ทำไมการทำบทความ SEO จึงสำคัญ

การทำบทความ SEO เป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาดออนไลน์ที่เรียกว่า Search Engine Optimization ซึ่งจำเป็นมากสำหรับร้านค้าออนไลน์ เพราะเป็นส่วนที่ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะหรือ AI ใน Search Engine อย่าง Yahoo และ Google ใช้ในการจัดอันดับของเว็บไซต์ เมื่อมีการสืบค้นด้วย Keyword จากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ก็จะแสดงออกมาตามลำดับคุณภาพของบทความ

ในปัจจุบัน จึงมีบริษัทรับจ้างทำบทความ SEO จำนวนมาก ที่มีแพ็คเกจแบบรายเดือนรายปี เพื่อที่จะมีการเขียนบทความนำเสนอบนเว็บไซต์ได้เป็นประจำทุกวัน

ทั้งนี้ การทำบทความ SEO ที่มีคุณภาพจะต้องประกอบไปด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้

1. การใส่ keyword ที่ได้มาจากการวิเคราะห์ด้วย Yahoo Search หรือ Google Search ที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของธุรกิจนั้น ตัวอย่างเช่น ร้านขายดอกไม้ออนไลน์ก็ควรจะใช้ keyword ที่เกี่ยวข้องกับการจัดช่อดอกไม้แบบต่าง ๆ ความหมายของดอกไม้แต่ละชนิดในช่อ ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่กำลังต้องการสั่งดอกไม้ให้เพื่อนวันรับปริญญา ได้เข้ามาอ่านบทความและสั่งดอกไม้จากทางเว็บไซต์ในอนาคต

2. มีรูปประกอบที่สวยงามอย่างน้อย 2-3 รูป เพื่อที่จะดึงดูดความสนใจจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยต้องเป็นรูปที่ไม่ติดลิขสิทธิ์ หรือนำมาใช้โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตเพราะว่าจะมีการตรวจจับด้วยระบบ AI ของ search engine ที่ทำให้ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ลง

3. การตั้งชื่อของบทความ (Title) และส่วน Meta Description ซึ่งจะเป็นเหมือนการสรุปย่อของเนื้อหาในเว็บไซต์ ควรจะต้องมี Keyword ที่ตรงกับบทความอยู่ในสองส่วนนี้ และควรให้มีความยาวของที่เหมาะสม ซึ่งถ้ามีการใช้โปรแกรม Word Press และ Plugin YOAST SEO เข้าไปช่วยในการวิเคราะห์ ก็จะสามารถออกแบบในส่วนนี้ได้ดียิ่งขึ้น เพราะจะมีการแสดงคุณภาพออกมาเป็นไฟสีแดง เหลือง เขียว ที่บ่งบอกว่าคุณภาพของบทความ หัวข้อ ฯลฯ อยู่ในขั้นใดบ้าง (สีแดงคือไม่ผ่าน สีเหลืองคือพอใช้ สีเขียวคือผ่าน)

4. การเขียนบทความ ต้องให้มีความยาวเหมาะสมกับกลุ่มผู้อ่านเป้าหมาย เช่น บทความสำหรับการโพสต์ใน Facebook ก็ควรยาว 200-300 คำ ถ้าเป็นการโพสต์ในเว็บไซต์ให้ความรู้แบบวิชาการ ก็จะมีความยาวอยู่ที่ประมาณ 1000 ถึง 2000 คำ เป็นต้น

5. การเพิ่มลิงค์ ด้วยการมีแหล่งเนื้อหาที่เป็นต่างประเทศ เพื่อความน่าเชื่อถือของบทความจะเพิ่มผลในการจัดอันดับที่ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะเว็บไซต์แนวให้ความรู้ด้านสุขภาพ อาหารเสริม วิตามิน หรือแนวการลงทุน ที่ต้องมีการแสดงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ฯลฯ

จะเห็นได้ว่า การทำบทความ SEO ที่มีคุณภาพมีความสำคัญต่อการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่เว็บไซต์ ทำให้มีผลการจัดอันดับของ Search Engine ที่ดีขึ้น และเพิ่มลูกค้าในระยะยาวได้

การใส่ keyword ที่ได้มาจากการวิเคราะห์

เทคนิคการตลาดออนไลน์ SEO ที่คนรุ่นใหม่ควรรู้จัก

ปัจจุบันการซื้อขายสินค้าออนไลน์เป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารและความรวดเร็วของระบบเครือข่าย 5G ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายจากทั่วโลกสามารถติดต่อเชื่อมโยงกันได้ การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization จึงเป็นเทคนิคการตลาดออนไลน์ที่ควรให้ความสำคัญเพราะเป็นโอกาสที่จะทำให้ เว็บไซต์ของคุณถูกจะค้นพบได้ง่าย เท่ากับเพิ่มโอกาสในการแข่งขันกับสินค้าแบรนด์อื่นนั่นเอง

การทำ SEO เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเนื่องจากระบบการสืบค้นของ Yahoo และ Google จะวัดจากคุณภาพของเว็บไซต์ที่มีการพัฒนาและอัพเดทข้อมูลอย่างสม่ำเสมอโดยลำดับการแสดงผลในหน้าต่างสืบค้นจากอันดับ SEO ซึ่งคุณสามารถทำเว็บไซต์ SEO ได้ด้วยเทคนิคต่อไปนี้

1.การใช้ keyword ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า และไม่ใส่ keyword ซ้ำเกิน 2-3 ครั้งในแต่ละบทความบนเพจ เพราะระบบ AI จะประเมินว่าเป็นบทความคุณภาพต่ำ ที่สำคัญคือ เนื้อหาต้องไม่มีการคัดลอกจากที่ใดเพราะจะกลายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และถูกประเมินเรื่องการนำข้อมูลของผู้อื่นมาดัดแปลง (Plagiarism) ได้เปอร์เซ็นต์ต่ำจนทำให้กระทบต่อการจัดอันดับเว็บไซต์หรือถูกแจ้งเตือนจากระบบได้

