CategorySEO Guru

ASO กับ SEO ทำไม่เหมือนกัน

โลกของแอพพลิเคชั่นบนมือถือ กำลังได้รับกระแสความนิยมเพิ่มขึ้นล้นหลามมาโดยตลอด นับตั้งแต่แอนดรอยด์ได้มีการเปิดตัวและมีกระแสดีขึ้นจากความนิยมของผู้ให้บริการสมาร์ทโฟนส่วนมากในตลาด ได้เลือกใช้ระบบแอนดรอยด์เป็นระบบปฏิบัติการหลักของมือถือ ทำให้การตลาดอีกช่องทางที่คล้ายกับ SEO จึงเกิดขึ้นมา มันคือ ASO เป็นการทำอันดับให้กับแอพพลิเคชั่นของเรามาอยู่ในอันดับต้นของการค้นหาจากผู้ที่ต้องการดาวน์โหลดแอพมาใช้งานนั่นเอง ให้เข้าใจก่อนว่า ASO นั้น มันคือการปรับแต่งข้อมูลต่างๆให้กับหน้าเพจแอพพลิเคชั่นของเราบน Playstore

สิ่งหนึ่งเลยก็คือ แอพของเราจะต้องมีคุณภาพดีเป็นพื้นฐาน เปรียบเสมือนการสร้างเว็บที่ดี การที่อันดับแอพของเราจะขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆได้นั้น จำเป็นจะต้องมีการปรับแต่ง Title Keyword ให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่เราต้องการ และควรจะมีเรทติ้งที่ได้รับจากผู้ใช้ และการคอมเม้นต์ต่างๆ ปัจจัยเหล่านี้มีอีกมากมาย โดยผู้เขียนเองก็ไม่ได้ชำนาญเรื่องของ ASO มากนักเพราะไม่ได้มาทางสาย App แต่บอกได้คำเดียวว่ามันมีบางส่วนที่คล้ายกับเอสอีโอและมีอีกหลายส่วนมากที่ไม่สามารถใช้วิธีการทำร่วมกันได้

การทำ backlink ให้ app เรา มันเป็นเรื่องตลก

ตลก

บางคนเข้าใจว่าการทำให้แอพของเราไปติดอยู่อันดับแรก เราควรเอาลิงค์ URL แอพมาแล้วยิงลิงค์เข้าไปยัง URL แอพของเราจากหลายหลายโดเมน การทำแบบนั้นผู้เขียนคิดว่ามันคงไม่ได้มีประโยชน์มากนัก เพราะพฤติกรรมคนดาวน์โหลดแอพส่วนมากเค้าไม่ได้ดูจากเว็บไซต์ต่างๆแล้วคลิกเข้ามาสักเท่าไหร่ และมันคนละตลาดกัน ส่วนมากจะมาจากการค้นหาใน Playstore มากกว่า ถ้าจะทำลิ้งให้ยึดหลักว่าเราแนะนำแอพด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากกว่าหวังอันดับ

การให้คะแนนกับแอพนั้นว่ามีคุณภาพดีมากแค่ไหนจากผู้ใช้ น่าจะช่วยเรื่องอันดับดีกว่า หากอันกอริทึ่มของ Playstore ที่ใช้ในการจัดอันดับแอพมีการวัดค่าจากการทำลิ้งย้อนกลับมายังแอพของเราเป็นหลัก มันคงเป็นเรื่องตลกน่าดู แล้วคงจะมีสแปมเกิดขึ้นอีกอย่างนับไม่ถ้วน ทุกวันนี้ก็มีการสแปมเยอะมาก เอาแอพเก่ามารีย์สกินใหม่ขึ้นเต็มไปหมด ใครที่คิดจะทำ ASO ลองศึกษาหาข้อมูลจากเว็บต่างประเทศดู จะมีข้อมูลคอยสอนอยู่เยอะพอสมควร ให้รู้ว่ามันไม่ใช้วิธีการทำเหมือน SEO

