TagAlgorithm

เลือกบริษัทรับทำ SEO อย่างไรถึงจะไม่พลาด

การทำ SEO หรือ search engine optimization สามารถทำได้ด้วยตัวของเจ้าของ ธุรกิจออนไลน์ เอง ซึ่งหากเป็นผู้ที่มีความรู้พื้นฐานในการทำการตลาดออนไลน์อยู่แล้ว ก็เป็นเรื่องไม่ยากเกินไปที่จะศึกษาและหมั่นอัปเดตความรู้เพิ่มเติม

แต่ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำ หรือจำเป็นต้องให้เวลากับการบริหารส่วนอื่นของงาน การเลือกจ้างบริษัททำ SEO แบบมืออาชีพจะช่วยประหยัดเวลาและทำให้ธุรกิจเติบโตได้บรรลุเป้าหมายมากขึ้น

การเลือกบริษัททำ SEO ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไรบ้าง

1. จ้างบริษัทที่มีเอกสารยืนยันตัวตน

เอกสารสำคัญที่ควรมี คือ หลักฐานการจดทะเบียนการค้าถูกต้องตามกฎหมาย หากสืบค้นจากระบบออนไลน์ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการลงทะเบียนยืนยันตัวตนที่ชัดเจน มีช่องทางในการติดต่อที่สะดวก น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการติดตามงานและมีผู้รับผิดชอบหากไม่เป็นตามสัญญาจ้างทำ SEO

2. ต้องมีการพูดคุยให้เข้าใจก่อน

เพื่อให้เห็นทัศนคติและความเชี่ยวชาญในการทำ SEO บริษัทที่มีประสบการณ์สูงจะสามารถบอกได้ถึงขั้นตอนในการทำ SEO ที่ถูกต้อง ตามหลักการที่ Google กำหนด มีวิธีทำ SEO อย่างตรงไปตรงมา ไม่สร้างความคาดหวังที่เกินจริง เช่น การทำ SEO ไม่สามารถจะการันตีอันดับ 1 ได้ เพราะเป็นการวิเคราะห์ด้วยระบบ algorithm ผู้ที่รับทำ SEO แบบมืออาชีพและทำตามหลักเกณฑ์จะการันตีผลได้มากที่สุด ก็คือขึ้นอันดับ Top 5 หรือ Top 3 เท่านั้น หากยืนยันผลลัพธ์ที่สูงผิดสังเกต ก็มีโอกาสถูกหลอกลวงมาก

3. ไม่มีประวัติการฉ้อโกงงานนายจ้าง

ก่อนการทำสัญญาจ้างทำ SEO ควรเช็คประวัติจากการรีวิวของลูกค้ารายอื่นให้ละเอียด ด้วยการใช้ชื่อบริษัท เลขทะเบียนการค้า อีเมล ชื่อผู้รับผิดชอบเบอร์โทรศัพท์ และรายละเอียดอื่น ๆ เท่าที่หาได้ไปสืบค้น หากเคยมีคนเตือนภัยไว้ในพันทิปหรือในกลุ่ม Facebook ต่าง ๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงการจ้างงานให้มากขึ้น

4. เลือกบริษัทที่มีการคิดค่าบริการเหมาะสม

การทำ SEO จะมีต้นทุนทั้งด้านเทคนิคและแรงงาน ทั้งต้องมีความสม่ำเสมอและใส่ใจในรายละเอียด จึงจะเห็นผลลัพธ์ในการทำที่ดี ฉะนั้นราคาค่าบริการจึงต้องเหมาะสมตามเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ต่ำเกินไป เพราะจะเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง หรือหากสูงเกินไป ก็อาจเป็นภาระแก่เจ้าของเว็บไซต์ออนไลน์ได้

การเลือกบริษัททำ SEO ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไรบ้าง

จะเห็นได้ว่า หลักการเลือกบริษัททำ SEO แบบมืออาชีพ จำเป็นต้องพิจารณาทั้งคุณสมบัติของตัวบริษัท ความสามารถจากผลการรีวิวที่ต่าง ๆ รวมถึงราคาที่เหมาะสมด้วย หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเลือกบริษัทที่ถูกใจและลดความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง อันทำให้เสียโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจออนไลน์ได้มากขึ้น

