Tagการทำ SEO

SEO สิ่งที่ต้องตรวจสอบกับบริษัทรับทำ SEO ก่อนการจ้างงาน

การทำ SEO ตามระบบ Search Engine Organization ที่ Google กำหนด เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเว็บไซต์ออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจรายอื่น หากทำอันดับ SEO ได้สูง ก็จะมีลำดับในการสืบค้นหน้าต่างของ Google ที่ดีขึ้น มีความน่าเชื่อถือและเพิ่มยอดขายได้อย่างมาก

การจ้างงานบริษัทรับทำ SEO จำเป็นจะต้องเลือกบริษัทที่มีคุณภาพจากการตรวจตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้

1. มีเลขที่จดทะเบียนการค้าที่ชัดเจน เพื่อลดโอกาสถูกมิจฉาชีพหลอกลวง และต้องมีสัญญาการจ้างงานอย่างเป็นกิจจะลักษณะ โดยทั่วไปการทำ SEO ต้องใช้ระยะเวลา 3-6 เดือนจึงจะเห็นผลการจ้างงาน ในระหว่างการทำ จึงต้องมีการระบุถึงการรายงานความเปลี่ยนแปลงเป็นระยะด้วย เพื่อไม่ให้เจ้าของเว็บไซต์เสียโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจไปกับบริษัทที่ไม่มีความรับผิดชอบ

2. การตรวจสอบความพึงพอใจจากผู้ใช้บริการรายเก่า มักมีการรีวิวหรือแนะนำไว้ว่าบริษัททำ SEO ที่ใดบ้าง ที่สร้างผลงานน่าพึงพอใจทั้งใน Pantip หรือ Facebook หรือแม้แต่คนที่คุณรู้จักที่มีเว็บไซต์ออนไลน์ ก็สามารถที่จะสอบถาม เพื่อเสริมความมั่นใจได้ ทั้งนี้หากทางบริษัทมีการรับประกันผล ว่าจะทำให้เว็บไซต์ออนไลน์ของคุณขึ้นสู่อันดับที่ 1 ในการใช้ keyword หนึ่ง ๆ เสมอ ให้คำนึงเสมอว่าอาจถูกหลอกลวงหรือทำ SEO แบบผิด ๆ เพราะเป็นไปได้ยากในเมื่อระบบ algorithm ของ Google มีความซับซ้อนและมีการรายงานผลแบบ Real Time ซึ่งเว็บไซต์จำนวนมากก็มีทำการทำ SEO เช่นเดียวกัน การการันตีอันดับ 1 จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะผิดหวังจากการกล่าวอ้างเกินความจริง

3. การลำดับในการทำ SEO แบบมืออาชีพ หากคุณศึกษาพื้นฐานในการทำ SEO มาบ้าง จะพบว่าต้องใส่ใจทั้ง on- Page SEO และ Off-Page SEO ซึ่งหลายคนมักเข้าใจว่าการเลือก keyword ที่ดีใน on-Page SEO จะทำให้อันดับดีขึ้นได้เป็นจุดแรก ที่จริงแล้วต้องเริ่มจากการปรับส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน มีการแยกสินค้าเป็นหมวดหมู่ และพัฒนาให้เว็บไซต์เหมาะกับการใช้ทางโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เปรียบได้กับร้านค้าที่ต้องมีการจัดตู้โต๊ะชั้นให้เป็นระเบียบก่อนการจัดวางสินค้า จะทำให้ระบบของ Google มาเก็บข้อมูลได้ง่ายผ่าน XML sitemap ที่เทียบเท่ากับสารบัญของหนังสือ

จะเห็นได้ว่า การเลือกบริษัททำ SEO จำเป็นต้อง พิจารณาจากหลายองค์ประกอบและหาข้อมูลหลาย ๆ บริษัทเปรียบเทียบกันถึงจุดดีและด้อย ที่สำคัญต้องเลือกบริษัทที่คิดค่าใช้จ่ายในเกณฑ์ที่เหมาะสมด้วย เนื่องจากการ จ้างทำ SEO จะเป็นต้นทุนทางธุรกิจในระยะยาว เพราะมีผลต่ออันดับของเว็บไซต์ในผลการค้นหา จึงต้องค่อย ๆ เลือกเฟ้นหาบริษัททำ SEO ที่มีจรรยาบรรณและมีความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมของ Google