การทำ SEO มุ่งยอดขายเป็นหลัก จัดอันดับเป็นรอง

หลายคนกำลังรอคอยประสิทธิภาพการทำ SEO อยู่ด้วยใจจดจ่อ หลังจากลองด้วยตนเองหรือจ้างบริการทำ SEO และช่วยเขียนคอนเทนต์เพื่อ ทำอันดับเว็บไซต์ ในการค้นหาจากกูเกิ้ลดีขึ้น ซึ่งวิธีนี้ค่อนข้างเห็นผลช้า ต้องรอเวลาสักระยะหนึ่ง เร็วหน่อยก็ภายใน 3 เดือน ช้าหน่อยอาจรอยาวๆ ไปเป็นปี ถามว่าเปิดเว็บไซต์แล้วจำเป็นต้องทำด้วยหรือ เอาจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงอะไร เพราะไหนๆ เราเพิ่มช่องทางการขายทางออนไลน์อยู่แล้ว การทำ SEO จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การทำตลาดส่งตรงถึงลูกค้าเป้าหมายโดยตรง ด้วยการใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะทำให้ลูกค้าค้นหาตอบโจทย์ความต้องการอย่างรวดเร็วและชัดเจนตรงใจ

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมข้อเท็จจริงที่ว่าเป้าหมายของการตลาดออนไลน์คือการทำโปรโมชั่นโดยมุ่งยอดขายเป็นหลัก บางคนเข้าใจผิดว่าตำแหน่งดีๆ ในหน้าแรกของการจัดอันดับจะการันตียอดขายทะลุทะลวง ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น แต่เป็นการช่วยให้ลูกพบกับคุณก่อนคู่แข่ง จึงมีโอกาสชูจุดเด่นให้เห็นก่อนว่า เรามีดีอะไร ทำไมควรเลือกเรามากกว่าคู่แข่ง พร้อมกับใช้คอนเทนต์สร้างเรื่องราวสินค้าและบริการ บางทีลูกค้าพึงพอใจแล้วก็ปิดการขายในเว็บได้ทันที ไม่ต้องไปค้นหาจากเว็บอื่นๆ ให้ยุ่งยาก แต่ถ้าผลิตภัณฑ์ของเรายังเจาะใจได้ไม่เต็มร้อย อาจจะติดที่รายละเอียด คุณสมบัติเฉพาะไม่ตรงสเป็ก ราคา หรือเงื่อนไขอื่นๆ ลูกค้ามีสิทธิออกไปดูเว็บอื่นก่อนกลับมาเลือกเรา อย่างน้อยขอให้ได้ผ่านตาก่อนเป็นดีที่สุด เพราะคนส่วนใหญ่ชอบของดีราคาถูก การติดอันดับหน้าแรกๆ ของกูเกิ้ลเป็นทางที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาด ทำให้เว็บของเราได้ประโยชน์ร่วมกันกับลูกค้าด้วย

กลยุทธิ์การทำ SEO

เคล็ดลับการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย จึงเป็นเรื่องที่พูดยาก แต่ถ้าเป็นการโปรโมทเว็บให้ลูกค้าที่ไม่รู้จักเราได้เห็นก่อน เชื่อได้เลยว่าทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่เห็นว่าการค้นหาในกูเกิ้ล ผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นมาให้หน้าแรกมักจะรับรองความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย ดังนั้นธุรกิจสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตต้องการให้กลยุทธ์ทางการตลาดนี้ช่วยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นและรวดเร็วขึ้น

สิ่งที่เป็นแกนกลางของกลยุทธ์การทำ SEO คือการทำคอนเทนต์ให้น่าอ่าน พร้อมกับใส่คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมโยงคำค้นหาของลูกค้ามาที่เนื้อหาและเว็บของเราในทันที ดังนั้น จำเป็นต้องคัดเฟ้นงานเขียนที่มีประสิทธิภาพเพื่อดึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเข้ามาในเว็บเป็นอันดับแรก จึงเป็นไปได้ว่าคอนเทนต์ไม่ได้เน้นการเขียนในลักษณะมุ่งโฆษณาสินค้าและบริการโดยตรง เช่น เว็บไซต์ขายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เนื้อหาอาจจะเป็นเรื่องวิธีการดูแลผิวหนังให้สะอาด เคล็ดลับการกำจัดสิวและผื่นอย่างไรไม่ให้เกิดริ้วรอย หรือแม้แต่วิธีรับประทานอาหารเพื่อผิวสดใสเปล่งปลั่ง รวมเนื้อหาที่คิดว่าลูกค้าเป้าหมายสนใจและจะเข้ามาเก็บเกี่ยวไอเดียหรือเคล็ดลับดีๆ เท่ากับเป็นการตลาดไปในตัวอยู่แล้ว มีโอกาสปิดการขายในอนาคตแน่นอน