2.การทำโครงสร้างของเว็บไซต์ให้สวยงามอ่านง่าย เป็นระเบียบ มีธีมของสีและฟอนต์ตัวอักษรที่จดจำง่ายเป็นเอกลักษณ์

3.การสร้างเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายทั้งกับระบบโทรศัพท์มือถือและระบบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จะทำให้สินค้าของคุณขายได้ง่ายยิ่งขึ้นเนื่องจากคนส่วนใหญ่เกิน 80 % นิยมใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อสืบค้นข้อมูลหรือสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากกว่าการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

4.การพัฒนาเนื้อหาบทความ หรือที่เรียกว่า Content ที่นอกจากจะใส่ keyword แบบคำสั้น ๆ แล้วควรจะใส่เป็น Long Tail Keyword ด้วย เช่น ร้านของคุณเป็นร้านขายดอกไม้ออนไลน์ ก็ควรจะใช้ keyword แบบยาว ว่า “ร้านขายดอกไม้ออนไลน์ ราคาถูก” “ขายดอกไม้ออนไลน์ รับปริญญา” “ขายดอกไม้ออนไลน์ กรุงเทพ” เป็นต้น จะทำให้มีเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในการขายสินค้าและบริการมากยิ่งขึ้น

การทำ SEO เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

5.การทำสื่อสนับสนุนการขาย เช่น รูปภาพและคลิปประกอบสินค้า ควรมีความน่าสนใจและให้ความสำคัญกับการตั้งชื่อ เช่น คุณทำร้านขายเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ก็ควรจะทำคลิปสาธิตวิธีการใช้เครื่องที่เป็นเอกลักษณ์ และตั้งชื่อคลิปโดยใช้ keyword ที่จะทำให้ลูกค้าสืบค้นได้ง่ายด้วย

6.การแนะนำเว็บไซต์ของคุณโดย post link ในเว็บบอร์ดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและไม่ใช่การสแปม ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งของ SEO ที่นิยมกัน

จะเห็นได้ว่า การทำการตลาดออนไลน์ SEO มีเทคนิคอยู่หลายอย่าง ไม่มีกฎตายตัวว่าสินค้าหนึ่ง ๆ จะต้องทำแบบเดียวกันจึงจะประสบความสำเร็จ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ท่านที่กำลังสนใจทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ได้นำไปเป็นแนวทางในการสร้างความสำเร็จให้แก่เว็บไซต์ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

ข้อดีและประโยชน์ของการทำ SEO บนเว็บไซต์

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรสนใจเรียนรู้การใช้ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อโปรโมทกิจการให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การตลาดที่สร้างความสำเร็จให้ธุรกิจมาแล้วมากมาย เชื่อได้เลยว่าคุ้มค่ากับเวลาและค่าใช้จ่าย เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโฆษณาอื่น ๆ

สำหรับผู้เริ่มต้นอาจไม่เข้าใจถึงประโยชน์ SEO ในด้านการตลาดและจะส่งผลต่อธุรกิจของตนเองอย่างไรบ้าง ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือการเพิ่มประสิทธิภาพการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ธุรกิจของคุณให้ผู้ค้นหาพบเห็นง่ายขึ้น โดยใช้คำหรือวลีที่เฉพาะเจาะจงตรงกับความสนใจของลูกค้า คีย์เวิร์ดที่ดียังช่วยเลื่อนอันดับของเว็บไซต์ไปอยู่ลำดับต้น ๆ ส่งผลให้ลูกค้าเห็นเว็บไซต์ของคุณก่อนคู่แข่งอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าต้องการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือใหม่ ยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อรุ่นใด ถ้าเจ้าของธุรกิจกำหนดคีย์เวิร์ดที่เจาะจง เช่น “โทรศัพท์มือถือยอดนิยม” หรือ “โทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุด” จะสนองตอบความต้องการของลูกค้าได้ดีกว่าคำกว้างๆ เพียงแค่ “โทรศัพท์มือถือ” หรือ “iPhone” การใช้คีย์เวิร์ดที่ตรงกับการค้นหาของลูกค้า จะช่วยให้ลูกค้าหาข้อมูลรวดเร็ว และอันดับของเว็บไซต์จะขึ้นอยู่ในหน้าแรกๆด้วย

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ผู้คนส่วนใหญ่จะใช้เวลาในช่วงวันหยุดมองหาร้านอาหารเพื่อออกไปรับประทานมื้อเย็น โดยเลือกคีย์เวิร์ด เช่น “อาหารญี่ปุ่น” “ซูชิ” “ร้านบุฟเฟ่ต์” “กรุงเทพฯ” การค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดง่ายๆลงใน Google จากนั้นเลื่อนดูผลลัพธ์รายการที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด หากเว็บไซต์ของคุณขึ้นในหน้าแรกได้ด้วยคีย์เวิร์ดเหล่านี้ ลูกค้าจะพบร้านของคุณได้ง่ายๆ เช่นกัน นั่นคือคำอธิบายเบื้องต้นว่า SEO มีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจของคุณอย่างไร

วิธีการเรียนรู้ประโยชน์ของการทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ธุรกิจถูกจัดอันดับในหน้าแรก ไม่ใช่การสุ่มเลือกแต่เป็นวิธีที่สมเหตุสมผล เพราะเว็บเหล่านั้นใช้ SEO เพื่อช่วยให้ Google เข้าใจว่าเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และเสนอคำตอบที่ชัดเจนและมีประโยชน์ที่สุดตามคีย์เวิร์ดที่พิมพ์ลงไป ขณะเดียวกันเจ้าของธุรกิจจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หมายถึงโอกาสในการขายและยอดขายที่เพิ่มขึ้น