SEO สิ่งที่ต้องตรวจสอบกับบริษัทรับทำ SEO ก่อนการจ้างงาน

จะจ้างทำ SEO ทั้งทีต้องเลือกจากอะไรบ้าง

จะจ้างทำ SEO ทั้งทีต้องเลือกจากอะไรบ้าง

การทำ SEO หรือ search engine optimization ตามระบบที่ Google กำหนด เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจรายละเอียดหลากหลายด้าน ผู้ที่มีเวลาสำหรับการเรียนรู้และทำได้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องเท่านั้น จึงจะประสบผลสำเร็จเพิ่มยอดขายและสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดได้

ส่วนผู้ที่ไม่ถนัดจะทำ SEO ด้วยตัวเอง สามารถจ้างบริษัทเอกชนทำ SEO ก็ได้ ทั้งนี้ ควรที่จะดูคุณภาพของบริษัทจากหลักเกณฑ์ต่อไปนี้

1. มีเอกสารยืนยันตัวตน

การมีใบอนุญาตอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจที่ จะสามารถติดตามตัวผู้รับผิดชอบได้ หากมีการจ้างงานแล้วไม่ได้ทำตามสัญญา ก็สามารถที่จะฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าชดเชยได้

2. เจ้าหน้าที่มีความเป็นมืออาชีพ

สิ่งที่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ คือ สามารถที่จะบอกผู้ว่าจ้างได้ว่า หลักการทำ SEO คืออะไร ต้องแก้ไขที่จุดไหนสำหรับเว็บไซต์ของคุณเป็นอันดับต้น ผู้ที่จะว่าจ้างสามารถศึกษาหลักการทำ SEO พื้นฐานได้จากเว็บไซต์ทั่วไป เพื่อที่จะเข้าใจในสิ่งที่บริษัทรับทำ SEO ต้องการที่จะสื่อสารมากยิ่งขึ้น

3. มีผลงานให้ดูพัฒนาการ

การทำ SEO เป็นงานต่อเนื่อง ต้องอาศัยการพัฒนาองค์ประกอบต่าง ๆ ในเว็บไซต์พร้อม ๆ กัน ได้แก่ ปรับส่วนโครงสร้างให้ใช้งานง่าย การผลิตบทความที่ผ่านการเลือก keyword ที่เหมาะสม เช่นเดียวกับการตั้งหัวข้อและคิด Meta Description ที่มีประสิทธิภาพในการแข่งขันเชิงธุรกิจ สิ่งเหล่านี้จะเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงอันดับ SEO ที่ดีขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อทำต่อเนื่องไป 2-3 เดือน บริษัทที่รับทำ SEO จึงต้องมีการทำรายงานแสดงผลการปฏิบัติการในแต่ละวันและรายเดือนให้ผู้จ้างงานมั่นใจได้ว่าจะมีความคืบหน้าของอันดับ SEO จริง

4. ไม่มีประวัติเสีย

ไม่มีใครอยากจ้างงานบริษัทที่มีการทิ้งงานลูกค้ากลางคัน หรือหากหยุดจ้างแล้วทำให้อันดับ SEO ตกลงแบบผิดปกติ เพราะแสดงถึงการใช้เทคนิคที่ผิดกฎหมาย หรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในระบบบางอย่างที่ทำให้ Google ไม่สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างเหมาะสม การตรวจประวัติจะต้องศึกษาจากการรีวิวของลูกค้าในที่ต่าง ๆ จากพันทิปหรือ Facebook ที่จะมีคนมาแจ้งเตือนกันอยู่เรื่อย ๆ