ทำให้เว็บติดอันดับ

การค้นหาผ่านอุปกรณ์ต่างกัน ย่อมได้ผลการค้นหาต่างกัน

การค้นหาผ่านคอมพิวเตอร์ ผ่านเบาเซอร์ต่างๆ รวมไปถึงผ่านแท็ปเลทและสมาร์ทโฟนที่มีขนาดหน้าจอแตกต่างกัน บ่อยครั้งที่ผลการค้นหาใน Google จะได้ข้อมูลที่แตกต่างกันอยู่บ้าง เช่นในกรณีที่เราโพสต์หน้าเว็บไซด์คำว่าซื้อขาย เราอาจจะเห็นเว็บ A อยู่ที่อันดับหนึ่งของผลการค้นหาไม่รวมโฆษณา ส่วนพอมาลองทดสอบการค้นหาผ่านสมาร์ทโฟนเครื่องในคำว่าซื้อขายคำเดียวกัน อาจจะเห็นเว็บ B ขึ้นมาอันดับหนึ่งแทนก็ได้ ส่วนเว็บ A จะรวมไปอยู่ที่อันดับสองสามหรือสี่ก็เป็นได้

เรื่องแบบนี้มันเป็นการจัดอันดับของอันกอริทึม Google ที่จะยึดตามหลักความเหมาะสมของอุปกรณ์ที่ใช้ในการค้นหา เพื่อให้สามารถตอบสนองผู้ใช้งานได้ดีที่สุดและในทุกอุปกรณ์ ถือเป็นความสามารถของ Search Engine ค่ายดังอย่าง Google ทำให้นัก SEO อาจจะต้องรู้จักออกแบบหน้าเว็บไซด์ ปรับแต่งเนื้อหาให้สอดคล้องกับอุปกรณ์ต่างๆ บางคนที่ทำหน้าเว็บไซต์เดียวและใช้ในการแสดงผลทุกอุปกรณ์ จำเป็นจะต้องมีกึ๋นสักหน่อย ในการแบ่งแยกความเหมาะสมว่าในทุกอุปกรณ์นั้น เวลาเข้าชมแล้วจะดูได้สะดวกไม่ มีเนื้อหาเยอะแยะเละเทะจนเกินไปไหม

การปรับแต่งเว็บให้ผู้ใช้ดูง่าย ถือเป็นเรื่องดี

SEO

มันไม่ใช่แค่เรื่องของการ Responsive หน้าเว็บไซต์อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของปริมาณเนื้อหาที่เหมาะสมด้วยหากว่า เว็บที่มีปรับความยาวเนื้อหาเยอะ อ่านผ่านคอมแล้วสะดวก แต่พอมาเปิดมือถือมีตัวอักษรเยอะแยะเต็มไปหมด จนรู้สึกลายตา แอพนี้ผู้เข้าชมก็มีโอกาสที่จะย้ายมาพักพิงไปอยู่ที่เว็บอื่นแทนได้ สำหรับคนที่เป็นมืออาชีพด้านเว็บไซต์ อาจจะสร้างสองหน้าต่างขึ้นมา หนึ่งก็คือในส่วนของการเข้ารับชมผ่านคอมให้แสดงผลในรูปแบบหนึ่ง และสองในกรณีได้รับชมผ่านมือถือก็ให้แสดงผลหน้าจอไว้อีกรูปแบบหนึ่ง แบบนี้จะถือว่าตอบสนองผู้ใช้งานได้ดีมากที่สุด และแน่นอน บอท Google เองก็สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย ส่วน Tablet นั้นปกติเราจะไม่ค่อยนิยมทำกัน เพราะเปอร์เซ็นต์ผู้ใช้งานจะไม่ต่ำ แต่ถ้าเกิดมีความสามารถออกแบบหน้าตาสำหรับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี

