่งบทความที่มีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กัน เป็นการโยงเครือข่ายลิงค์ภายในเว็บไซต์เดียวกัน ไม่ใช่จากเว็บไซต์อื่นลิงค์เข้ามายังอีกเว็บไซต์หนึ่ง ซึ่งวิธีการทำรูปแบบนี้ปัจจุบันกลับได้ผลดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเช่นเรามีบทความเนื้อหาเกี่ยวกับ SEO แล้วมีการทำลิงค์คำว่า SEO ไปยังอีกหนึ่งบทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับข้องกัน หน้าที่มีลิงค์ไปหา อาจจะติดอันดับขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติได้เลย ไม่จำกัดว่าจะเป็นคำค้นหาหลักหรือคำค้นหายย่อย

SEO 2017 มีแนวทางอย่างไรเรื่อง PBN

ปัจจุบันนี้พูดตรงตรงก็คือ Google เริ่มให้ความสำคัญกับการใช้ออนเพจมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามในเรื่องของเน็ตเวิร์คส่วนตัวยังมีความจำเป็นอยู่บ้าง เพียงแค่เราอาจจะลดต้นทุนลงมาได้ค่อนข้างเยอะจากเมื่อก่อนการที่จะดันคีย์เวิร์ด A ต้องใช้ลิ้งจาก PBN ประมาณ 100 โดเมน แต่ปัจจุบันอาจจะใช้แค่ 20 โดเมน สังเกตได้จากการไปสปายกลุ่มคำค้นหาที่คู่แข่งเยอะ ผลบอลสด เกมส์ ดูทีวีออนไลน์ พวกนี้หลายเว็บที่ติดหน้าแรกไม่ได้มีแหล่งลิงค์เยอะ ก็จะทำให้เราประหยัดต้นทุนไปได้ค่อนข้างเยอะพอสมควรเลยทีเดียวหากว่าเราเป็นนัก SEO ที่รู้จักบริหารเรื่องเงิน สิ่งเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างมาก เราควรจะศึกษาออนเพจทำให้มันดีตั้งแต่ในระดับพื้นฐาน ให้เว็บไซต์เรามีพื้นฐานเรื่องอันดับเว็บที่ดี ส่วนเรื่องลิงค์นั้นเป็นปัจจัยภายนอก ซึ่งเราก็สามารถหามาได้เติมเต็มอยู่ตลอดในระดับที่เหมาะสม เพียงแค่นี้อันดับเว็บไซต์ของเราก็จะมั่นคงแล้ว

ต้องการเป็นนักทำอันดับเว็บไซต์ที่ดี การทำ SEO 2017 ต้องหาความรู้อยู่สม่ำเสมอ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามกลไกการจัดอันดับ รับรองว่าอาชีพนี้จะตอบโจทย์เราและพาเรามีเงินเก็บไปได้อย่างต่อเนื่องแน่นอน ตราบที่คนอย่างนิยมการค้นหาผ่านเว็บไซต์อยู่

SEO 2017 PBN ยังใช้ได้อยู่ไหม ?

ในแต่ละปีจะมีการอัพเดทอัลกอริทึมของ Google อยู่ตลอดเวลา บางช่วงก็จะมีการส่งผลว่า บล็อกเน็ตเวิรคส่วนตัวอาจจะส่งผลเรื่องของอันดับได้ไม่ดีนัก แต่ในบางช่วงก็จะส่งผลดีอย่างมากหากได้รับแบคลิ้งค์จาก PBN หรือก็คือเน็ตเวิร์คส่วนตัวนั่นเอง ทีนี้ในปี 2017 แต่ละช่วงก็จะมีการเปลี่ยนแปลงของอันดับอยู่ตลอดเวลาทำให้นักทำ SEO บางคนเริ่มสงสัยว่าการใช้เน็ตเวิร์คส่วนตัวดันอันดับยังสามารถทำได้หรือไม่ แล้วคุ้มค่ามากแค่ไหนกับการลงทุนที่จะสร้างเน็ตเวิร์คเป็นหลาย 100 โดเมน เพราะการลงทุนสร้างบล็อกเครือข่ายส่วนตัวแต่ละครั้งอาจจะใช้เงินหลักแสนหรือหากสร้างหลาย 100 โดเมนก็อาจจะต้องเสียงเงินเกือบ 1,000,000 ต่อปีเลยก็ว่าได้ อยู่ที่คุณภาพของโดเมนที่เรานำมาสร้างเป็นบล็อกเน็ตเวิร์คนั่นเอง