5. ราคาต้องเหมาะสม

การทำ SEO ต้องอาศัยความสามารถหลากหลายด้านและต้องมีความใส่ใจในเนื้องาน พร้อมอัปเดตเป็นประจำ ราคาจึงควรอยู่ในเกณฑ์ปานกลางหรือเป็นราคาตลาด หากคุณบริษัทที่รับทำงานในราคาที่ต่ำเป็นพิเศษ ก็ต้องระวังว่าอาจจะใช้เทคนิคที่ไม่ถูกต้อง หรือมีปัญหาการทิ้งงานตามมาได้

การทำ SEO เป็นสิ่งสำคัญต่อการแข่งขันในโลกออนไลน์ จึงห้ามมองข้ามการศึกษาพื้นฐานการทำ SEO ที่ Google กำหนดและการเลือกจ้างบริษัททำ SEO ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง และทำให้มีอำนาจในการแข่งขันทางธุรกิจดียิ่งขึ้น

จ้างบริษัทเอกชนทำ SEO

เลือกบริษัทรับทำ SEO อย่างไรถึงจะไม่พลาด

การทำ SEO หรือ search engine optimization สามารถทำได้ด้วยตัวของเจ้าของ ธุรกิจออนไลน์ เอง ซึ่งหากเป็นผู้ที่มีความรู้พื้นฐานในการทำการตลาดออนไลน์อยู่แล้ว ก็เป็นเรื่องไม่ยากเกินไปที่จะศึกษาและหมั่นอัปเดตความรู้เพิ่มเติม

แต่ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำ หรือจำเป็นต้องให้เวลากับการบริหารส่วนอื่นของงาน การเลือกจ้างบริษัททำ SEO แบบมืออาชีพจะช่วยประหยัดเวลาและทำให้ธุรกิจเติบโตได้บรรลุเป้าหมายมากขึ้น

การเลือกบริษัททำ SEO ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไรบ้าง

1. จ้างบริษัทที่มีเอกสารยืนยันตัวตน

เอกสารสำคัญที่ควรมี คือ หลักฐานการจดทะเบียนการค้าถูกต้องตามกฎหมาย หากสืบค้นจากระบบออนไลน์ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการลงทะเบียนยืนยันตัวตนที่ชัดเจน มีช่องทางในการติดต่อที่สะดวก น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการติดตามงานและมีผู้รับผิดชอบหากไม่เป็นตามสัญญาจ้างทำ SEO

2. ต้องมีการพูดคุยให้เข้าใจก่อน

เพื่อให้เห็นทัศนคติและความเชี่ยวชาญในการทำ SEO บริษัทที่มีประสบการณ์สูงจะสามารถบอกได้ถึงขั้นตอนในการทำ SEO ที่ถูกต้อง ตามหลักการที่ Google กำหนด มีวิธีทำ SEO อย่างตรงไปตรงมา ไม่สร้างความคาดหวังที่เกินจริง เช่น การทำ SEO ไม่สามารถจะการันตีอันดับ 1 ได้ เพราะเป็นการวิเคราะห์ด้วยระบบ algorithm ผู้ที่รับทำ SEO แบบมืออาชีพและทำตามหลักเกณฑ์จะการันตีผลได้มากที่สุด ก็คือขึ้นอันดับ Top 5 หรือ Top 3 เท่านั้น หากยืนยันผลลัพธ์ที่สูงผิดสังเกต ก็มีโอกาสถูกหลอกลวงมาก

3. ไม่มีประวัติการฉ้อโกงงานนายจ้าง

ก่อนการทำสัญญาจ้างทำ SEO ควรเช็คประวัติจากการรีวิวของลูกค้ารายอื่นให้ละเอียด ด้วยการใช้ชื่อบริษัท เลขทะเบียนการค้า อีเมล ชื่อผู้รับผิดชอบเบอร์โทรศัพท์ และรายละเอียดอื่น ๆ เท่าที่หาได้ไปสืบค้น หากเคยมีคนเตือนภัยไว้ในพันทิปหรือในกลุ่ม Facebook ต่าง ๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงการจ้างงานให้มากขึ้น

