9 สิ่งที่ต้องมองหาในนักเขียน SEO เพื่อทำธุรกิจออนไลน์ให้สำเร็จ

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการให้เข้าสู่ระบบ SEO จนสามารถติดตลาดและเพิ่มยอดขายได้อย่างน่าพึงพอใจไม่ใช่เรื่องยาก โดยหนึ่งในนั้นคือการเลือกนักเขียนบทความแนว SEO ที่มีคุณภาพตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ ดังนั้น หากคุณกำลังมองหานักเขียนแนว SEO ที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ควรดูจากอะไรบ้างมาดูกัน

1. ควรเลือกนักเขียนที่มีผลงานเขียนให้ชม เลือกที่มีแนวทางใช้ภาษาที่สวยงาม แต่ก็กระชับและมีความทันสมัยในตัวเองด้วย

2. การสะกดคำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษต้องถูกตามหลักภาษา แม้แต่การใช้วรรณยุกต์ เอก โท ตรี จัตวา ก็ต้องเป๊ะด้วย เนื่องจากการปรากฏคำผิดแม้เพียง 2 ถึง 3 ครั้งในแต่ละเพจ จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ในภาพรวม

3. นักเขียนที่ดีต้องรู้หลักการวางตำแหน่งคีย์เวิร์ดที่ช่วยส่งเสริมการขายและสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่บริษัท

4. บทความ SEO ต้องไม่มีจำนวนคีย์เวิร์ดมากและถี่เกินไปในแต่ละเพจ เช่น หากความยาวอยู่ในช่วง 500 ถึง 1000 คำ ไม่ควรใส่เกิน 5 คีย์เวิร์ดและไม่ควรซ้ำเกิน 5 ครั้งในแต่ละบทความ

5. เมื่อรู้คีย์เวิร์ดที่จะใช้ ไม่ว่ามาจากการวิจัยคีย์เวิร์ดด้วยโปรแกรมหรือการกำหนดเองจากผู้จ้างงาน นักเขียนที่มีประสบการณ์จะสามารถคิดหัวข้อและจินตนาการสร้างโครงเรื่องในหัวได้แทบจะทันที เพื่อให้สามารถนำเสนอธีมหรือแนวเขียนบทความกับผู้ว่าจ้างได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เริ่มและจบผลงานได้ฉับไวตามมาด้วย

9 สิ่งที่ต้องมองหาในนักเขียน

6. การทำงานเขียน SEO ที่มีคุณภาพเพื่อธุรกิจออนไลน์ จำเป็นต้องวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคหรือผู้อ่าน ประหนึ่งเข้าไปนั่งในใจผู้อ่านว่าต้องการอะไร ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่ได้ในนักเขียนทุกคน ประเด็นนี้จึงทำให้มูลค่างานเขียนหรือค่าจ้างของงานแตกต่างกัน

7. การไม่ล่าช้าในการทำงาน หรือการส่งงานตรงเวลาที่กำหนด เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของนักเขียนที่จะช่วยให้การทำงาน SEO ง่ายขึ้น เพราะสามารถมีบทความดี ๆ อัพเดตบนเว็บไซต์ได้ตาม timeline เพื่อให้การจัดอันดับเว็บไซต์พุ่งขึ้นสู่อันดับท็อปและติดตลาดได้อย่างยาวนาน

8. การรักษาความลับของลูกค้าแต่ละเจ้า จะช่วยให้การทำงานมีความเชื่อใจกันมากขึ้น การเปิดเผยเพียงบางส่วนเพื่อการเป็นตัวอย่างแนวเขียนอาจกระทำได้ หากผู้ว่าจ้างรายเก่าที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์บทความอนุญาต

9. การจัดโครงสร้างของเนื้อหาในบทความที่เหมาะสม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เพิ่มความน่าอ่าน สามารถจับประเด็นได้ง่าย และแม้จะปิดท้ายด้วยวลีส่งเสริมการขายก็ไม่ได้น่าเกลียด หากเนื้อความส่วนใหญ่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์เป็นการให้สารประโยชน์มีคุณค่าแก่ผู้อ่าน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 9 ข้อที่เรียกได้ว่าเป็นคุณสมบัติที่ห้ามขาดในนักเขียนแนว SEO หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกธุรกิจออนไลน์ในการเลือกจ้างงานเขียนที่มีคุณภาพต่อไป

มองหานักเขียน SEO เพื่อทำธุรกิจออนไลน์ให้สำเร็จ

ทำ SEO ปี 2018 เน้นอะไรดี

สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจ การทำหน้าร้านออนไลน์หรือเปิดเว็บเพจเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทั้งทำให้สร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ซึ่ง SEO เป็นสิ่งที่สำคัญในการทำให้ร้านเป็นจุดสังเกตให้ลูกค้า เปิดประตู เข้ามาดู page ของธุรกิจได้ ทั้งนี้ การจ้างคนทำ SEO ในอดีต เมื่อสัก 5-10 ปี ที่แล้ว จะเป็นการใช้แบ็คลิ้งค์ (Backlink) หรือการแนบลิ้งค์ ขายลิ้งค์ ที่ทำให้ Google บอท มองว่าเป็นการ แชร์ต่อ อนุมานว่า เป็นเว็บเพจที่ได้รับความนิยมสูงจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจึงเน้นที่ปริมาณของบทความที่ต้องสร้างและมีลิ้งค์แนบให้มาก ขายโฆษณาให้สูงเข้าไว้ แต่ในปัจจุบัน ปี 2018 จะสังเกตได้ว่ามีมืออาชีพ รับทำ content ที่สอดแทรก SEO เข้าไปแบบมีคุณภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากการจัดอันดับเว็บเพจจะใช้ระบบใหม่ เป็นการวัดคุณภาพของเนื้องานหรือ content ที่ให้ข้อมูลดี ๆ มีคุณค่า มากขึ้น การใส่ SEO หรือคีย์เวิร์ดที่มีคนสืบค้น เป็นสิ่งที่ต้องมีการทำวิจัยตลาดที่จำเป็นและแข่งขันกันสูงมากในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น ธุรกิจรับจัดช่อดอกไม้ หากใช้โปรแกรมในการหาว่าลูกค้านิยมสืบค้นด้วยคำไหน อาจพบว่า มีคำว่า ดอกไม้ ที่ไหนถูก ร้านดอกไม้ ราคาถูก ฯลฯ พร้อมกับเปอร์เซ็นต์การสืบค้นที่มีการเก็บสถิติจากโปรแกรมไว้ในแต่ละคำ