ต้องบอกตามตรงว่าปัจจุบันการใช้เน็ตเวิร์คส่วนตัวยังคงดันอันดับได้อยู่เหมือนเดิม แถมอาจจะส่งผลดีซะด้วยซ้ำหากว่า PBN เหล่านั้นได้ใช้ Hosting จากกลุ่มที่เป็น Cloud Server จุดนี้เป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจโฮสติ้งทั่วโลกเมื่อระบบ Cloud Server ถูกนำมาใช้จนเป็นที่นิยมของนักทำเว็บไซต์ทั่วไป การที่เราสร้างบล็อกเน็ตเวิร์คอยู่บนการเช่า host เซิร์ฟเวอร์ที่เป็นระบบคลาวย่อมส่งผลดีมาก กว่าซึ่งผู้เขียนเองได้ลองทดสอบในการทำอันดับมาแล้ว

อย่าลืมเรื่อง Footprint พื้นฐานของ PBN

แต่ในทางกลับกันก็จำเป็นที่จะต้องสร้างบล็อกของเราให้ไม่ทิ้งรอยเท้าไม่ให้บอทของ Google สามารถตรวจสอบได้ว่ามีลิงค์เชื่อมโยงหากันไปยังเว็บไซต์เดียวกันเยอะเกินไป จนในที่สุดก็จะโดน Google DeIndex ได้ง่าย ที่สำคัญ การสร้างเนื้อหาของบล็อกให้อยู่ในรูปแบบเกี่ยวพันกับเนื้อหาเว็บไซต์ไปทางที่เราจะเชื่อมโยงไปย่อมส่งผลดีกว่าการสร้างบล็อกที่มีเนื้อหาทั่วไปไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเว็บไซต์ปลายทางของเรา จุดนี้ยังคงใช้ได้ดีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่สำคัญคือต้องไม่ทิ้ง Footprint ให้ Google สามารถติดตามได้

การสร้าง PBN ก็คือการสร้างเว็บไซต์ขนาดย่อม หากเนื้อหาของบล็อกเรามีประโยชน์ต่อผู้อ่านสร้างได้เหมือนกับมินิบล็อคขนาดเล็ก มีคนสนใจ มีการให้ความเห็นอยู่ต่อเนื่อง ก็เปรียบเสมือนว่าเว็บบล็อกของเราเว็บนั้นแทบจะไม่มีโอกาสจะโดน Google แบนได้เลย แต่หากว่าเป็นเนื้อหาที่ไร้ประโยชน์มีการสปินเปลี่ยนบทความมาใช้ การที่ Robots Google จะตรวจสอบก็คงไม่ยากเกินกำลัง และท้ายที่สุดเราก็จะเป็นคนขาดทุน ดังนั้นในปี 2017 การใช้ PBN ยังคงทำมันดับได้ดีเหมือนเดิม และเราต้องไม่ลืมเรื่องการไม่ทิ้งรอยเท้าให้โดนตรวจสอบได้ง่าย เพียงแค่นี้ การทำอันดับ SEO ก็ไม่ยากเกินกำลังอีกต่อไป