แน่นอนว่าหลักการทำ SEO เข้าใจได้ไม่ยาก คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าโฆษณาในการทำ SEO ก็ได้ แต่ถ้าคาดหวังอันดับดีที่สุดต้องทำการวิจัยคีย์เวิร์ดและงานเขียนเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง จำเป็นต้องลงทุนจ้างบริษัทการตลาดดิจิทัลที่มีประสบการณ์ในการทำ SEO ให้ในครั้งแรก เพื่อดึงดูดผู้ชมจำนวนมากเข้าชมเนื้อหา จากนั้นควรอัปเดตข้อมูลทุก 2-3 เดือน ตรวจสอบว่าคู่แข่งกำหนดเป้าหมายและใช้คีย์เวิร์ดหลักเดียวกันหรือไม่ เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น

การทำ SEO ใช้เป็นกลยุทธ์การตลาดเพื่อส่งเสริมการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตามปกติได้ เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ส่วนหนึ่งเป็นการเชื่อมลิงก์เว็บธุรกิจของคุณเข้ากับเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง ครอบคลุมบล็อกธุรกิจและอุตสาหกรรม สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เป็นช่องทางนำเสนอแบรนด์ของคุณให้ลูกค้าเห็นมากขึ้น ทุกวันนี้การทำ SEO ถือเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การตลาด ควรปรับปรุงข้อมูลเป็นประจำ ที่สำคัญคือ ติดตามคู่แข่งตลอดเวลาเพื่อก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวก่อนคู่แข่งเสมอ

เรียนรู้การใช้ SEO

ประโยชน์ที่จะได้จากการทำ SEO ให้เว็บไซต์

SEO เป็นวิธีการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ออนไลน์ ซึ่งผู้ทำธุรกิจค้าขายในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องรู้จัก เพื่อปรับปรุงเนื้อหาในเว็บไซต์ เชื่อมโยงลิงก์ รวมถึงการแก้ไขส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ให้เหมาะสมตามแนวทางที่ Search Engine อย่าง Yahoo Google กำหนด เพื่อทำให้การจัดอันดับเว็บไซต์ดีขึ้นและส่งผลให้สามารถขายสินค้าและบริการดีได้มากขึ้น

การทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ได้ประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย ได้แก่

1. การที่อันดับเว็บไซต์ดีขึ้น จะทำให้เว็บไซต์แสดงต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น ช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เข้ามาอ่านบทความ ซื้อสินค้าและใช้บริการต่าง ๆ ในเว็บไซต์ได้มากขึ้นอย่างรวดเร็ว

2. ทำให้เพิ่มโอกาสขยายฐานลูกค้าได้ในเวลาไม่นาน เพราะผู้เข้ามาชมเว็บไซต์ที่มาก มักจะแชร์เว็บไซต์และบอกต่อ ๆ กันกับคนรู้จัก ให้มาซื้อสินค้าและบริการจากเว็บไซต์ที่อันดับสืบค้นดี

3. ทำให้ได้ลูกค้าที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาราคาแพง เนื่องจากการทำ SEO ที่มีคุณภาพ จะต้องมีการใส่เนื้อหาที่มี Keyword เหมาะสมกับการสืบค้นของลูกค้าเป้าหมายเช่น เมื่อลูกค้าเป้าหมายพิมพ์คีย์เวิร์ดว่าดอกไม้ ก็จะปรากฏเว็บไซต์ของร้านค้าดอกไม้ออนไลน์ขึ้นมา ตามการใส่คีย์เวิร์ดในบทความของเว็บไซต์นั้น จึงทำให้มีโอกาสที่จะขายสินค้าได้ง่ายและเร็วขึ้น

4. ทำให้เว็บไซต์ที่เปิดใหม่มีโอกาสแข่งขันได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับบริษัทใหญ่หรือบริษัทอื่น ๆ ที่มีมาก่อนแล้ว แม้ว่าจะไม่มีเงินทุนมากในการลงทุนค่าโฆษณา แต่การทำบทความที่มีเนื้อหาดี ก็สามารถเพิ่มอันดับการสืบค้นที่ดีขึ้นได้

5. สามารถเพิ่มโอกาสขายสินค้าและบริการได้มากยิ่งขึ้นตลอดเวลา เพราะใช้ระบบอินเตอร์เน็ตในการเชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับร้านค้า โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ใช้งานได้ดีกับระบบโทรศัพท์มือถือด้วย ก็ยิ่งเพิ่มความนิยมได้มากขึ้น

6. การทำ SEO สม่ำเสมอ จะทำให้อันดับการสืบค้นอยู่ในระดับ Top 5 Top 10 ได้ และทำให้ลูกค้ามีความเชื่อถือในเว็บไซต์มากขึ้น ส่งผลดีต่อชื่อเสียงในระยะยาว

7. ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ ก็สามารถได้ลูกค้าจากทั่วโลก จึงช่วยประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้

จากประโยชน์ที่กล่าวมาทั้งเจ็ดข้อข้างต้น แสดงว่า SEO สามารถช่วยให้ธุรกิจค้าขายออนไลน์ประสบความสำเร็จมากขึ้น ทำให้ติดตลาดและขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลต่อยอดขายในระยะยาวด้วย