เริ่มทำอันดับเว็บไซต์ ใช้เวลานานเท่าไรจึงเห็นผล

การจำหน่ายสินค้าหรือบริการผ่านเว็บไซต์เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงลูกค้าสะดวกรวดเร็ว เมื่อเราสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาแล้ว ต้องการให้มีผู้เข้าชมจำนวนมาก ต้องโปรโมทเว็บด้วยวิธีการต่างๆ แน่นอนว่าการซื้อโฆษณาสื่อต่างๆ เป็นการตลาดที่ทำกันมานาน มีค่าใช้จ่ายสูง หากเวลานี้ยังไม่มีงบประมาณสำหรับการลงทุนด้านโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ มากนัก อาจต้องใช้ตัวเลือกราคาประหยัดอย่างการทำ SEO (Search Engine Optimization) คือเขียนบทความสร้างสรรค์ในการโปรโมทเว็บเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาทางเสิร์จเอนจิน เนื้อหาของบทความกระชับ ไม่สั้นหรือยาวเกินไป การสร้างสรรค์และลีลาการเขียนน่าสนใจ แต่ต้องเข้าใจง่าย สามารถสื่อสารถึงสินค้าและบริการได้ถูกต้องชัดเจน พร้อมกับการใส่ Keyword เข้าไปอย่างกลมกลืน ซึ่งจะทำให้เว็บของคุณได้รับความสนใจ มีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลต่อการจัดอันดับบนกูเกิล ทำให้เว็บปรากฏขึ้นมาในหน้าแรกๆ ไม่เพียงเข้าถึงลูกค้ารวดเร็วขึ้นเท่านั้น ยังสร้างความประทับใจได้ดี โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองจ่ายค่าโฆษณาในเวลาที่สถานะการเงินของคุณยังไม่พร้อม

บทความที่ดีจะช่วยให้การทำ SEO เจาะกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด โอกาสที่จะซื้อมีมากขึ้น และประหยัดเงินต้นทุนได้มาก หากเปรียบเทียบกับการลงโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง และยังไม่เฉพาะเจาะจงไปตรงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการอีกด้วย หากถามถึงระยะเวลา กว่าจะเห็นผลคาดว่ารอประมาณ 4-10 เดือนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้นและกลายมาเป็นลูกค้าในที่สุด การโปรโมทเว็บขายสินค้าและบริการอาจต้องใช้วิธีการอื่นๆ เข้ามาเสริมด้วย เช่น จัดโปรโมชั่นนาทีทองขายสินค้าราคาถูก มีของแถมให้ลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุนในครั้งแรกและลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุนเป็นประจำ

SEO Ranking Factors

ใช้บทความ ช่วยให้เว็บติดอันดับง่ายขึ้น

บทความทำ SEO เป็นวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาในระยะยาว แต่เพราะการจัดอันดับขยับอยู่ตลอดเวลา จำเป็นต้องอัพเดทเว็บด้วยบทความที่ใหม่และทันสมัยอยู่เสมอ มีข้อมูลน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าเป้าหมาย เชื่อมโยงเนื้อหาเข้ากับสินค้าและบริการอย่างแนบเนียน จะช่วยให้ผู้เข้าชมเว็บชื่นชอบและไว้วางใจ มีโอกาสปิดการขายได้เร็วกว่าคู่แข่งเว็บอื่นๆ

แม้จะทำคอนเทนต์ดีๆ เป็นตัวช่วยโปรโมทเว็บไซต์ไปแล้ว อย่าลืมว่าสิ่งที่ทำให้เห็นผลลัพธ์ดีที่สุดจริงๆ แล้วก็คือสินค้าและบริการของคุณเอง ว่ามีอะไรน่าสนใจและถูกใจลูกค้าบ้าง การทำ SEO เป็นเหมือนการ์ดเชิญให้คนเข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้น พยายามเช็คอันดับของเว็บไซต์บ่อยๆ ยิ่งเว็บของคุณขยับไปอยู่ใกล้หน้าแรกๆ มากเท่าไรก็เหมือนกับการประกันความน่าเชื่อถือไปในตัว อันดับบนกูเกิลถือเป็นหน้าเป็นตาให้กับเว็บ สามารถใช้เป็นตัวรับประกันสินค้าและบริการที่มีคุณภาพได้อีกระดับหนึ่ง ทำให้เว็บไต่อันดับสูงขึ้นไปมากเท่าไร ยิ่งสร้างแรงดึงดูดให้คนเข้าชมเว็บไซต์มากขึ้นเท่านั้น รับประกันว่าเพิ่มยอดขายได้แน่นอน