ปัญหาของการสร้าง SEO Backlinks จากเน็ตเวิร์คแล้วมักจะโดนแบน

นักทำ SEO สายใจร้อนคงจะปฏิเสธเรื่องนี้กันไม่ได้แน่นอน จริงๆก็ไม่ใช่แค่นักทำ SEO ที่อารมณ์ร้อนง่ายเท่านั้น ยังรวมไปถึงมือใหม่หัดทำ SEO อีกด้วย การออกแบบเน็ตเวิร์คนั้นค่อนข้างมีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะใช้เป็นฐานลิงค์ไว้ส่งข้อมูลเข้าเว็บไซต์ทำเงิน หากแหล่ง Backlinks นั้นมีคุณภาพ มากจากเว็บ Blog ขนาดเล็กหรือมาจากแหล่งเว็บบันเทิงขนาดใหญ่ก็ตาม ขอแค่เป็นเว็บที่โตอย่างธรรมชาติและไม่เข้าข่ายการสแปม ลิงค์เหล่านั้นล้วนถือว่าสำคัญต่อการทำ SEO ทั้งสิ้น ข้อสำคัญในการสร้าง Backlinks ที่ดีให้กับเว็บไซต์เป้าหมายของเรา นั่นคือลิงค์เหล่านั้นควรจะต้องเป็นลิงค์ที่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาเว็บไซต์ปลายทาง หรือถ้าเป็นลิงค์จากเว็บที่เกี่ยวข้องกันโดยตรงได้ก็ยิ่งเป็นเรื่องดีมาก เพราะมันมีความสอดคล้องของเรื่องราว Google ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี ใครที่มีประสบการณ์ทำ SEO มายาวนานจะรู้ดีว่าความสำคัญของเนื้อหาจากเว็บปลายทางและเว็บต้นทาง จะมีส่วนช่วยให้การทำ SEO ง่ายขึ้นในระยะยาว ทนทานต่อการปรับเปลี่ยนอัลกอริทึ่มทุกไตรมาส

ผู้ให้บริการรับทำ SEO หน้าใหม่หลายคนจะพยายามเสาะหาวิธีใหม่ๆที่ทำแล้วอันดับขึ้นไว ทางลัดต่างๆ ซึ่งเข้าข่าย SEO Black Hat ถามว่ามันมีข้อดีไหมก็ต้องบอกว่ามี คือบางทีอาจจะทำอันดับได้ไว ง่ายกว่า ประหยัดต้นทุนเมื่อเทียบกับการทำ SEO สายคุณภาพ แบบ ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ การทำ Black Hat ในรูปแบบการสแปมลิงค์และถัวเฉลี่ยเว็บทำอันดับได้กับโดนเก็บทิ้งไป ก็เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย เป็นช่องโหว่เล็กๆสำหรับสายดำในเวลานี้พี่พอจะทำกินได้ แต่ในอนาคตเว็บที่กำลังทำ SEO โดยวิธีสแปมลิ้งอยู่ก็จะต้องโดนเก็บไป วิธีดันอันดับที่มั่นคงที่สุดในกรณีของ Off Page นั่นคือการใช้เน็ตเวิร์คส่วนตัวมาช่วยดันอันดับ วิธีนี้จะช่วยดันอันดับได้ดีไม่น้อยแต่ต้องรู้จักสร้างความหลากหลายและใจเย็นให้ได้พอสมควร เน็ตเวิร์คที่มักจะโดนแบนก็เพราะว่ามีการใส่ลิงค์เข้าไปเยอะมากเกินเมื่อเทียบกับจำนวนบทความหรือเนื้อหาที่มีในเว็บเน็ตเวิร์คนั้นๆ หรือไม่ก็มีการทิ้งรอยเท้าเด่นชัดให้ตรวจสอบได้ง่ายทั้งบอท Google และผู้ตรวจสอบจากทางทีมงาน Google

วิธีเลี่ยงไม่ให้เน็ตเวิร์คโดนแบนเบื้องต้น

  • ทำลิงค์ออกให้หลากหลาย
  • อย่าทำลิงค์ออกซ้ำๆกันในทุกเว็บเน็ตเวิร์ค
  • วางแต่ละเว็บไว้ต่าง Location กันอย่างชัดเจน
  • ปกปิดรอยเท้าต่างๆที่สามารถตามได้ง่าย

จริงๆทาง Annugraphix.com ได้มีการเขียนบทความเหล่านี้ไว้เยอะพอสมควรแล้ว เพื่อนๆที่หัดทำ SEO ด้วยวิธีการดันจากเน็ตเวิร์คส่วนตัว สามารถลองไล่อ่านดูได้เลย นอกจากนี้ เคล็ดลับการดันอันดับที่ดีอีกข้อนึงคือการจดชื่อโดเมนเป็นคีย์เวิร์ด เช่นถ้าเราต้องการทำคีย์เวิร์ค FIFA55 การจดโดเมน www.fifa55.com ก็ย่อมดีกว่าการจดโดเมน www.lenball55.com เพราะชื่อโดเมนมีส่งสำคัญไม่น้อยที่จะบ่งบอก Google ว่าเว็บของเราเกี่ยวกับอะไร แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดเช่นกัน ถึงจะจดโดเมนไม่ตรงคีย์เป๊ะก็ไม่ใช่ว่าจะทำอันดับไม่ได้ ค่อยทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวมันก็มาเองแหละถ้าเรามีความเข้าใจและตั้งใจที่จะทำให้เว็บไซต์เป้าหมายมีอันดับดีขึ้น