ผู้ที่สนใจทำ SEO ให้เว็บไซต์ขายสินค้าและบริการต่าง ๆ ทางออนไลน์ จึงควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับวิธีการทำ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเองหรือเลือกจ้างบริษัทของเอกชนทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์ ก็ได้เช่นกัน ซึ่งมีแพ็คเกจราคาหลายแบบที่สามารถเลือกตามความเหมาะสมได้

ประโยชน์ที่จะได้จากการทำ SEO ให้เว็บ

5 สิ่งที่นักทำ SEO ควรเลิกทำได้แล้ว (Google 2019)

เมื่อกฏของทาง Google มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา วิธีการทำอันดับก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยเช่นกัน บทความนี้จะมาพูดวิธีการทำ SEO ที่ล้าสมัยและควรเลิกทำไปได้แล้ว

5 สิ่งที่นักทำ SEO ควรเลิกทำได้แล้ว (Google 2019)

1.การสร้าง Backlink คุณภาพต่ำจาก Network ที่สร้างเอง

การสร้าง Network ในปัจจุบันยังถือว่าเป็นเรื่องที่ช่วยดันอันดับได้อยู่ก็จริงแต่การสร้าง Network ที่ดีนั้นก็ควรจะเป็นการสร้าง Backlink ที่ดีด้วย เพราะถ้าคุณได้ลิงค์จากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพต่ำการทำคะแนน SEO ของคุณก็จะต่ำไปด้วย ซึ่งแต่ก่อนนั้น Google ยังไม่สนใจการทำ Backlink จากเว็บคุณภาพต่ำแต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว คุณจะต้องได้ลิงค์มาจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพดีเท่านั้น Google ถึงจะนับคะแนนให้คุณ เว็บคุณภาพเป็นอย่างไร สังเกตง่าย ๆ คือ มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับชื่อเว็บไซต์ อ่านเนื้อหาในเว็บไซต์และเข้าใจได้ อ่านรู้เรื่อง น่าติดตาม เป็นต้น

2.การทำ Backlink จาก Web directory

Web directory เปรียบเสมือนเว็บสารบัญหรือสมุดหน้าเหลืองของเว็บไซต์ ที่รวบรวมเว็บไซต์ไว้ทุกหมวดหมูเพื่อให้ผู้คนเข้าไปค้นหาได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งนี้ก็เป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้ว ปัจจุบัน Google ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ประเภทนี้แล้ว การทำ Backlink จากเว็บประเภทนี้ก็อาจจะทำให้เสียเวลาไปเปล่า ๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งต้องห้ามหากคุณต้องการจะทำมัน

3.ชื่อเว็บไซต์ที่ตรงกับคีย์เวิร์ดไม่มีผลแล้ว

สมัยก่อนเวลาเราทำเว็บไซต์ขึ้นมาหนึ่งเว็บไซต์เกี่ยวกับสบู่ เรามักจะตั้งชื่อเว็บไซต์ให้เกี่ยวข้องกับสบู่หรือมีชื่อที่แปลตรงตัวในชื่อเว็บไซต์ไปเลยว่า xxxsoap.com เพื่อที่จะให้ Google รู้ได้อย่างรวดเร็วว่าเราทำเกี่ยวกับอะไร แต่ในปัจจุบันนี้ Google ได้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและได้ลดความสำคัญของชื่อโดเมนไปจนแทบไม่มีผลแล้ว

4.การเขียนบทความขยะ

การเขียนบทความที่ดีนั้นต้องเป็นบทความที่อ่านเข้าใจ รู้เรื่อง ไม่วกวน ไม่ลอกใครมา ไม่ใส่คีย์เวิร์ดซ้ำ ๆ ลงไปจนอ่านแล้วรู้เลยว่าเป็นบทความขยะ หมายถึงหากคุณเขียนบทความที่ไม่ดีลงไปในเว็บไซต์แล้วหวังว่า Google จะยกอันดับให้คุณอยู่ในที่ดี ๆ แล้วล่ะก็ อย่าเสียเวลาทำเลย เพราะตอนนี้ Google เองสามารถเข้าใจได้แล้วว่าบทความของคุณนั้นมีคุณภาพดีหรือไม่อย่างไร

5.สร้าง Backlink ที่มากเกินไป

Backlink ยังไงก็ถือว่าจำเป็นจะต้องมีสำหรับการทำอันดับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าวัน ๆ หนึ่งคุณจะหาเท่าไรมาเติมให้กับเว็บไซต์ก็ได้ เพราะหาก Backlink ที่คุณหามาให้กับเว็บไซต์ของคุณมีจำนวนมากเกินไปแล้วล่ะก็ทาง Google จะนำคุณเข้าไปอยู่ใน Sandbox เพื่อทำโทษ เพราะเขารู้แล้วว่าคุณกำลังทำอันดับแบบผิดปกติ และคุณต้องอุทรณ์เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณเองหลุดออกมาทำอันดับได้อีกครั้งหนึ่งซึ่งจะทำให้เสียเวลาในการทำอันดับเป็นอันมาก

5 สิ่งที่นักทำ SEO ควรเลิกทำได้แล้ว

เลือกคีย์เวิร์ด SEO ให้เป็น เพื่อติดหน้าแรกการสืบค้น

การเลือกคีย์เวิร์ด SEO ให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง น่าจะเป็นคำกล่าวที่ใช้ได้ดีสำหรับคนทำบทความขึ้นเว็บไซต์ใน พ.ศ. นี้ ที่ต้องเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมกับบทความ และมีอำนาจในการสืบค้นสูงเพื่อให้เว็บไซต์ถูกสืบค้นได้ในหน้าแรกของหน้าต่างของ search engine อย่าง google และ yahoo จะมีวิธีการเลือกอย่างไรบ้าง มาดูกันเลย