หาคีย์เวิร์ดทำ SEO

ผู้ที่ต้องการหา keyword ทำ SEO ก็สามารถเลือกจากคำที่โปรแกรมแสดงได้ ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้ เช่น จะจัดวางคำในตำแหน่งไหนบ้าง ความยาวบทความเท่าไร จึงจะเหมาะกับลูกค้าเป้าหมาย ทั้งนี้มีโปรแกรมที่ช่วยวัดว่าแต่ละบทความคนทั่วไปใช้เวลาอ่านกี่นาที หากบทความมีความยาวเนื้อหามากเกินไป ก็จะไม่เหมาะกับผู้อ่านส่วนใหญ่ที่มักอ่านบทความหรือเข้าเว็บเพจทางมือถือ ที่ใช้เวลาเพียง แว่บเดียว หรือ ช่วงสั้น ๆ 3 – 5 นาที ในการหาข้อมูลของสิ่งที่สนใจจากหน้าเว็บไซต์

การสร้างเว็บไซต์ที่ effective หรือมีประสิทธิผลในการเข้าถึงลูกค้า จึงต้องใส่ใจใน content ที่เน้นคุณภาพและแทรก SEO ลงไปอย่างถูกที่ถูกจังหวะ ทำให้ลูกค้าที่อ่านบทความ รู้สึกว่า ได้บางอย่าง เช่น ได้ความรู้ที่ไม่เคยทราบ ได้ความอัพเดตใหม่ ๆ ในเรื่องที่รู้อยู่แล้ว เป็นต้น

SEO ในบทความ จึงเป็นเพียงตัวเชื่อมโยงลูกค้า ให้เข้ามาเราเราจากการ พิมพ์ถาม ใน search engine แต่ที่จะทำให้ลูกค้า ตัดสินใจ เลือกซื้อสินค้า-ผลิตภัณฑ์หรือ เลือกใช้บริการ เช่น จองทัวร์ , จองโรงแรม , จองตั๋วเครื่องบิน , แลกเงิน ฯลฯ ยังต้องมีอีกหลายปัจจัยที่เข้ามาประกอบที่ผู้ทำธุรกิจต้องใส่ใจเช่นกัน ได้แก่ ความสะดวกใช้งานของเว็บไซด์ ความประทับใจเมื่อใช้สินค้าและบริการจริง เป็นต้น

หาคีย์เวิร์ดทำ SEO

เทคนิค SEO สร้างคอนเทนต์เฉพาะเพื่อหาลูกค้าใหม่

ปัจจุบันการทำตลาดออนไลน์ด้วยการเริ่มต้นเปิดเว็บไซต์ขายสินค้าเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้องสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการโปรโมทสินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่สร้างประชาสัมพันธ์แบรนด์เล็กให้เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ก็เผชิญการแข่งขันสูงไม่ต่างจากธุรกิจแบบออฟไลน์ จำเป็นต้องใช้เทคนิค SEO ช่วยสร้างทางลัดให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายค้นพบเว็บไซต์เร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นแล้ว บรรดาคู่แข่งที่เป็นธุรกิจรายใหญ่ซึ่งครองตลาดมาก่อนจะคว้าเอาลูกค้าไปจนหมด การทำ SEO ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็กช่วยให้หาลูกค้าใหม่ได้ จะต้องเข้าใจวิธีการเขียนคอนเทนต์เฉพาะที่ตรงกับความต้องการผู้ค้นหามากที่สุด โดยมีการใส่คีย์เวิร์ดตรงกับคำค้นหาของลูกค้า ถือเป็นหัวใจของการตลาดให้แบรนด์ต่าง ๆ กำหนดคำที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เช่น “สมาร์ทโฟน ราคาถูก” “โน้ตบุ๊ก รุ่นล่าสุด” คีย์เวิร์ดเฉพาะจะช่วยให้เข้าถึงเป้าหมายโดยตรง แม้จะไม่แพร่หลายในวงกว้างเท่ากับคีย์เวิร์ดทั่วไป แต่มีประสิทธิภาพในการเจาะกลุ่มที่ต้องการซื้อมากที่สุด