4. เลือกบริษัทที่มีการคิดค่าบริการเหมาะสม

การทำ SEO จะมีต้นทุนทั้งด้านเทคนิคและแรงงาน ทั้งต้องมีความสม่ำเสมอและใส่ใจในรายละเอียด จึงจะเห็นผลลัพธ์ในการทำที่ดี ฉะนั้นราคาค่าบริการจึงต้องเหมาะสมตามเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ต่ำเกินไป เพราะจะเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง หรือหากสูงเกินไป ก็อาจเป็นภาระแก่เจ้าของเว็บไซต์ออนไลน์ได้

การเลือกบริษัททำ SEO ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไรบ้าง

จะเห็นได้ว่า หลักการเลือกบริษัททำ SEO แบบมืออาชีพ จำเป็นต้องพิจารณาทั้งคุณสมบัติของตัวบริษัท ความสามารถจากผลการรีวิวที่ต่าง ๆ รวมถึงราคาที่เหมาะสมด้วย หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเลือกบริษัทที่ถูกใจและลดความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง อันทำให้เสียโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจออนไลน์ได้มากขึ้น

การทำ SEO ดีไหม เสียค่าใช้จ่ายอย่างไร มือใหม่ค้าขายออนไลน์ต้องอ่าน

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นสิ่งที่กูรูผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดแนะนำและกล่าวถึงอย่างมาก ว่าสามารถช่วยให้เว็บไซต์ทางธุรกิจทุกประเภทเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น ทำให้เพิ่มยอดขายและสร้างชื่อเสียงของแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ นักธุรกิจออนไลน์ยุคใหม่จำนวนไม่น้อย ยังข้องใจว่า การทำ SEO จะมีค่าใช้จ่ายอย่างไรและเหมาะสมกับธุรกิจของตัวเองหรือไม่ หากอ่านบทความนี้จบแล้ว คุณจะได้คำตอบอย่างแน่นอน

การทำ SEO เป็นเทคนิคการตลาดที่มีจุดเด่น คือ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่ Search Engine อย่าง Google, Bing และ Yahoo แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นการพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ ซึ่งมีอยู่ 2 ส่วนที่สำคัญ คือ

1. On-Page SEO

หากอยากให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่จดจำและได้รับการสั่งซื้อซ้ำจากลูกค้าบ่อย ๆ ต้องพัฒนาในส่วนนี้ให้มาก เริ่มจากการเลือก Keyword SEO ที่ดี เช่น ผู้ทำเว็บไซต์ให้บริการรับดูแลสุนัขและแมว ควรใช้ Keyword ในการสร้างบทความว่า “รับดูแล สุนัข แมว กรุงเทพ” เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับคำที่กลุ่มเป้าหมายใช้ค้นหาร้านที่ต้องการ

นอกจากนี้ การออกแบบเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายทั้งบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและมือถือ จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น การคิดโลโก้และรูปแบบฟอนต์ตัวอักษรที่สื่อถึงแบรนด์ เช่น หากทำเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์โรงแรมที่พัก ก็ควรใช้สีน้ำเงิน สีน้ำตาลและตัวอักษรกึ่งทางการเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ

การหมั่นเพิ่มเติมบทความที่ให้คุณค่า และพัฒนาเว็บไซต์ของคุณอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้มีข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์มากพอที่ระบบ Algorithm หรือ AI อัจฉริยะของ Search Engine จะวิเคราะห์ว่าเป็นเว็บไซต์คุณภาพดี ที่จะนำเสนอเป็นอันดับต้น ๆ ในหน้าต่างการสืบค้นต่อไป