เลือกคีย์เวิร์ด SEO ให้เป็น เพื่อติดหน้าแรก

ส่วนประกอบของคีย์เวิร์ดที่ดี

คีย์เวิร์ด SEO ที่ดี ควรมี 2 ส่วนใหญ่ คือ ส่วนแรก ส่วนที่เป็นคำธรรมดาที่คนทั่วไปค้นหา เช่น ดอกไม้ รองเท้า กีฬา หากไปใช้คีย์เวิร์ดคำว่า บุปผา แทนคำว่าดอกไม้ ก็จะมีโอกาสถูกค้นเจอบทความนี้น้อย เพราะจะมีคนจำนวนไม่มากนักที่คำนี้

และอีกส่วน คือ การพ่วงคำที่เกี่ยวกับตัวสินค้าและบริการของคุณ เช่น การเลือกร้านจัดช่อดอกไม้รับปริญญาที่ดี วิธีการเลือกรองเท้ากีฬาที่เหมาะกับคุณ ฯลฯ จะทำให้คีย์เวิร์ดมีความหลากหลายและสื่อความหมายได้ดียิ่งขึ้น

คีย์เวิร์ดแบบ long tail keywords เป็นตัวเลือกที่ดี

คีย์เวิร์ด SEO ที่มีการเติมส่วนขยายจนได้เป็น long tail keywords เช่น ดอกไม้บวกกับคำว่า ช่อ รวมเป็น ช่อดอกไม้ รองเท้า บวกกับคำว่า กีฬา เป็น รองเท้ากีฬา จะให้ความหมายที่ชัดเจน และจับกลุ่มลูกค้าที่เจาะจงยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือทำให้ถูกวิเคราะห์ด้วยระบบ algorithm จนขึ้นสู่อันดับต้นในหน้าต่างสืบค้นได้ดีกว่าคีย์เวิร์ดที่สั้นด้วย

คีย์เวิร์ดที่ตรงใจลูกค้า หาจากไหนกัน

คีย์เวิร์ดที่มีคุณภาพ ต้องมีความทันสมัยและตอบโจทย์การสืบค้นที่เป็นปัจจุบันของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายซึ่งดูง่าย ๆ จาก google search เช่น ลองพิมพ์ส่วนคีย์เวิร์ดหลักคำว่าดอกไม้ลงไป จะมีส่วนต่อเติมที่ขึ้นโดยอัตโนมัติว่า รับปริญญา ที่ไหนดี ราคาถูก ของขวัญ ฯลฯ ซึ่งคุณสามารถเลือกคำที่ google search แนะนำให้คุณมาต่อเป็น long tail keywords ก็จะได้คำที่มีอำนาจในการสืบค้นสูงแล้ว

นอกจากนี้ ยังมี google adwords เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการหาคีย์เวิร์ดที่ใช่ของคุณ แต่จะมีค่าใช้จ่ายแบบ paid search ทำให้พิมพ์ในช่อง search term ก็จะไปดูคีย์เวิร์ดที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ได้ ทั้งมีข้อมูลเชิงสถิติให้ด้วยว่ามียอดคลิก ยอด traffic หรือยอดผู้เข้าชมบทความที่มีคีย์เวิร์ดเหล่านี้มากน้อยเพียงใดด้วย

เลือกคีย์เวิร์ด SEO ให้เป็น ติดหน้าแรกการสืบค้น

การเลือกคีย์เวิร์ด SEO ให้เป็น คือมีความเหมาะสมกับสินค้าและบริการของแบรนด์คุณ และมีความทันสมัยตอบโจทย์การสืบค้นของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณถูกจัดอันดับดีขึ้นจนปรากฏบนหน้าแรกของหน้าต่างการสืบค้น คุณจึงไม่ควรพลาดการให้ความสำคัญกับคีย์เวิร์ดในบทความโดยเด็ดขาด

แนวทางการทำ SEO สำหรับนักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ในปี 2019

การทำ SEO เป็นสิ่งที่นักธุรกิจรุ่นใหม่หลายท่านอาจยังไม่เข้าใจและไม่แน่ใจว่าในปี 2019 ยังมีความจำเป็นในการทำเว็บไซต์ SEO อยู่หรือไม่ ซึ่งในความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญงานด้านไอที มีคำแนะนำแก่เจ้าของธุรกิจที่ต้องการประสบความสำเร็จในการทำเว็บไซต์ ดังนี้

แนวทางการทำ SEO สำหรับนักธุรกิจออนไลน์

องค์ประกอบพื้นฐานของ SEO ยังจำเป็นเสมอ

การทำ SEO ยังเป็นสิ่งจำเป็นในการสืบค้นพบเป็นอันดับต้น ๆ จาก search engine ซึ่งองค์ประกอบทั่วไปของเว็บไซต์ SEO สองส่วนใหญ่ ดังนี้

1. ON-page SEO เป็นการสร้างสรรค์เนื้อหา content SEO ต่าง ๆ ในเว็บไซต์ โดยเป็นการต่อยอดข้อมูลจากคีย์เวิร์ดที่ตรงใจกลุ่มลูกค้า ซึ่งต้องผ่านการวิจัยและประเมินความเหมาะสมของคีย์เวิร์ดด้วยโปรแกรมเฉพาะ (มีทั้งแบบฟรีและชำระเงิน) และคีย์เวิร์ดยังถูกนำมาเป็นส่วนประกอบในจุดสำคัญต่าง ๆ ของเว็บไซต์ด้วย เช่น การตั้งชื่อ URL address การใส่ใน meta description การตั้งชื่อภาพ ฯลฯ

การทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์ทางธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้สวยงามในปี 2019 จึงต้องเริ่มจากคีย์เวิร์ดที่ถูกทางและมีเนื้อหาต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับการตรวจสอบของ Rank Brain และอัลกอริทึ่มพื้นฐานในระบบสืบค้นของ ยาฮู กูเกิ้ล ด้วย