ในขณะที่ธุรกิจยังเป็นน้องใหม่และจำหน่ายสินค้าเฉพาะ การทำตลาดออนไลน์มีทั้งจุดได้เปรียบและเสียเปรียบ ส่วนเสียเปรียบคือทั้งเว็บไซต์และแบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จัก ต้องงัดกลยุทธ์การสื่อสารและการตลาดมาใช้ให้มากที่สุด ไม่เช่นนั้นลูกค้าอาจตัดสินใจซื้อไปก่อนที่จะค้นหามาพบเว็บของเราก็เป็นได้ ส่วนความได้เปรียบคือการเลือกคีย์เวิร์ดง่ายขึ้น เพราะสินค้าทั่วไปมีคู่แข่งจำนวนมาก การเลือกคีย์เวิร์ดเป็นคำทั่วไปจะเจอกับเว็บคู่แข่งนับไม่ถ้วน แน่นอนว่าการประมวลผลของเครื่องมือค้นหาอย่าง Google จะต้องเลือกเว็บที่มีความเคลื่อนไหวถี่ ๆ เพราะผู้ใช้งานจำนวนมากให้อยู่ในอันดับแรก ทำให้ยากจะแข่งขันกับรายใหญ่หรือบริษัทที่ครองตลาดมาก่อน แต่ถ้าเน้นขายสินค้าเฉพาะทาง การใช้คีย์เวิร์ดค้นหาจะเปลี่ยนจากคำเดียว กลายเป็นวลีที่มีคำขยาย ทำให้มีโอกาสเข้าตาลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น

สินค้าที่ควรเขียนคอนเทนต์ให้ชัดเจน

หากสินค้าของคุณเป็นสินค้าเฉพาะทาง การเขียนคอนเทนต์ต้องเน้นให้เห็นชัดเจนว่ามีจุดเด่นแตกต่างกับคู่แข่งอย่างไร เพื่อให้ลูกค้าเปรียบเทียบและตัดสินใจง่ายขึ้น วิธีการเขียนคอนเทนต์และใส่คีย์เวิร์ดลงไปทำให้กำหนดกลุ่มเป้าหมายง่ายขึ้นด้วย ผู้ที่ต้องการซื้อจริง ๆ จะเข้ามาเป็นลูกค้าใหม่ ไม่ต้องเสียเวลากับคนคลิกที่เข้ามาดูแล้วกดออกไป ด้วยกลไกของเครื่องมือค้นหาอย่าง Google จะนำจุดเด่นของคอนเทนต์มาเป็นตัวอธิบายความของเว็บไซต์ ให้เน้นความพิเศษของสินค้าในย่อหน้าแรกซึ่งมักจะเป็นส่วนที่ถูกหยิบเอาไปให้นิยามเว็บไซต์นั้น เมื่อมีสินค้าคุณสมบัติใหม่เข้ามา จำเป็นต้องปรับปรุง SEO และเปลี่ยนคีย์เวิร์ดอย่างสม่ำเสมอ

หากธุรกิจของคุณยังเป็นกิจการขนาดเล็ก มีสินค้าเฉพาะกลุ่ม การเข้าถึงลูกค้าใหม่ที่เป็นเป้าหมายโดยตรงจะทำให้การบริหารจัดการง่ายขึ้นมาก ทั้งด้านการวางแผนกลยุทธ์การขาย เขียนคอนเทนต์ง่ายและตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าสนใจและต้องการรู้ได้ตรงใจที่สุด รวมไปถึงการจัดส่งสินค้าในท้องถิ่น หรือแม้แต่การสต๊อกสินค้าได้จำนวนพอเหมาะ ไม่ต้องนำเงินไปจมกับสินค้าค้างสต๊อก นับว่าเทคนิค SEO มีบทบาทต่อการวางแผนการขายและการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายและลูกค้ามากพอสมควร

เทคนิค SEO สร้างคอนเทนต์เฉพาะเพื่อหาลูกค้าใหม่

ควรจ้างทำ SEO หรือทำเองด้วยตัวเองดี ?

การทำเว็บไซต์กลายเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับธุรกิจในทุกภาคส่วน เชื่อว่าช่วยขยายฐานลูกค้าไปกว้างไกลโดยใช้ต้นทุนการตลาดน้อยลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หากทำเว็บไซต์ได้ดี จะดึงดูดลูกค้าเข้ามารู้จักแบรนด์อย่างรวดเร็ว หลายคนพึ่งพาแต่โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเฟซบุ๊กที่มีการไลฟ์สดขายของ คิดว่าเว็บไซต์คงไม่จำเป็น แต่ลืมเหตุผลข้อสำคัญว่า เวลาคนต้องการค้นหาสินค้าและบริการ คนเหล่านั้นมักจะพึ่งเครื่องมือค้นหายอดนิยมอย่างกูเกิลก่อน การทำ SEO เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ใช้พบเว็บไซต์ของเราก่อนใคร ส่วนเฟซบุ๊กนั้นเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ได้ ช่วยเพิ่มการตลาดออนไลน์ให้ธุรกิจเติบโตเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น

พูดถึงการทำ SEO มีหลายปัจจัยที่ต้องการเรียนรู้ ทั้งเรื่องการใช้คีย์เวิร์ด , วิธีการเขียนบทความ , การทำ Backlink ที่มีคุณภาพ , แนวทางการออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน , การทำเว็บไซต์อย่างไรไม่ให้ถูกลงโทษจาก Search Engine กว่าจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดอาจกินเวลานานหลายเดือน หากใช้บริการรับทำ SEO จะช่วยให้เว็บเกิดใหม่มีอัตราเติบโตรวดเร็วตั้งแต่เริ่มต้น บวกกับต้นทุนการ SEO ในทุกวันนี้มีค่าบริการราคาไม่แพง จึงถือเป็นตัวเลือกที่จะช่วยผลักดันให้เว็บประสบความสำเร็จได้ด้วยต้นทุนที่ถูกลงและไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ก่อนว่าจ้างผู้ให้บริการ จงพิจารณาเลือกให้ดี