2. Off-Page SEO

เป็นการเชื่อมโยงลิงก์ของเว็บไซต์คุณเข้ากับเว็บไซต์ภายนอก เพื่อให้มีการขยายฐานลูกค้า โดยมากขึ้น โดยเน้นที่ความจริงใจเป็นมิตรมากที่สุด โดยวิธีที่นิยม คือ การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในห้องแชททาง Social ต่าง ๆ เช่น คุณเปิดเว็บไซต์ขายสินค้าออร์แกนิกไร้สารเคมี คุณก็ควรจะอยู่ในกลุ่มโซเชียลของผู้รักสุขภาพ เพื่อมีการพูดคุยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ หากมีผู้ใดสนใจสินค้าออแกนิกคุณก็สามารถที่จะให้ข้อมูลและลิงก์เพจหรือเว็บไซต์ของคุณได้ อันจะนำไปสู่การส่งเสริมการขายในที่สุด เทคนิคนี้จะทำให้แบรนด์คุณเป็นที่รู้จักและก็มียอดการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้นตามมานั่นเอง

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO นั้น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนใดเลย ซึ่งคุณสามารถเริ่มทำ SEO กับเว็บไซต์ของคุณได้ตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมข้อมูล ประมาณ 3 เดือนถึง 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งบรรดากูรูการตลาดต่างการันตีว่า ความสม่ำเสมอในการทำ SEO จะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืนในโลกออนไลน์แน่นอน

การทำ SEO เป็นเทคนิคการตลาดที่มีจุดเด่น

สิ่งที่ควรวางแผนก่อนจ้างทำ SEO

การทำเว็บไซต์ที่ดีให้มีการติดตลาดจำเป็นจะต้องเตรียมฐานข้อมูลรวมถึงความรู้ในการทำคอนเทนต์ การทำหน้าที่ของระบบเว็บไซต์เพื่อให้เครื่องมือค้นหา หรือ Search engine จัดอันดับให้ติดหน้าแรก ต้องยอมรับว่าการทำ SEO นั้นสำคัญและจำเป็นอย่างมาก

สิ่งที่สำคัญตามมานั่นก็คือ ค่าใช้จ่ายของ การทำ SEO นั้นจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพื่อให้เป็นเว็บไซต์ที่ได้มาตรฐาน มีการพัฒนาเรื่องประสบการณ์ผู้ใช้ และสามารถติดอันดับบน ๆ ของหน้าค้นหา ให้ผู้ใช้มองเห็นก่อนบนหน้าแรกของผลการค้นหา ซึ่งสำคัญเป็นอย่างมากในการตลาดที่จะเป็นที่ได้มาของกลุ่มลูกค้าและการขาย โดยมี สิ่งที่ควรวางแผนก่อนจ้างทำ SEO ดังนี้

ตั้งงบประมาณในการทำ SEO

การตั้งงบประมาณนั้นสำคัญมากในการทำ SEO เพื่อประเมินผลตอบรับและดูความเสี่ยงว่าสามารถรับได้หรือไม่ ที่สำคัญคือ ดูความเหมาะสมของธุรกิจ และกลุ่มลูกค้าที่จะตามมาว่าสามารถจ่ายได้โดยหากเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ การทุ่มทุนก็เป็นเรื่องง่าย แต่หากเป็นบริษัทขนาดเล็กหรือเพิ่งเปิดตัวก็ควรศึกษาให้ดี ทั้งนี้มีทั้งจ่ายแบบรายหกเดือนและรายปี งบประมาณเริ่มต้นในการทำ SEO อยู่ที่ 30,000 บาท ในระยะเวลา 6 เดือนซึ่งบริษัทที่มีบริการที่ดีจะมีการติดตามผลตลอด 1 ปี สำหรับรายเดือนเริ่มต้นที่ 3,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของคีย์เวิร์ดที่ต้องการติดอันดับ

หาข้อมูลสำหรับบริษัทที่รับทำ SEO

หาข้อมูลของบริษัทที่รับทำ SEO โดยเฉพาะโดยต้องค้นหาข้อมูลของบริษัทผลงานบริการในการทำรีวิวจากลูกค้า ดูผลตอบรับที่ได้หลังจากรับบริการว่าเป็นอย่างไร และผลจากการทำนั้นได้ผลหรือไม่ มีความเป็นมืออาชีพและเมื่อทำแล้วเว็บไซต์จะได้รับการพัฒนาหรือไม่