แนวโน้ม SEO ที่โดนใจ Google ในปี 2018

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นส่วนสำคัญของแนวคิดการตลาดดิจิทัล เว็บไซต์ทั้งหมดจัดอันดับใน Google ผ่าน เทคนิค SEO ดังนั้น หากเว็บไซต์ใดที่ไม่ได้ทำอย่างถูกต้องก็หมายถึงการที่อาจสูญเสียสถานะในความมีตัวตนโลกออนไลน์ไป วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ต้องพยายามติดตามเพื่อเรียนรู้และพยายามปรับปรุงให้ตรงกับการเปลี่ยนแปลงของ SEO ด้วยที่รวดเร็วขึ้น การประยุกต์ใช้เทคนิคใหม่ ๆ จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณอยู่ในหน้าแรกๆ ของผลการค้นหาของ Google แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบ่อย ซึ่งต่อไปนี้คือการคาดการณ์แนวโน้ม

SEO สำหรับ Google ของปี 2018

พัฒนา Brand กับ Link Building นี่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างแบรนด์ในตลาดออนไลน์ การสร้างลิงก์มาจากเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมจะช่วยให้คุณสามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองได้ เทคนิคที่มีประสิทธิภาพนี้จะครองลาดในปี 2018 นอกจากนี้ ยังควรเน้นการสร้างความสัมพันธ์การติดต่อระหว่างเจ้าของเว็บไซต์และผู้เข้าชมอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็มีควรระวังเรื่องของการใช้การสแปมลิงค์ซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี

มุ่งเน้นที่ Visual Contents การค้นหารูปภาพและวิดีโอของ Google จะเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมาก ภาพและเนื้อหาภาพกำลังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ในปัจจุบัน เว็บไซต์และเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์จำนวนมากใช้เนื้อหาภาพหรือวิดีโอ เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคนิคใหม่ ๆ ของ Google และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ผู้บริหาร SEO ยังอาศัยวิดีโอและการค้นหารูปภาพเพื่อเพิ่มการเข้าถึงทั่วโลก

เว็บซ์ที่รองรับการแสดงผลด้วยสมาร์ทโฟน (Mobile Optimization) บริษัทหรือเจ้าของเว็บไซต์ส่วนใหญ่เสียผู้เข้าชมเนื่องจากความเร็วในการโหลดต่ำของหน้าเว็บ ประมาณ 57% ของการเข้าชมหน้าเว็บมาจากโทรศัพท์มือถือ การใช้งานหน้าเว็บที่มีความความเร็วจะช่วยในการทำให้ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์เพิ่มขึ้น 35% ในปี 2018 ผลการค้นหา SEO ความเร็วของการโหลดหน้าเว็บจะกลายเป็นตัวที่ทำให้อันดับดีขึ้น

เน้นการค้นหาด้วยเสียง ด้วย Google Voice และ Siri การค้นหาด้วยเสียงกลายเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสำหรับผู้ใช้จำนวนมากที่ไม่ชอบพิมพ์ มีซอฟท์แวร์จดจำเสียงที่เริ่มมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากสามารถเข้าใจคำพูดของมนุษย์ได้ และผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO จำเป็นต้องค้นหาคำหรือวลี ที่ผู้ใช้จะใช้ในการค้นหาด้วยเสียงให้เจอให้ได้ นี่คือ SEO ที่จะถูกใช้ในปี 2018 ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่ประโยคและคำสนทนา

สรุปผลกลยุทธ์ด้าน SEO 2018 ที่ไม่ว่าคุณจะทำเว็บไซต์ของตัวเอง หรือทำในรูปแบบบริษัทเพื่อให้บริการกับลูกค้า จำเป็นที่จะต้องพิจารณาปรับปรุงหรือแก้ไขส่วนที่ยังคงขาดอยู่เพื่อรักษามาตรฐานเรื่องของ SEO ให้อยู่ในระดับที่ Google มีความพึงพอใจ