เพราะแม้แต่คนทำ SEO เอง บางทียังใช้วิธีการทำตลาดออนไลน์แบบดั้งเดิม แต่ทุกวันนี้กูเกิลปรับวิธีการจัดอันดับใหม่แล้ว เสี่ยงที่การทำตลาดรูปแบบเดิมจะถูกมองว่าผิดวิธีและถูกเครื่องมือค้นหาเขี่ยออกจากดัชนีการจัดอันดับ กลับเป็นว่าจ้างคนผิดกลับตัวไม่ทันก็ต้องมาสร้างเว็บไซต์ใหม่ เลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือและขอคำปรึกษาบ่อย ๆ จนกระทั่งมีความรู้ความเข้าใจดี ประกอบกับเว็บไซต์ของเราเริ่มเข้าที่เข้าทางมีฐานลูกค้าในระดับหนึ่งแล้ว ค่อยออกมาทำเว็บด้วยตัวเองได้ โดยเฉพาะการใช้แพลตฟอร์มของเว็บสำเร็จรูปนั้นเอื้อประโยชน์ต่อการปรับแต่งด้วยตัวเองง่าย ๆ ไม่ต้องกังวลอะไร ทำไปแล้วจะเกิดความชำนาญไปเอง

seo trick

หัวใจสำคัญของการทำเว็บไซต์ นอกเหนือจากโครงสร้างที่สวยงาม ใช้งานง่าย ได้มาตรฐานของเว็บไซต์ทั่วไปแล้ว การเขียนบทความที่น่าอ่านเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้ใช้ได้ดีที่สุด หากเปิดเข้ามามีสินค้าอัดแน่นเต็มไปหมด ขาดคำอธิบายรายละเอียดว่าเป็นอะไร ใช้อย่างไร ดีอย่างไร ลูกค้าอาจไม่สนใจ เปิดหาเว็บอื่นๆ ที่มีข้อมูลที่ให้ประโยชน์มากกว่า แม้ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มเดียวกันก็ตาม การเขียนบทความก็เปรียบเหมือนกับการบริการลูกค้าอย่างหนึ่ง การรีวิวสินค้าจากผู้มีประสบการณ์จริงสร้างแรงจูงใจได้ดี โดยนำเอาความคิดเห็นของลูกค้าเป็นตัวตั้ง เขียนบทความแนะนำและยกตัวอย่างรีวิวสินค้าเป็นวิธีการขายแบบปากต่อปากที่มีประสิทธิภาพ เห็นผลลัพธ์เร็ว เมื่อลูกค้ารู้สึกว่าใช้ดีแล้วอยากบอกต่อ ควรเปิดเวทีให้ลูกค้าได้รีวิวสินค้าด้วย มีช่องทางให้ลูกค้าสอบถามและยื่นมือเข้าช่วยเหลือแก้ปัญหา ทั้งหมดนี้ผู้ประกอบการทำด้วยตัวเองได้ดีกว่าใคร

เว็บไซต์จึงเป็นทั้งหน้าร้านและเป็นกระบอกเสียงโฆษณาว่าสินค้าดีอย่างไร เราบริการทั้งก่อนและหลังการขายด้วยความเอาใจใส่ขนาดไหน การทำ SEO จะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ หากขาดความรู้ ความสามารถและความจริงใจของเจ้าของธุรกิจซึ่งจะทำให้ลูกค้าส่งความจงรักภักดีต่อแบรนด์กลับคืนมาอย่างคุ้มค่า

ASO กับ SEO ทำไม่เหมือนกัน

โลกของแอพพลิเคชั่นบนมือถือ กำลังได้รับกระแสความนิยมเพิ่มขึ้นล้นหลามมาโดยตลอด นับตั้งแต่แอนดรอยด์ได้มีการเปิดตัวและมีกระแสดีขึ้นจากความนิยมของผู้ให้บริการสมาร์ทโฟนส่วนมากในตลาด ได้เลือกใช้ระบบแอนดรอยด์เป็นระบบปฏิบัติการหลักของมือถือ ทำให้การตลาดอีกช่องทางที่คล้ายกับ SEO จึงเกิดขึ้นมา มันคือ ASO เป็นการทำอันดับให้กับแอพพลิเคชั่นของเรามาอยู่ในอันดับต้นของการค้นหาจากผู้ที่ต้องการดาวน์โหลดแอพมาใช้งานนั่นเอง ให้เข้าใจก่อนว่า ASO นั้น มันคือการปรับแต่งข้อมูลต่างๆให้กับหน้าเพจแอพพลิเคชั่นของเราบน Playstore

สิ่งหนึ่งเลยก็คือ แอพของเราจะต้องมีคุณภาพดีเป็นพื้นฐาน เปรียบเสมือนการสร้างเว็บที่ดี การที่อันดับแอพของเราจะขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆได้นั้น จำเป็นจะต้องมีการปรับแต่ง Title Keyword ให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่เราต้องการ และควรจะมีเรทติ้งที่ได้รับจากผู้ใช้ และการคอมเม้นต์ต่างๆ ปัจจัยเหล่านี้มีอีกมากมาย โดยผู้เขียนเองก็ไม่ได้ชำนาญเรื่องของ ASO มากนักเพราะไม่ได้มาทางสาย App แต่บอกได้คำเดียวว่ามันมีบางส่วนที่คล้ายกับเอสอีโอและมีอีกหลายส่วนมากที่ไม่สามารถใช้วิธีการทำร่วมกันได้

การทำ backlink ให้ app เรา มันเป็นเรื่องตลก

ตลก

บางคนเข้าใจว่าการทำให้แอพของเราไปติดอยู่อันดับแรก เราควรเอาลิงค์ URL แอพมาแล้วยิงลิงค์เข้าไปยัง URL แอพของเราจากหลายหลายโดเมน การทำแบบนั้นผู้เขียนคิดว่ามันคงไม่ได้มีประโยชน์มากนัก เพราะพฤติกรรมคนดาวน์โหลดแอพส่วนมากเค้าไม่ได้ดูจากเว็บไซต์ต่างๆแล้วคลิกเข้ามาสักเท่าไหร่ และมันคนละตลาดกัน ส่วนมากจะมาจากการค้นหาใน Playstore มากกว่า ถ้าจะทำลิ้งให้ยึดหลักว่าเราแนะนำแอพด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากกว่าหวังอันดับ