หากเป็นฟรีแลนซ์ที่รับทำ SEO ควรศึกษาให้ดี

เนื่องจากฟรีแลนซ์อาจขาดความเป็นมืออาชีพ และมีการบริการที่แตกต่างจากการให้บริการแบบบริษัทที่รับทำ SEO โดยตรง ดังนั้นจำเป็นจะต้องศึกษาให้ดีทั้งในเรื่องของราคาและการให้บริการ ทั้งนี้ฟรีแลนซ์ที่มีฝีมือดีก็มีมากและอาจเทียบเท่ากับบริษัทผู้ทำเว็บไซต์จึงต้องศึกษาให้ดี ซึ่งสามารถดูได้จากผลงาน

เมื่อ SEO ติดอันดับแล้วควรทำต่อเนื่องหรือไม่

ในกรณีที่เว็บไซต์มีการทำ SEO ได้ติดอันดับการค้นหาแล้วก็อาจมีบางส่วนที่ติดอันดับได้ไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะหยุดทำไประยะหนึ่ง แต่อย่างไรก็ต้องพัฒนาต่อเนื่อง หากอยู่ในภาคธุรกิจที่ต้องมีการแข่งขันสูงก็จำเป็นที่จะต้องทำต่อเนื่องต่อไป

การทำ SEO ด้วยตัวเองแบบประหยัดงบประมาณ

การทำ SEO ขึ้นมาเองนั่นคือ การที่เราจะต้องมีการศึกษาการทำคอนเทนต์และค้นหาข้อมูลเป็นอย่างดี โดยการที่เราจะต้องกำหนดคีย์เวิร์ดขึ้นมาแล้วค้นหาว่าเป็นที่นิยมหรือไม่ จากนั้นเขียนบทความแล้วใส่คีย์เวิร์ดที่ต้องการ จากนั้นสังเกตผลตอบรับแล้วค่อย ๆ เรียนรู้ปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

การทำ SEO มีทั้งแบบรายเดือนที่เริ่มต้นที่เดือนละ 3,000 บาท รายหกเดือนเริ่มต้นที่ 30,000 บาท ขึ้นกับคีย์เวิร์ดที่จะทำ หากบริการได้ผลดีจะมีการดูผลตอบรับตลอดเวลาหนึ่งปี จากนั้นให้พัฒนาการเขียนคอนเทนต์ให้มีคุณภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตั้งงบประมาณในการทำ SEO

ข้อดีและประโยชน์ของการทำ SEO บนเว็บไซต์

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรสนใจเรียนรู้การใช้ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อโปรโมทกิจการให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การตลาดที่สร้างความสำเร็จให้ธุรกิจมาแล้วมากมาย เชื่อได้เลยว่าคุ้มค่ากับเวลาและค่าใช้จ่าย เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโฆษณาอื่น ๆ

สำหรับผู้เริ่มต้นอาจไม่เข้าใจถึงประโยชน์ SEO ในด้านการตลาดและจะส่งผลต่อธุรกิจของตนเองอย่างไรบ้าง ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือการเพิ่มประสิทธิภาพการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ธุรกิจของคุณให้ผู้ค้นหาพบเห็นง่ายขึ้น โดยใช้คำหรือวลีที่เฉพาะเจาะจงตรงกับความสนใจของลูกค้า คีย์เวิร์ดที่ดียังช่วยเลื่อนอันดับของเว็บไซต์ไปอยู่ลำดับต้น ๆ ส่งผลให้ลูกค้าเห็นเว็บไซต์ของคุณก่อนคู่แข่งอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าต้องการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือใหม่ ยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อรุ่นใด ถ้าเจ้าของธุรกิจกำหนดคีย์เวิร์ดที่เจาะจง เช่น “โทรศัพท์มือถือยอดนิยม” หรือ “โทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุด” จะสนองตอบความต้องการของลูกค้าได้ดีกว่าคำกว้างๆ เพียงแค่ “โทรศัพท์มือถือ” หรือ “iPhone” การใช้คีย์เวิร์ดที่ตรงกับการค้นหาของลูกค้า จะช่วยให้ลูกค้าหาข้อมูลรวดเร็ว และอันดับของเว็บไซต์จะขึ้นอยู่ในหน้าแรกๆด้วย