2. OFF-page SEO เป็นการให้ความสำคัญกับส่วนโครงสร้างและการเชื่อมโยงลิ้งค์ของเว็บไซต์ เช่น การทำ Backlink เพื่อเพิ่ม traffic ให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเข้ามาอ่านและเลือกใช้สินค้าและบริการของบริษัท โดยปัจจุบันมีระบบการกีดกัน spam และป้องกันการเปิดเว็บไซต์ลูกที่สร้างลิ้งค์เชื่อมโยงมาสูงเว็บไซต์แม่ของบริษัทตัวเองแบบไม่โปร่งใสด้วย

การเพิ่มช่องทางเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่

นอกจากการทำ SEO ในตัวของเว็บไซต์เองแล้ว เจ้าของธุรกิจยังต้องมองหาโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านโซเชียลมีเดียรูปแบบใหม่ เช่น การสร้างแอพพลิเคชั่นเพื่อการใช้งานแบบรวดเร็วฉับไวเพียงปลายนิ้วคลิกของลูกค้าที่นิยมสืบค้น และเลือกซื้อสินค้าและบริการผ่านแอพพลิเคชั่นในทุกสถานที่แบบไม่จำกัดไลฟ์สไตล์มากกว่าการสืบค้นผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ขณะทำงานนั่งที่โต๊ะ เป็นต้น

แนวทางการทำ SEO สำหรับนักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่

การเลือก Hosting ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ

แม้คุณภาพของผลงาน SEO จะเต็มเปี่ยม แต่หากผู้ใช้งานเว็บไซต์ต้องเผชิญกับความยุ่งยาก เช่น มี error ในการเชื่อมโยงลิ้งค์ การดาวน์โหลดภาพและข้อมูลช้า  การกินพื้นที่ในหน่วยความจำกัดของเครื่องมือสื่อสารมากเกินไป ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อความประทับใจและการกลับมาใช้งานซ้ำของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และแน่นอนว่ามีผลต่อยอดขายสินค้าและบริการในระยะยาว การเลือก Hosting ที่ดีมีคุณภาพและสามารถช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยความรวดเร็ว จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับแนวทางการทำธุรกิจสำหรับผู้อยากประสบความสำเร็จในการขายสินค้าผ่านหน้าจอออนไลน์ ในปี 2019 จะเห็นได้ว่าการทำ SEO ยังมีความจำเป็นและเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการต่อยอดเพื่อการสร้างสรรค์ผลงานที่ตรงใจและดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจได้ในระยะยาว

9 สิ่งที่ต้องมองหาในนักเขียน SEO เพื่อทำธุรกิจออนไลน์ให้สำเร็จ

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการให้เข้าสู่ระบบ SEO จนสามารถติดตลาดและเพิ่มยอดขายได้อย่างน่าพึงพอใจไม่ใช่เรื่องยาก โดยหนึ่งในนั้นคือการเลือกนักเขียนบทความแนว SEO ที่มีคุณภาพตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ ดังนั้น หากคุณกำลังมองหานักเขียนแนว SEO ที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ควรดูจากอะไรบ้างมาดูกัน

1. ควรเลือกนักเขียนที่มีผลงานเขียนให้ชม เลือกที่มีแนวทางใช้ภาษาที่สวยงาม แต่ก็กระชับและมีความทันสมัยในตัวเองด้วย

2. การสะกดคำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษต้องถูกตามหลักภาษา แม้แต่การใช้วรรณยุกต์ เอก โท ตรี จัตวา ก็ต้องเป๊ะด้วย เนื่องจากการปรากฏคำผิดแม้เพียง 2 ถึง 3 ครั้งในแต่ละเพจ จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ในภาพรวม

3. นักเขียนที่ดีต้องรู้หลักการวางตำแหน่งคีย์เวิร์ดที่ช่วยส่งเสริมการขายและสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่บริษัท

4. บทความ SEO ต้องไม่มีจำนวนคีย์เวิร์ดมากและถี่เกินไปในแต่ละเพจ เช่น หากความยาวอยู่ในช่วง 500 ถึง 1000 คำ ไม่ควรใส่เกิน 5 คีย์เวิร์ดและไม่ควรซ้ำเกิน 5 ครั้งในแต่ละบทความ

5. เมื่อรู้คีย์เวิร์ดที่จะใช้ ไม่ว่ามาจากการวิจัยคีย์เวิร์ดด้วยโปรแกรมหรือการกำหนดเองจากผู้จ้างงาน นักเขียนที่มีประสบการณ์จะสามารถคิดหัวข้อและจินตนาการสร้างโครงเรื่องในหัวได้แทบจะทันที เพื่อให้สามารถนำเสนอธีมหรือแนวเขียนบทความกับผู้ว่าจ้างได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เริ่มและจบผลงานได้ฉับไวตามมาด้วย

9 สิ่งที่ต้องมองหาในนักเขียน

6. การทำงานเขียน SEO ที่มีคุณภาพเพื่อธุรกิจออนไลน์ จำเป็นต้องวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคหรือผู้อ่าน ประหนึ่งเข้าไปนั่งในใจผู้อ่านว่าต้องการอะไร ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่ได้ในนักเขียนทุกคน ประเด็นนี้จึงทำให้มูลค่างานเขียนหรือค่าจ้างของงานแตกต่างกัน

7. การไม่ล่าช้าในการทำงาน หรือการส่งงานตรงเวลาที่กำหนด เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของนักเขียนที่จะช่วยให้การทำงาน SEO ง่ายขึ้น เพราะสามารถมีบทความดี ๆ อัพเดตบนเว็บไซต์ได้ตาม timeline เพื่อให้การจัดอันดับเว็บไซต์พุ่งขึ้นสู่อันดับท็อปและติดตลาดได้อย่างยาวนาน