การให้คะแนนกับแอพนั้นว่ามีคุณภาพดีมากแค่ไหนจากผู้ใช้ น่าจะช่วยเรื่องอันดับดีกว่า หากอันกอริทึ่มของ Playstore ที่ใช้ในการจัดอันดับแอพมีการวัดค่าจากการทำลิ้งย้อนกลับมายังแอพของเราเป็นหลัก มันคงเป็นเรื่องตลกน่าดู แล้วคงจะมีสแปมเกิดขึ้นอีกอย่างนับไม่ถ้วน ทุกวันนี้ก็มีการสแปมเยอะมาก เอาแอพเก่ามารีย์สกินใหม่ขึ้นเต็มไปหมด ใครที่คิดจะทำ ASO ลองศึกษาหาข้อมูลจากเว็บต่างประเทศดู จะมีข้อมูลคอยสอนอยู่เยอะพอสมควร ให้รู้ว่ามันไม่ใช้วิธีการทำเหมือน SEO

การทำ SEO มุ่งยอดขายเป็นหลัก จัดอันดับเป็นรอง

หลายคนกำลังรอคอยประสิทธิภาพการทำ SEO อยู่ด้วยใจจดจ่อ หลังจากลองด้วยตนเองหรือจ้างบริการทำ SEO และช่วยเขียนคอนเทนต์เพื่อ ทำอันดับเว็บไซต์ ในการค้นหาจากกูเกิ้ลดีขึ้น ซึ่งวิธีนี้ค่อนข้างเห็นผลช้า ต้องรอเวลาสักระยะหนึ่ง เร็วหน่อยก็ภายใน 3 เดือน ช้าหน่อยอาจรอยาวๆ ไปเป็นปี ถามว่าเปิดเว็บไซต์แล้วจำเป็นต้องทำด้วยหรือ เอาจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงอะไร เพราะไหนๆ เราเพิ่มช่องทางการขายทางออนไลน์อยู่แล้ว การทำ SEO จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การทำตลาดส่งตรงถึงลูกค้าเป้าหมายโดยตรง ด้วยการใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะทำให้ลูกค้าค้นหาตอบโจทย์ความต้องการอย่างรวดเร็วและชัดเจนตรงใจ

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมข้อเท็จจริงที่ว่าเป้าหมายของการตลาดออนไลน์คือการทำโปรโมชั่นโดยมุ่งยอดขายเป็นหลัก บางคนเข้าใจผิดว่าตำแหน่งดีๆ ในหน้าแรกของการจัดอันดับจะการันตียอดขายทะลุทะลวง ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น แต่เป็นการช่วยให้ลูกพบกับคุณก่อนคู่แข่ง จึงมีโอกาสชูจุดเด่นให้เห็นก่อนว่า เรามีดีอะไร ทำไมควรเลือกเรามากกว่าคู่แข่ง พร้อมกับใช้คอนเทนต์สร้างเรื่องราวสินค้าและบริการ บางทีลูกค้าพึงพอใจแล้วก็ปิดการขายในเว็บได้ทันที ไม่ต้องไปค้นหาจากเว็บอื่นๆ ให้ยุ่งยาก แต่ถ้าผลิตภัณฑ์ของเรายังเจาะใจได้ไม่เต็มร้อย อาจจะติดที่รายละเอียด คุณสมบัติเฉพาะไม่ตรงสเป็ก ราคา หรือเงื่อนไขอื่นๆ ลูกค้ามีสิทธิออกไปดูเว็บอื่นก่อนกลับมาเลือกเรา อย่างน้อยขอให้ได้ผ่านตาก่อนเป็นดีที่สุด เพราะคนส่วนใหญ่ชอบของดีราคาถูก การติดอันดับหน้าแรกๆ ของกูเกิ้ลเป็นทางที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาด ทำให้เว็บของเราได้ประโยชน์ร่วมกันกับลูกค้าด้วย

กลยุทธิ์การทำ SEO

เคล็ดลับการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย จึงเป็นเรื่องที่พูดยาก แต่ถ้าเป็นการโปรโมทเว็บให้ลูกค้าที่ไม่รู้จักเราได้เห็นก่อน เชื่อได้เลยว่าทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่เห็นว่าการค้นหาในกูเกิ้ล ผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นมาให้หน้าแรกมักจะรับรองความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย ดังนั้นธุรกิจสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตต้องการให้กลยุทธ์ทางการตลาดนี้ช่วยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นและรวดเร็วขึ้น

สิ่งที่เป็นแกนกลางของกลยุทธ์การทำ SEO คือการทำคอนเทนต์ให้น่าอ่าน พร้อมกับใส่คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมโยงคำค้นหาของลูกค้ามาที่เนื้อหาและเว็บของเราในทันที ดังนั้น จำเป็นต้องคัดเฟ้นงานเขียนที่มีประสิทธิภาพเพื่อดึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเข้ามาในเว็บเป็นอันดับแรก จึงเป็นไปได้ว่าคอนเทนต์ไม่ได้เน้นการเขียนในลักษณะมุ่งโฆษณาสินค้าและบริการโดยตรง เช่น เว็บไซต์ขายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เนื้อหาอาจจะเป็นเรื่องวิธีการดูแลผิวหนังให้สะอาด เคล็ดลับการกำจัดสิวและผื่นอย่างไรไม่ให้เกิดริ้วรอย หรือแม้แต่วิธีรับประทานอาหารเพื่อผิวสดใสเปล่งปลั่ง รวมเนื้อหาที่คิดว่าลูกค้าเป้าหมายสนใจและจะเข้ามาเก็บเกี่ยวไอเดียหรือเคล็ดลับดีๆ เท่ากับเป็นการตลาดไปในตัวอยู่แล้ว มีโอกาสปิดการขายในอนาคตแน่นอน