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ผู้คนส่วนใหญ่จะใช้เวลาในช่วงวันหยุดมองหาร้านอาหารเพื่อออกไปรับประทานมื้อเย็น โดยเลือกคีย์เวิร์ด เช่น “อาหารญี่ปุ่น” “ซูชิ” “ร้านบุฟเฟ่ต์” “กรุงเทพฯ” การค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดง่ายๆลงใน Google จากนั้นเลื่อนดูผลลัพธ์รายการที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด หากเว็บไซต์ของคุณขึ้นในหน้าแรกได้ด้วยคีย์เวิร์ดเหล่านี้ ลูกค้าจะพบร้านของคุณได้ง่ายๆ เช่นกัน นั่นคือคำอธิบายเบื้องต้นว่า SEO มีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจของคุณอย่างไร

วิธีการเรียนรู้ประโยชน์ของการทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ธุรกิจถูกจัดอันดับในหน้าแรก ไม่ใช่การสุ่มเลือกแต่เป็นวิธีที่สมเหตุสมผล เพราะเว็บเหล่านั้นใช้ SEO เพื่อช่วยให้ Google เข้าใจว่าเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และเสนอคำตอบที่ชัดเจนและมีประโยชน์ที่สุดตามคีย์เวิร์ดที่พิมพ์ลงไป ขณะเดียวกันเจ้าของธุรกิจจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หมายถึงโอกาสในการขายและยอดขายที่เพิ่มขึ้น

แน่นอนว่าหลักการทำ SEO เข้าใจได้ไม่ยาก คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าโฆษณาในการทำ SEO ก็ได้ แต่ถ้าคาดหวังอันดับดีที่สุดต้องทำการวิจัยคีย์เวิร์ดและงานเขียนเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง จำเป็นต้องลงทุนจ้างบริษัทการตลาดดิจิทัลที่มีประสบการณ์ในการทำ SEO ให้ในครั้งแรก เพื่อดึงดูดผู้ชมจำนวนมากเข้าชมเนื้อหา จากนั้นควรอัปเดตข้อมูลทุก 2-3 เดือน ตรวจสอบว่าคู่แข่งกำหนดเป้าหมายและใช้คีย์เวิร์ดหลักเดียวกันหรือไม่ เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น

การทำ SEO ใช้เป็นกลยุทธ์การตลาดเพื่อส่งเสริมการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตามปกติได้ เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ส่วนหนึ่งเป็นการเชื่อมลิงก์เว็บธุรกิจของคุณเข้ากับเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง ครอบคลุมบล็อกธุรกิจและอุตสาหกรรม สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เป็นช่องทางนำเสนอแบรนด์ของคุณให้ลูกค้าเห็นมากขึ้น ทุกวันนี้การทำ SEO ถือเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การตลาด ควรปรับปรุงข้อมูลเป็นประจำ ที่สำคัญคือ ติดตามคู่แข่งตลอดเวลาเพื่อก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวก่อนคู่แข่งเสมอ

เรียนรู้การใช้ SEO

การทำ SEO มุ่งยอดขายเป็นหลัก จัดอันดับเป็นรอง

หลายคนกำลังรอคอยประสิทธิภาพการทำ SEO อยู่ด้วยใจจดจ่อ หลังจากลองด้วยตนเองหรือจ้างบริการทำ SEO และช่วยเขียนคอนเทนต์เพื่อ ทำอันดับเว็บไซต์ ในการค้นหาจากกูเกิ้ลดีขึ้น ซึ่งวิธีนี้ค่อนข้างเห็นผลช้า ต้องรอเวลาสักระยะหนึ่ง เร็วหน่อยก็ภายใน 3 เดือน ช้าหน่อยอาจรอยาวๆ ไปเป็นปี ถามว่าเปิดเว็บไซต์แล้วจำเป็นต้องทำด้วยหรือ เอาจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงอะไร เพราะไหนๆ เราเพิ่มช่องทางการขายทางออนไลน์อยู่แล้ว การทำ SEO จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การทำตลาดส่งตรงถึงลูกค้าเป้าหมายโดยตรง ด้วยการใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะทำให้ลูกค้าค้นหาตอบโจทย์ความต้องการอย่างรวดเร็วและชัดเจนตรงใจ