การทำ SEO ดีไหม เสียค่าใช้จ่ายอย่างไร มือใหม่ค้าขายออนไลน์ต้องอ่าน

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นสิ่งที่กูรูผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดแนะนำและกล่าวถึงอย่างมาก ว่าสามารถช่วยให้เว็บไซต์ทางธุรกิจทุกประเภทเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น ทำให้เพิ่มยอดขายและสร้างชื่อเสียงของแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ นักธุรกิจออนไลน์ยุคใหม่จำนวนไม่น้อย ยังข้องใจว่า การทำ SEO จะมีค่าใช้จ่ายอย่างไรและเหมาะสมกับธุรกิจของตัวเองหรือไม่ หากอ่านบทความนี้จบแล้ว คุณจะได้คำตอบอย่างแน่นอน

การทำ SEO เป็นเทคนิคการตลาดที่มีจุดเด่น คือ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่ Search Engine อย่าง Google, Bing และ Yahoo แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นการพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ ซึ่งมีอยู่ 2 ส่วนที่สำคัญ คือ

1. On-Page SEO

หากอยากให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่จดจำและได้รับการสั่งซื้อซ้ำจากลูกค้าบ่อย ๆ ต้องพัฒนาในส่วนนี้ให้มาก เริ่มจากการเลือก Keyword SEO ที่ดี เช่น ผู้ทำเว็บไซต์ให้บริการรับดูแลสุนัขและแมว ควรใช้ Keyword ในการสร้างบทความว่า “รับดูแล สุนัข แมว กรุงเทพ” เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับคำที่กลุ่มเป้าหมายใช้ค้นหาร้านที่ต้องการ

นอกจากนี้ การออกแบบเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายทั้งบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและมือถือ จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น การคิดโลโก้และรูปแบบฟอนต์ตัวอักษรที่สื่อถึงแบรนด์ เช่น หากทำเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์โรงแรมที่พัก ก็ควรใช้สีน้ำเงิน สีน้ำตาลและตัวอักษรกึ่งทางการเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ

การหมั่นเพิ่มเติมบทความที่ให้คุณค่า และพัฒนาเว็บไซต์ของคุณอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้มีข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์มากพอที่ระบบ Algorithm หรือ AI อัจฉริยะของ Search Engine จะวิเคราะห์ว่าเป็นเว็บไซต์คุณภาพดี ที่จะนำเสนอเป็นอันดับต้น ๆ ในหน้าต่างการสืบค้นต่อไป

2. Off-Page SEO

เป็นการเชื่อมโยงลิงก์ของเว็บไซต์คุณเข้ากับเว็บไซต์ภายนอก เพื่อให้มีการขยายฐานลูกค้า โดยมากขึ้น โดยเน้นที่ความจริงใจเป็นมิตรมากที่สุด โดยวิธีที่นิยม คือ การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในห้องแชททาง Social ต่าง ๆ เช่น คุณเปิดเว็บไซต์ขายสินค้าออร์แกนิกไร้สารเคมี คุณก็ควรจะอยู่ในกลุ่มโซเชียลของผู้รักสุขภาพ เพื่อมีการพูดคุยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ หากมีผู้ใดสนใจสินค้าออแกนิกคุณก็สามารถที่จะให้ข้อมูลและลิงก์เพจหรือเว็บไซต์ของคุณได้ อันจะนำไปสู่การส่งเสริมการขายในที่สุด เทคนิคนี้จะทำให้แบรนด์คุณเป็นที่รู้จักและก็มียอดการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้นตามมานั่นเอง

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO นั้น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนใดเลย ซึ่งคุณสามารถเริ่มทำ SEO กับเว็บไซต์ของคุณได้ตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมข้อมูล ประมาณ 3 เดือนถึง 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งบรรดากูรูการตลาดต่างการันตีว่า ความสม่ำเสมอในการทำ SEO จะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืนในโลกออนไลน์แน่นอน

การทำ SEO เป็นเทคนิคการตลาดที่มีจุดเด่น