ทำให้เว็บติดอันดับ

การค้นหาผ่านอุปกรณ์ต่างกัน ย่อมได้ผลการค้นหาต่างกัน

การค้นหาผ่านคอมพิวเตอร์ ผ่านเบาเซอร์ต่างๆ รวมไปถึงผ่านแท็ปเลทและสมาร์ทโฟนที่มีขนาดหน้าจอแตกต่างกัน บ่อยครั้งที่ผลการค้นหาใน Google จะได้ข้อมูลที่แตกต่างกันอยู่บ้าง เช่นในกรณีที่เราโพสต์หน้าเว็บไซด์คำว่าซื้อขาย เราอาจจะเห็นเว็บ A อยู่ที่อันดับหนึ่งของผลการค้นหาไม่รวมโฆษณา ส่วนพอมาลองทดสอบการค้นหาผ่านสมาร์ทโฟนเครื่องในคำว่าซื้อขายคำเดียวกัน อาจจะเห็นเว็บ B ขึ้นมาอันดับหนึ่งแทนก็ได้ ส่วนเว็บ A จะรวมไปอยู่ที่อันดับสองสามหรือสี่ก็เป็นได้

เรื่องแบบนี้มันเป็นการจัดอันดับของอันกอริทึม Google ที่จะยึดตามหลักความเหมาะสมของอุปกรณ์ที่ใช้ในการค้นหา เพื่อให้สามารถตอบสนองผู้ใช้งานได้ดีที่สุดและในทุกอุปกรณ์ ถือเป็นความสามารถของ Search Engine ค่ายดังอย่าง Google ทำให้นัก SEO อาจจะต้องรู้จักออกแบบหน้าเว็บไซด์ ปรับแต่งเนื้อหาให้สอดคล้องกับอุปกรณ์ต่างๆ บางคนที่ทำหน้าเว็บไซต์เดียวและใช้ในการแสดงผลทุกอุปกรณ์ จำเป็นจะต้องมีกึ๋นสักหน่อย ในการแบ่งแยกความเหมาะสมว่าในทุกอุปกรณ์นั้น เวลาเข้าชมแล้วจะดูได้สะดวกไม่ มีเนื้อหาเยอะแยะเละเทะจนเกินไปไหม

การปรับแต่งเว็บให้ผู้ใช้ดูง่าย ถือเป็นเรื่องดี

SEO

มันไม่ใช่แค่เรื่องของการ Responsive หน้าเว็บไซต์อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของปริมาณเนื้อหาที่เหมาะสมด้วยหากว่า เว็บที่มีปรับความยาวเนื้อหาเยอะ อ่านผ่านคอมแล้วสะดวก แต่พอมาเปิดมือถือมีตัวอักษรเยอะแยะเต็มไปหมด จนรู้สึกลายตา แอพนี้ผู้เข้าชมก็มีโอกาสที่จะย้ายมาพักพิงไปอยู่ที่เว็บอื่นแทนได้ สำหรับคนที่เป็นมืออาชีพด้านเว็บไซต์ อาจจะสร้างสองหน้าต่างขึ้นมา หนึ่งก็คือในส่วนของการเข้ารับชมผ่านคอมให้แสดงผลในรูปแบบหนึ่ง และสองในกรณีได้รับชมผ่านมือถือก็ให้แสดงผลหน้าจอไว้อีกรูปแบบหนึ่ง แบบนี้จะถือว่าตอบสนองผู้ใช้งานได้ดีมากที่สุด และแน่นอน บอท Google เองก็สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย ส่วน Tablet นั้นปกติเราจะไม่ค่อยนิยมทำกัน เพราะเปอร์เซ็นต์ผู้ใช้งานจะไม่ต่ำ แต่ถ้าเกิดมีความสามารถออกแบบหน้าตาสำหรับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี

เริ่มทำอันดับเว็บไซต์ ใช้เวลานานเท่าไรจึงเห็นผล

การจำหน่ายสินค้าหรือบริการผ่านเว็บไซต์เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงลูกค้าสะดวกรวดเร็ว เมื่อเราสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาแล้ว ต้องการให้มีผู้เข้าชมจำนวนมาก ต้องโปรโมทเว็บด้วยวิธีการต่างๆ แน่นอนว่าการซื้อโฆษณาสื่อต่างๆ เป็นการตลาดที่ทำกันมานาน มีค่าใช้จ่ายสูง หากเวลานี้ยังไม่มีงบประมาณสำหรับการลงทุนด้านโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ มากนัก อาจต้องใช้ตัวเลือกราคาประหยัดอย่างการทำ SEO (Search Engine Optimization) คือเขียนบทความสร้างสรรค์ในการโปรโมทเว็บเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาทางเสิร์จเอนจิน เนื้อหาของบทความกระชับ ไม่สั้นหรือยาวเกินไป การสร้างสรรค์และลีลาการเขียนน่าสนใจ แต่ต้องเข้าใจง่าย สามารถสื่อสารถึงสินค้าและบริการได้ถูกต้องชัดเจน พร้อมกับการใส่ Keyword เข้าไปอย่างกลมกลืน ซึ่งจะทำให้เว็บของคุณได้รับความสนใจ มีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลต่อการจัดอันดับบนกูเกิล ทำให้เว็บปรากฏขึ้นมาในหน้าแรกๆ ไม่เพียงเข้าถึงลูกค้ารวดเร็วขึ้นเท่านั้น ยังสร้างความประทับใจได้ดี โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองจ่ายค่าโฆษณาในเวลาที่สถานะการเงินของคุณยังไม่พร้อม