สิ่งที่นักทำ SEO ไม่ควรคิดทำและควรหลีกเลี่ยงไปเลย

ด้วยหลักในการทำ seo ถือได้ว่ามีความหลากหลายเป็นอย่างมาก อีกทั้งเทคนิคพร้อมทั้งแนวคิดที่แตกต่าง ย่อมเป็นข้อบ่งชี้ที่ทำให้นักทำ seo ส่วนใหญ่ มีกระบวนการทำ seo ที่แตกต่างกันออกไป ส่งผลทำให้บางคนทำ seo ออกมาแล้วประสบความสำเร็จ แต่สำหรับบางคนต้องพบเจอกับความผิดหวังซ้ำ ๆ ซาก ๆ เรื่อย ๆ เป็นเพราะด้วยเหตุผลที่หลากหลายประการด้วยกัน ที่แน่ ๆ ก็คือ ผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จผ่านการทำ seo นั้น มักจะมีแนวคิดหรือวิธีการทำแบบผิด ๆ และนับได้ว่าเป็นอันตรายอย่างมาก ส่วนจะมีแนวคิดแบบไหนหรือการกระทำแบบไหนที่นัก seo ไม่ควรทำ ทำแล้วเป็นอันตรายจนควรหลีกเลี่ยงกันบ้างนั้น วันนี้เรามีคำตอบมาฝากทุกคนกัน

1. การหลอก google ด้วยลิงก์ที่มีคุณภาพต่ำมาก

ในภายหลังมานี้ทางด้าน google ได้พยายามปรับและลดความสำคัญสำหรับปัจจัยในการจัดทำอันดับจากจำนวนลิงก์เป็นอย่างมาก แต่ทางด้าน google ก็ยังคงให้ความสำคัญกับลิงก์อยู่เช่นเดิม เพียงแต่ไม่มากเท่าเดิมเท่านั้นเอง สิ่งที่ google เปลี่ยนแปลงก็คือ google จะเน้นย้ำกับคุณภาพของลิงก์เป็นสำคัญ แถมยังคงมีการเพิ่มบทลงโทษให้กับการสร้างลิงก์ที่ไม่ดีและไม่มีคุณภาพอีกด้วย แน่นอนเลยว่ามีผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงที่จะสร้างลิงก์ที่ไม่ดีและไม่มีคุณภาพ เพื่อเป็นผลดีต่อการทำ seo ของคุณโดยตรง

2. จำนวนหน้าที่มากจนเกินไปไม่ควรมี โดยที่ไม่นึกถึงในเรื่องของคุณภาพ

ทุกอย่างและทุกเรื่อง สำหรับในยุคปัจจุบันแล้ว คุณจำเป็นจะต้องเติมคำว่า “คุณภาพ” ตามหลังไปด้วยเสมอ โดยเฉพาะถ้าหากใครอยากจะสร้างจำนวนหน้าแบบเยอะ ๆ ก็ควรที่จะทำให้แต่ละหน้ามีคอนเทนต์ที่ดีและมีคุณภาพอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน

3. การไม่คำนึงถึง หรือการใช้ Press Release แบบไม่เหมาะสม

จริง ๆ แล้วในแง่ทางการตลาดนั้น Press Release ถือได้ว่ามีประโยชน์อย่างมาก เพราะยังคงอยู่ในฐานะของช่องทางในการโปรโมทอีกรูปแบบหนึ่ง การที่เราพยายามเลือก PR Site ที่ดีและมีคุณภาพเป็นหลัก และจะต้องมีความมั่นใจด้วยว่าลิงก์ที่คุณได้ทำการวางภายใน Press Release เพื่อที่จะรอคอยให้มีการยิงกลับมาสู่เว็บของคุณนั้น ยังคงมาในรูปแบบของ nofollow เท่านั้น

นอกจากนี้คุณไม่ควรลืมที่จะคิดถึงความเป็น ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง ด้วยเสมอ เพราะการทำ seo เพียงอย่างเดียวในบางครั้ง อาจจะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้อย่างไม่สมบูรณ์ หรือไม่ก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จได้ในที่สุด เพราะฉะนั้นควรคำนึงถึงและทำควบคู่กันไปจะดีที่สุด