8. การรักษาความลับของลูกค้าแต่ละเจ้า จะช่วยให้การทำงานมีความเชื่อใจกันมากขึ้น การเปิดเผยเพียงบางส่วนเพื่อการเป็นตัวอย่างแนวเขียนอาจกระทำได้ หากผู้ว่าจ้างรายเก่าที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์บทความอนุญาต

9. การจัดโครงสร้างของเนื้อหาในบทความที่เหมาะสม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เพิ่มความน่าอ่าน สามารถจับประเด็นได้ง่าย และแม้จะปิดท้ายด้วยวลีส่งเสริมการขายก็ไม่ได้น่าเกลียด หากเนื้อความส่วนใหญ่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์เป็นการให้สารประโยชน์มีคุณค่าแก่ผู้อ่าน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 9 ข้อที่เรียกได้ว่าเป็นคุณสมบัติที่ห้ามขาดในนักเขียนแนว SEO หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกธุรกิจออนไลน์ในการเลือกจ้างงานเขียนที่มีคุณภาพต่อไป

มองหานักเขียน SEO เพื่อทำธุรกิจออนไลน์ให้สำเร็จ

ทำ SEO ปี 2018 เน้นอะไรดี

สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจ การทำหน้าร้านออนไลน์หรือเปิดเว็บเพจเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทั้งทำให้สร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ซึ่ง SEO เป็นสิ่งที่สำคัญในการทำให้ร้านเป็นจุดสังเกตให้ลูกค้า เปิดประตู เข้ามาดู page ของธุรกิจได้ ทั้งนี้ การจ้างคนทำ SEO ในอดีต เมื่อสัก 5-10 ปี ที่แล้ว จะเป็นการใช้แบ็คลิ้งค์ (Backlink) หรือการแนบลิ้งค์ ขายลิ้งค์ ที่ทำให้ Google บอท มองว่าเป็นการ แชร์ต่อ อนุมานว่า เป็นเว็บเพจที่ได้รับความนิยมสูงจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจึงเน้นที่ปริมาณของบทความที่ต้องสร้างและมีลิ้งค์แนบให้มาก ขายโฆษณาให้สูงเข้าไว้ แต่ในปัจจุบัน ปี 2018 จะสังเกตได้ว่ามีมืออาชีพ รับทำ content ที่สอดแทรก SEO เข้าไปแบบมีคุณภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากการจัดอันดับเว็บเพจจะใช้ระบบใหม่ เป็นการวัดคุณภาพของเนื้องานหรือ content ที่ให้ข้อมูลดี ๆ มีคุณค่า มากขึ้น การใส่ SEO หรือคีย์เวิร์ดที่มีคนสืบค้น เป็นสิ่งที่ต้องมีการทำวิจัยตลาดที่จำเป็นและแข่งขันกันสูงมากในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น ธุรกิจรับจัดช่อดอกไม้ หากใช้โปรแกรมในการหาว่าลูกค้านิยมสืบค้นด้วยคำไหน อาจพบว่า มีคำว่า ดอกไม้ ที่ไหนถูก ร้านดอกไม้ ราคาถูก ฯลฯ พร้อมกับเปอร์เซ็นต์การสืบค้นที่มีการเก็บสถิติจากโปรแกรมไว้ในแต่ละคำ

หาคีย์เวิร์ดทำ SEO

ผู้ที่ต้องการหา keyword ทำ SEO ก็สามารถเลือกจากคำที่โปรแกรมแสดงได้ ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้ เช่น จะจัดวางคำในตำแหน่งไหนบ้าง ความยาวบทความเท่าไร จึงจะเหมาะกับลูกค้าเป้าหมาย ทั้งนี้มีโปรแกรมที่ช่วยวัดว่าแต่ละบทความคนทั่วไปใช้เวลาอ่านกี่นาที หากบทความมีความยาวเนื้อหามากเกินไป ก็จะไม่เหมาะกับผู้อ่านส่วนใหญ่ที่มักอ่านบทความหรือเข้าเว็บเพจทางมือถือ ที่ใช้เวลาเพียง แว่บเดียว หรือ ช่วงสั้น ๆ 3 – 5 นาที ในการหาข้อมูลของสิ่งที่สนใจจากหน้าเว็บไซต์

การสร้างเว็บไซต์ที่ effective หรือมีประสิทธิผลในการเข้าถึงลูกค้า จึงต้องใส่ใจใน content ที่เน้นคุณภาพและแทรก SEO ลงไปอย่างถูกที่ถูกจังหวะ ทำให้ลูกค้าที่อ่านบทความ รู้สึกว่า ได้บางอย่าง เช่น ได้ความรู้ที่ไม่เคยทราบ ได้ความอัพเดตใหม่ ๆ ในเรื่องที่รู้อยู่แล้ว เป็นต้น

SEO ในบทความ จึงเป็นเพียงตัวเชื่อมโยงลูกค้า ให้เข้ามาเราเราจากการ พิมพ์ถาม ใน search engine แต่ที่จะทำให้ลูกค้า ตัดสินใจ เลือกซื้อสินค้า-ผลิตภัณฑ์หรือ เลือกใช้บริการ เช่น จองทัวร์ , จองโรงแรม , จองตั๋วเครื่องบิน , แลกเงิน ฯลฯ ยังต้องมีอีกหลายปัจจัยที่เข้ามาประกอบที่ผู้ทำธุรกิจต้องใส่ใจเช่นกัน ได้แก่ ความสะดวกใช้งานของเว็บไซด์ ความประทับใจเมื่อใช้สินค้าและบริการจริง เป็นต้น