บทความที่ดีจะช่วยให้การทำ SEO เจาะกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด โอกาสที่จะซื้อมีมากขึ้น และประหยัดเงินต้นทุนได้มาก หากเปรียบเทียบกับการลงโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง และยังไม่เฉพาะเจาะจงไปตรงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการอีกด้วย หากถามถึงระยะเวลา กว่าจะเห็นผลคาดว่ารอประมาณ 4-10 เดือนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้นและกลายมาเป็นลูกค้าในที่สุด การโปรโมทเว็บขายสินค้าและบริการอาจต้องใช้วิธีการอื่นๆ เข้ามาเสริมด้วย เช่น จัดโปรโมชั่นนาทีทองขายสินค้าราคาถูก มีของแถมให้ลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุนในครั้งแรกและลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุนเป็นประจำ

SEO Ranking Factors

ใช้บทความ ช่วยให้เว็บติดอันดับง่ายขึ้น

บทความทำ SEO เป็นวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาในระยะยาว แต่เพราะการจัดอันดับขยับอยู่ตลอดเวลา จำเป็นต้องอัพเดทเว็บด้วยบทความที่ใหม่และทันสมัยอยู่เสมอ มีข้อมูลน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าเป้าหมาย เชื่อมโยงเนื้อหาเข้ากับสินค้าและบริการอย่างแนบเนียน จะช่วยให้ผู้เข้าชมเว็บชื่นชอบและไว้วางใจ มีโอกาสปิดการขายได้เร็วกว่าคู่แข่งเว็บอื่นๆ

แม้จะทำคอนเทนต์ดีๆ เป็นตัวช่วยโปรโมทเว็บไซต์ไปแล้ว อย่าลืมว่าสิ่งที่ทำให้เห็นผลลัพธ์ดีที่สุดจริงๆ แล้วก็คือสินค้าและบริการของคุณเอง ว่ามีอะไรน่าสนใจและถูกใจลูกค้าบ้าง การทำ SEO เป็นเหมือนการ์ดเชิญให้คนเข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้น พยายามเช็คอันดับของเว็บไซต์บ่อยๆ ยิ่งเว็บของคุณขยับไปอยู่ใกล้หน้าแรกๆ มากเท่าไรก็เหมือนกับการประกันความน่าเชื่อถือไปในตัว อันดับบนกูเกิลถือเป็นหน้าเป็นตาให้กับเว็บ สามารถใช้เป็นตัวรับประกันสินค้าและบริการที่มีคุณภาพได้อีกระดับหนึ่ง ทำให้เว็บไต่อันดับสูงขึ้นไปมากเท่าไร ยิ่งสร้างแรงดึงดูดให้คนเข้าชมเว็บไซต์มากขึ้นเท่านั้น รับประกันว่าเพิ่มยอดขายได้แน่นอน

แนวโน้ม SEO ที่โดนใจ Google ในปี 2018

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นส่วนสำคัญของแนวคิดการตลาดดิจิทัล เว็บไซต์ทั้งหมดจัดอันดับใน Google ผ่าน เทคนิค SEO ดังนั้น หากเว็บไซต์ใดที่ไม่ได้ทำอย่างถูกต้องก็หมายถึงการที่อาจสูญเสียสถานะในความมีตัวตนโลกออนไลน์ไป วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ต้องพยายามติดตามเพื่อเรียนรู้และพยายามปรับปรุงให้ตรงกับการเปลี่ยนแปลงของ SEO ด้วยที่รวดเร็วขึ้น การประยุกต์ใช้เทคนิคใหม่ ๆ จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณอยู่ในหน้าแรกๆ ของผลการค้นหาของ Google แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบ่อย ซึ่งต่อไปนี้คือการคาดการณ์แนวโน้ม

SEO สำหรับ Google ของปี 2018

พัฒนา Brand กับ Link Building นี่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างแบรนด์ในตลาดออนไลน์ การสร้างลิงก์มาจากเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมจะช่วยให้คุณสามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองได้ เทคนิคที่มีประสิทธิภาพนี้จะครองลาดในปี 2018 นอกจากนี้ ยังควรเน้นการสร้างความสัมพันธ์การติดต่อระหว่างเจ้าของเว็บไซต์และผู้เข้าชมอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็มีควรระวังเรื่องของการใช้การสแปมลิงค์ซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี

มุ่งเน้นที่ Visual Contents การค้นหารูปภาพและวิดีโอของ Google จะเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมาก ภาพและเนื้อหาภาพกำลังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ในปัจจุบัน เว็บไซต์และเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์จำนวนมากใช้เนื้อหาภาพหรือวิดีโอ เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคนิคใหม่ ๆ ของ Google และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ผู้บริหาร SEO ยังอาศัยวิดีโอและการค้นหารูปภาพเพื่อเพิ่มการเข้าถึงทั่วโลก

เว็บซ์ที่รองรับการแสดงผลด้วยสมาร์ทโฟน (Mobile Optimization) บริษัทหรือเจ้าของเว็บไซต์ส่วนใหญ่เสียผู้เข้าชมเนื่องจากความเร็วในการโหลดต่ำของหน้าเว็บ ประมาณ 57% ของการเข้าชมหน้าเว็บมาจากโทรศัพท์มือถือ การใช้งานหน้าเว็บที่มีความความเร็วจะช่วยในการทำให้ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์เพิ่มขึ้น 35% ในปี 2018 ผลการค้นหา SEO ความเร็วของการโหลดหน้าเว็บจะกลายเป็นตัวที่ทำให้อันดับดีขึ้น