Content สิ่งที่มีผลต่อการทำ SEO เพื่อจัดอันดับให้กับเว็บไซต์

ถึงแม้ว่าการทำ SEO เพื่อเป็นการจัดอันดับเว็บไซต์ให้เป็นไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้นนั้น จำเป็นจะต้องอาศัยหลากหลายปัจจัยด้วยกัน และหนึ่งในหลากหลายปัจจัยนั้น ก็ยังคงประกอบไปด้วย content ซึ่งมีผลต่อการทำ SEO อย่างแน่นอน สำหรับบางเว็บไซต์ที่เน้นนำเสนอ content ดี ๆ ออกมาเผยแพร่ และไม่ได้มีการทำ SEO มากเสียเท่าไหร่นัก แต่เว็บไซต์นั้นกลับมีอันดับที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และติดหน้าแรกของ google ได้อย่างสบาย ๆ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้หากมีการนำเสนอเนื้อหาหรือ content ที่ดีและมีคุณภาพอย่างแท้จริง หากเราจะกล่าวว่า content มีความสำคัญมากถึงมากที่สุดต่อการจัดอันดับของ google ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ยิ่งถ้าหากเนื้อหามีความเป็นธรรมชาติมากเท่าไหร่ ยิ่งส่งผลดีมากขึ้นเท่านั้น

Content ที่ถูกเขียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ส่งผลดีอย่างมากที่สุด

การเปลี่ยนแปลงในการจัดทำ content เพื่อที่จะรองรับการทำ SEO ได้มากยิ่งขึ้น ส่งผลทำให้มีการจัดทำ content แบบโฟกัสและเขียนขึ้นแบบเน้น keyword เข้าไปเพียงอย่างเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้จึงส่งผลเสียทำให้ content ไม่มีความเป็นธรรมชาติ แต่จริง ๆ แล้ว content ที่ดี มีคุณภาพ และเขียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ กลับส่งผลดีต่อการทำ SEO เสียมากกว่าเป็นไหน ๆ

กรณีจากการศึกษาเกี่ยวกับ content ของ SearchMetrics

มีข้อมูลเกี่ยวกับกรณีจากการศึกษา Content ของ SearchMetrics ซึ่งเขาได้พบว่า จำนวน 53 เปอร์เซ็นต์ของการค้นหา ใน 20 อันดับแรกที่มีคีย์เวิร์ดอยู่ภายใน title tag และภายในหน้า Landing page ที่ปรากฏว่ามีคีย์เวิร์ดอยู่ในแท็ก H1 และดูเหมือนว่าจะน้อยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์เสียด้วยซ้ำไป และที่แน่ ๆ ก็คือ ตัวเลขเหล่านี้กลับมีลักษณะที่ค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ ในแต่ละปี ซึ่งแสดงให้เห็นได้เลยว่าทางด้าน google มีการประเมินบทความและมีการพิจารณาบทความมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแทรกคีย์เวิร์ดภายในเนื้อหานั่นเอง

กรณีการศึกษา content ของ Backlinko

ในกรณีการศึกษาของ Backlinko กลับค้นพบว่า content ที่มีเนื้อหายาวหลายร้อยคำขึ้นไป จะสามารถทำ Rank ได้ดีกว่าเนื้อหาที่มีลักษณะสั้น ๆ อาจจะเป็นเพราะเนื้อหายาว ๆ จะสามารถชี้แจงรายละเอียดได้ดีกว่า และที่น่าสนใจไปมากกว่านี้ก็คือ SearchMetrics กลับพบว่า content ที่มักจะติดอันดับภายใน Mobile มักจะเป็น content ที่มีเนื้อหายาว ๆ เป็นหลักเลยทีเดียว

การทำ content ที่ดีและมีคุณภาพ ย่อมส่งผลต่อการทำ SEO ได้อย่างแน่นอน อย่างน้อยเว็บไซต์ที่ดีและมีคุณภาพจริง ๆ จะต้องนำเสนอเนื้อหาที่ดี มีความครบถ้วน จนทำให้เกิดการติดตามในครั้งต่อ ๆ ไปเป็นหลัก อีกทั้ง content ที่มีความเป็นธรรมชาติ ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของ google อีกด้วย

วิธีการติดตามผล เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าในการทำ SEO