หาคีย์เวิร์ดทำ SEO

เทคนิค SEO สร้างคอนเทนต์เฉพาะเพื่อหาลูกค้าใหม่

ปัจจุบันการทำตลาดออนไลน์ด้วยการเริ่มต้นเปิดเว็บไซต์ขายสินค้าเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้องสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการโปรโมทสินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่สร้างประชาสัมพันธ์แบรนด์เล็กให้เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ก็เผชิญการแข่งขันสูงไม่ต่างจากธุรกิจแบบออฟไลน์ จำเป็นต้องใช้เทคนิค SEO ช่วยสร้างทางลัดให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายค้นพบเว็บไซต์เร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นแล้ว บรรดาคู่แข่งที่เป็นธุรกิจรายใหญ่ซึ่งครองตลาดมาก่อนจะคว้าเอาลูกค้าไปจนหมด การทำ SEO ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็กช่วยให้หาลูกค้าใหม่ได้ จะต้องเข้าใจวิธีการเขียนคอนเทนต์เฉพาะที่ตรงกับความต้องการผู้ค้นหามากที่สุด โดยมีการใส่คีย์เวิร์ดตรงกับคำค้นหาของลูกค้า ถือเป็นหัวใจของการตลาดให้แบรนด์ต่าง ๆ กำหนดคำที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เช่น “สมาร์ทโฟน ราคาถูก” “โน้ตบุ๊ก รุ่นล่าสุด” คีย์เวิร์ดเฉพาะจะช่วยให้เข้าถึงเป้าหมายโดยตรง แม้จะไม่แพร่หลายในวงกว้างเท่ากับคีย์เวิร์ดทั่วไป แต่มีประสิทธิภาพในการเจาะกลุ่มที่ต้องการซื้อมากที่สุด

ในขณะที่ธุรกิจยังเป็นน้องใหม่และจำหน่ายสินค้าเฉพาะ การทำตลาดออนไลน์มีทั้งจุดได้เปรียบและเสียเปรียบ ส่วนเสียเปรียบคือทั้งเว็บไซต์และแบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จัก ต้องงัดกลยุทธ์การสื่อสารและการตลาดมาใช้ให้มากที่สุด ไม่เช่นนั้นลูกค้าอาจตัดสินใจซื้อไปก่อนที่จะค้นหามาพบเว็บของเราก็เป็นได้ ส่วนความได้เปรียบคือการเลือกคีย์เวิร์ดง่ายขึ้น เพราะสินค้าทั่วไปมีคู่แข่งจำนวนมาก การเลือกคีย์เวิร์ดเป็นคำทั่วไปจะเจอกับเว็บคู่แข่งนับไม่ถ้วน แน่นอนว่าการประมวลผลของเครื่องมือค้นหาอย่าง Google จะต้องเลือกเว็บที่มีความเคลื่อนไหวถี่ ๆ เพราะผู้ใช้งานจำนวนมากให้อยู่ในอันดับแรก ทำให้ยากจะแข่งขันกับรายใหญ่หรือบริษัทที่ครองตลาดมาก่อน แต่ถ้าเน้นขายสินค้าเฉพาะทาง การใช้คีย์เวิร์ดค้นหาจะเปลี่ยนจากคำเดียว กลายเป็นวลีที่มีคำขยาย ทำให้มีโอกาสเข้าตาลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น

สินค้าที่ควรเขียนคอนเทนต์ให้ชัดเจน

หากสินค้าของคุณเป็นสินค้าเฉพาะทาง การเขียนคอนเทนต์ต้องเน้นให้เห็นชัดเจนว่ามีจุดเด่นแตกต่างกับคู่แข่งอย่างไร เพื่อให้ลูกค้าเปรียบเทียบและตัดสินใจง่ายขึ้น วิธีการเขียนคอนเทนต์และใส่คีย์เวิร์ดลงไปทำให้กำหนดกลุ่มเป้าหมายง่ายขึ้นด้วย ผู้ที่ต้องการซื้อจริง ๆ จะเข้ามาเป็นลูกค้าใหม่ ไม่ต้องเสียเวลากับคนคลิกที่เข้ามาดูแล้วกดออกไป ด้วยกลไกของเครื่องมือค้นหาอย่าง Google จะนำจุดเด่นของคอนเทนต์มาเป็นตัวอธิบายความของเว็บไซต์ ให้เน้นความพิเศษของสินค้าในย่อหน้าแรกซึ่งมักจะเป็นส่วนที่ถูกหยิบเอาไปให้นิยามเว็บไซต์นั้น เมื่อมีสินค้าคุณสมบัติใหม่เข้ามา จำเป็นต้องปรับปรุง SEO และเปลี่ยนคีย์เวิร์ดอย่างสม่ำเสมอ

หากธุรกิจของคุณยังเป็นกิจการขนาดเล็ก มีสินค้าเฉพาะกลุ่ม การเข้าถึงลูกค้าใหม่ที่เป็นเป้าหมายโดยตรงจะทำให้การบริหารจัดการง่ายขึ้นมาก ทั้งด้านการวางแผนกลยุทธ์การขาย เขียนคอนเทนต์ง่ายและตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าสนใจและต้องการรู้ได้ตรงใจที่สุด รวมไปถึงการจัดส่งสินค้าในท้องถิ่น หรือแม้แต่การสต๊อกสินค้าได้จำนวนพอเหมาะ ไม่ต้องนำเงินไปจมกับสินค้าค้างสต๊อก นับว่าเทคนิค SEO มีบทบาทต่อการวางแผนการขายและการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายและลูกค้ามากพอสมควร

เทคนิค SEO สร้างคอนเทนต์เฉพาะเพื่อหาลูกค้าใหม่