ทำ PBN ให้มีพลังด้าน SEO สูงสุด

บทความก่อนหน้าในเว็บแห่งนี้ ได้มีการพูดถึงเรื่องของเน็ตเวิร์คบล็อกที่สร้างในรูปแบบ Relevance ไปบ้างแล้ว เพื่อให้มือใหม่สามารถมองเห็นภาพได้ดีขึ้น บทความนี้เราจะมาอธิบายเพิ่มเติมกันอีกสักนิดเกี่ยวกับเรื่องของ Relevance Private Blog Network สำหรับจุดเด่นของการสร้างบล็อกเน็ตเวิร์คที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงอย่างเดียว มันเปรียบเหมือนกับว่า เว็บบล็อกของเหล่านั้น มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน เช่น เราขายเครื่องเพชร แหวนเพชรราคาถูก แน่นอนว่าเว็บไซต์ทำเงินของเราก็ต้องเกี่ยวกับกิจการขายเพชร และหากเราสร้าง Private Blog Network ขึ้นมาสักจำนวนหนึ่ง โดยแต่ละบล็อกมีเรื่องราวเกี่ยวกับเพชรโดยตรง เวลา Search Engine อย่าง Google เข้ามาเก็บข้อมูล บอทของ Search Engine จะรู้ว่าเรื่องราวของแต่ละบล็อกเกี่ยวข้องกับเรื่องราวอะไร และหากเห็นว่ากลุ่ม PBN ของเรานี้ มีการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ขายแหวนเพชรของเรา จะทำให้ Search Engine มองว่าเว็บไซต์ขายแหวนเพชรของเรามีแหล่งการเชื่อมโยงของลิงค์ที่เหมาะสมกับเว็บไซต์โดยตรง ผลที่ตามมาคืออันดับของเว็บไซต์เราจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

PBN ทั้งแบบ General และแบบ Relevance

ข้อเสียของการทำ PBN ในรูปแบบ Relevance Blog ก็คือมันจะมีต้นทุนสูงกว่าเยอะมากถ้าเทียบในจำนวนโดเมนเท่ากันที่สร้าง PBN ในรูปแบบของ Blog เรื่องราวทั่วไปไม่ได้เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมันก็มีทั้งข้อดีและเสียในทั้ง 2 แบบ อยู่ที่เรามีความต้องการสร้างแบบไหนซะมากกว่า ถ้าเป็นกรณีที่เราทำกิจการเพียงอย่างเดียว หรือหลายกิจการแต่ทุกกิจการมีความเกี่ยวข้องกัน ยกตัวอย่าง กิจการแรกทำเว็บการพนันกลุ่มของ ทางเข้า Gclub ส่วนกิจการที่สองทำเว็บไซต์กลุ่มพนันเช่นกัน แต่เป็นกลุ่มของ W88 ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มนี้ก็อยู่ในเรื่องของการพนันออนไลน์เหมือนกัน การสร้าง Private Blog Network ในรูปแบบ Relevance จะมีประโยชน์กว่า

แต่ในทางกลับกัน ถ้าทำกิจการแรกทำเว็บเกี่ยวกับแหวนเพชร ส่วนอีกกิจการขายอาหารเสริมความงาม ถ้าแต่ละกิจการต่างกลุ่มกัน ควรสร้าง Private Blog Network ที่เป็นแบบทั่วไป (General) เพื่อให้สามารถสร้างการเชื่อมโยงลิงค์ไปยังเว็บของทั้งสองกิจการได้ หากเราทำ PBN แยกวงออกมาให้แต่ละกิจการ อย่าทำเว็บ หนังเอ็กซ์ ก็ทำวงแยกออกมา จะทำให้เปลืองเงินมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เมื่อผลลัพธ์ต่างกันไม่เยอะมาก เราก็ไม่จำเป็นต้องสร้างแยกวง แต่อาจจะเอาเงินที่กะจะสร้างแยกวงมาเพิ่มจำนวนโดเมนและใช้วงเดียวร่วมกันจะดีกว่า