เน้นการค้นหาด้วยเสียง ด้วย Google Voice และ Siri การค้นหาด้วยเสียงกลายเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสำหรับผู้ใช้จำนวนมากที่ไม่ชอบพิมพ์ มีซอฟท์แวร์จดจำเสียงที่เริ่มมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากสามารถเข้าใจคำพูดของมนุษย์ได้ และผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO จำเป็นต้องค้นหาคำหรือวลี ที่ผู้ใช้จะใช้ในการค้นหาด้วยเสียงให้เจอให้ได้ นี่คือ SEO ที่จะถูกใช้ในปี 2018 ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่ประโยคและคำสนทนา

สรุปผลกลยุทธ์ด้าน SEO 2018 ที่ไม่ว่าคุณจะทำเว็บไซต์ของตัวเอง หรือทำในรูปแบบบริษัทเพื่อให้บริการกับลูกค้า จำเป็นที่จะต้องพิจารณาปรับปรุงหรือแก้ไขส่วนที่ยังคงขาดอยู่เพื่อรักษามาตรฐานเรื่องของ SEO ให้อยู่ในระดับที่ Google มีความพึงพอใจ

สิ่งที่นักทำ SEO ไม่ควรคิดทำและควรหลีกเลี่ยงไปเลย

ด้วยหลักในการทำ seo ถือได้ว่ามีความหลากหลายเป็นอย่างมาก อีกทั้งเทคนิคพร้อมทั้งแนวคิดที่แตกต่าง ย่อมเป็นข้อบ่งชี้ที่ทำให้นักทำ seo ส่วนใหญ่ มีกระบวนการทำ seo ที่แตกต่างกันออกไป ส่งผลทำให้บางคนทำ seo ออกมาแล้วประสบความสำเร็จ แต่สำหรับบางคนต้องพบเจอกับความผิดหวังซ้ำ ๆ ซาก ๆ เรื่อย ๆ เป็นเพราะด้วยเหตุผลที่หลากหลายประการด้วยกัน ที่แน่ ๆ ก็คือ ผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จผ่านการทำ seo นั้น มักจะมีแนวคิดหรือวิธีการทำแบบผิด ๆ และนับได้ว่าเป็นอันตรายอย่างมาก ส่วนจะมีแนวคิดแบบไหนหรือการกระทำแบบไหนที่นัก seo ไม่ควรทำ ทำแล้วเป็นอันตรายจนควรหลีกเลี่ยงกันบ้างนั้น วันนี้เรามีคำตอบมาฝากทุกคนกัน

1. การหลอก google ด้วยลิงก์ที่มีคุณภาพต่ำมาก

ในภายหลังมานี้ทางด้าน google ได้พยายามปรับและลดความสำคัญสำหรับปัจจัยในการจัดทำอันดับจากจำนวนลิงก์เป็นอย่างมาก แต่ทางด้าน google ก็ยังคงให้ความสำคัญกับลิงก์อยู่เช่นเดิม เพียงแต่ไม่มากเท่าเดิมเท่านั้นเอง สิ่งที่ google เปลี่ยนแปลงก็คือ google จะเน้นย้ำกับคุณภาพของลิงก์เป็นสำคัญ แถมยังคงมีการเพิ่มบทลงโทษให้กับการสร้างลิงก์ที่ไม่ดีและไม่มีคุณภาพอีกด้วย แน่นอนเลยว่ามีผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงที่จะสร้างลิงก์ที่ไม่ดีและไม่มีคุณภาพ เพื่อเป็นผลดีต่อการทำ seo ของคุณโดยตรง

2. จำนวนหน้าที่มากจนเกินไปไม่ควรมี โดยที่ไม่นึกถึงในเรื่องของคุณภาพ

ทุกอย่างและทุกเรื่อง สำหรับในยุคปัจจุบันแล้ว คุณจำเป็นจะต้องเติมคำว่า “คุณภาพ” ตามหลังไปด้วยเสมอ โดยเฉพาะถ้าหากใครอยากจะสร้างจำนวนหน้าแบบเยอะ ๆ ก็ควรที่จะทำให้แต่ละหน้ามีคอนเทนต์ที่ดีและมีคุณภาพอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน

3. การไม่คำนึงถึง หรือการใช้ Press Release แบบไม่เหมาะสม

จริง ๆ แล้วในแง่ทางการตลาดนั้น Press Release ถือได้ว่ามีประโยชน์อย่างมาก เพราะยังคงอยู่ในฐานะของช่องทางในการโปรโมทอีกรูปแบบหนึ่ง การที่เราพยายามเลือก PR Site ที่ดีและมีคุณภาพเป็นหลัก และจะต้องมีความมั่นใจด้วยว่าลิงก์ที่คุณได้ทำการวางภายใน Press Release เพื่อที่จะรอคอยให้มีการยิงกลับมาสู่เว็บของคุณนั้น ยังคงมาในรูปแบบของ nofollow เท่านั้น

นอกจากนี้คุณไม่ควรลืมที่จะคิดถึงความเป็น ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง ด้วยเสมอ เพราะการทำ seo เพียงอย่างเดียวในบางครั้ง อาจจะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้อย่างไม่สมบูรณ์ หรือไม่ก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จได้ในที่สุด เพราะฉะนั้นควรคำนึงถึงและทำควบคู่กันไปจะดีที่สุด