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมข้อเท็จจริงที่ว่าเป้าหมายของการตลาดออนไลน์คือการทำโปรโมชั่นโดยมุ่งยอดขายเป็นหลัก บางคนเข้าใจผิดว่าตำแหน่งดีๆ ในหน้าแรกของการจัดอันดับจะการันตียอดขายทะลุทะลวง ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น แต่เป็นการช่วยให้ลูกพบกับคุณก่อนคู่แข่ง จึงมีโอกาสชูจุดเด่นให้เห็นก่อนว่า เรามีดีอะไร ทำไมควรเลือกเรามากกว่าคู่แข่ง พร้อมกับใช้คอนเทนต์สร้างเรื่องราวสินค้าและบริการ บางทีลูกค้าพึงพอใจแล้วก็ปิดการขายในเว็บได้ทันที ไม่ต้องไปค้นหาจากเว็บอื่นๆ ให้ยุ่งยาก แต่ถ้าผลิตภัณฑ์ของเรายังเจาะใจได้ไม่เต็มร้อย อาจจะติดที่รายละเอียด คุณสมบัติเฉพาะไม่ตรงสเป็ก ราคา หรือเงื่อนไขอื่นๆ ลูกค้ามีสิทธิออกไปดูเว็บอื่นก่อนกลับมาเลือกเรา อย่างน้อยขอให้ได้ผ่านตาก่อนเป็นดีที่สุด เพราะคนส่วนใหญ่ชอบของดีราคาถูก การติดอันดับหน้าแรกๆ ของกูเกิ้ลเป็นทางที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาด ทำให้เว็บของเราได้ประโยชน์ร่วมกันกับลูกค้าด้วย

กลยุทธิ์การทำ SEO

เคล็ดลับการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย จึงเป็นเรื่องที่พูดยาก แต่ถ้าเป็นการโปรโมทเว็บให้ลูกค้าที่ไม่รู้จักเราได้เห็นก่อน เชื่อได้เลยว่าทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่เห็นว่าการค้นหาในกูเกิ้ล ผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นมาให้หน้าแรกมักจะรับรองความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย ดังนั้นธุรกิจสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตต้องการให้กลยุทธ์ทางการตลาดนี้ช่วยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นและรวดเร็วขึ้น

สิ่งที่เป็นแกนกลางของกลยุทธ์การทำ SEO คือการทำคอนเทนต์ให้น่าอ่าน พร้อมกับใส่คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมโยงคำค้นหาของลูกค้ามาที่เนื้อหาและเว็บของเราในทันที ดังนั้น จำเป็นต้องคัดเฟ้นงานเขียนที่มีประสิทธิภาพเพื่อดึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเข้ามาในเว็บเป็นอันดับแรก จึงเป็นไปได้ว่าคอนเทนต์ไม่ได้เน้นการเขียนในลักษณะมุ่งโฆษณาสินค้าและบริการโดยตรง เช่น เว็บไซต์ขายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เนื้อหาอาจจะเป็นเรื่องวิธีการดูแลผิวหนังให้สะอาด เคล็ดลับการกำจัดสิวและผื่นอย่างไรไม่ให้เกิดริ้วรอย หรือแม้แต่วิธีรับประทานอาหารเพื่อผิวสดใสเปล่งปลั่ง รวมเนื้อหาที่คิดว่าลูกค้าเป้าหมายสนใจและจะเข้ามาเก็บเกี่ยวไอเดียหรือเคล็ดลับดีๆ เท่ากับเป็นการตลาดไปในตัวอยู่แล้ว มีโอกาสปิดการขายในอนาคตแน่นอน

ทำให้เว็บติดอันดับ