การผลักดันเพื่อให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่ดียิ่งขึ้น หรือ เป็นเว็บไซต์ที่สามารถติดหน้าแรกของกูเกิลได้นั้น คุณจำเป็นจะต้องพึ่งพาหลักการทำ SEO เข้ามาเกี่ยวข้อง และด้วยเทคนิคพร้อมทั้งวิธีการที่ค่อนข้างจะหลากหลาย อาจจะส่งผลทำให้ผู้ที่รับทำ SEO แต่ละคน เลือกที่จะใช้วิธีการทำที่แตกต่างกัน บางคนเลือกที่จะทำวิธีการที่ดีที่สุด ส่งผลดีและสร้างอันดับที่ดีให้กับเว็บไซต์ได้โดยตรง แต่สำหรับบางคนกลับเลือกที่จะใช้วิธีการทางลัด และจัดทำ SEO ด้วยเทคนิคหรือวิธีการแบบผิด ๆ จนทำให้เกิดผลเสียต่อเว็บไซต์ตามมาในภายหลัง แต่เมื่อมีการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ ย่อมจะต้องมีการติดตามผล หรือ ทำการตรวจสอบถึงความก้าวหน้าผ่านการทำ SEO ดังนี้

ติดตามผล เพื่อตรวจสอบการทำ SEO

สำหรับวิธีการง่าย ๆ ผ่านการติดตามผลเพื่อตรวจสอบการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณนั้น เพียงแค่คุณเปิด Chrome หลังจากนั้นให้คุณลองเข้าโหมด Incognito ซึ่งในกรณีนี้เป็นเพราะโหมดปกติทางด้านกูเกิลมักจะดึงเว็บที่เราได้ทำการเข้าบ่อยครั้ง ให้กลายมาเป็นเว็บไซต์ในอันดับต้น ๆ ส่งผลทำให้เราอาจจะมองเห็นผลในการค้นหาที่ไม่ตรงกับผู้เลือกใช้เสียส่วนใหญ่

เมื่อคุณได้ทำการเข้าสู่โหมด Incognito แล้ว ให้คุณพยายามลองใส่คีย์เวิร์ด ที่คุณเองคิดว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะทำการค้นหา หลังจากนั้นให้คุณลองดูเว็บไซต์ของคุณเอง ว่ากำลังอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ของวันนี้ แต่ถ้าหากคุณพยายามเปิดดูแล้วสักประมาณ 2 – 4 หน้า แต่กลับไม่ค้นพบเว็บไซต์ของคุณเลย ขอให้คุณจงจำไว้ว่า คุณจะต้องเริ่มทำ SEO คำนั้น ๆ ที่คุณได้ค้นหาได้แล้ว

การทำ SEO หากจะให้เห็นผลที่แท้จริง ต้องรอนานไหม?

ทุกคนย่อมมีความหวังและคาดหวังผ่านการทำ SEO ในส่วนนี้ต้องขอแจ้งให้ทราบก่อนค่ะว่า การทำ SEO เพื่อให้เกิดผล ถือได้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายและจำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลา กว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ยังคงต้องอาศัยระยะเวลาเป็นเดือน ๆ หรือมากกว่านี้อยู่ดี โดยเฉพาะถ้าหากใครได้ทำ SEO อย่างต่อเนื่อง ขอให้คุณพยายามทำต่อไปอย่าได้หยุดรอ โดยเฉพาะการปรับเว็บไซต์ให้ดีและมีคุณภาพ คุณจำเป็นจะต้องทำอย่างต่อเนื่องให้ได้มากที่สุดเท่าที่คุณเองจะทำได้ ซึ่งทุกอย่างย่อมมีผลต่อคะแนนและอันดับสำหรับกูเกิลอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่า SEO จะเป็นตัวช่วยที่ดี แต่อย่างน้อยการแข่งขันก็ดูสูงมากเป็นพิเศษ หากคุณหยุดรอหรือหยุดทำเมื่อไหร่ อันดับที่คุณเคยได้ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไป สิ่งเหล่านี้ย่อมไม่จีรังยั่งยืนอย่างแน่นอน

SEO กับเว็บพนัน การแข่งขันที่ดุเดือด

ปัจจุบันการทำ SEO สายดาร์คหรือสายเทาที่เห็นได้บ่อยที่สุดคือ SEO คีย์พนัน นั่นหมายถึงทำเว็บสำหรับนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการพนัน ซึ่งหลายคนบอกว่ามันยากและผิดกฎ google หรืออันดับขึ้นยาก และมีทราฟฟิคน้อย แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการทำ SEO คีย์พวกนี้คือความท้าทายและแต่ละคีย์มีคู่แข่งเยอะมากๆเช่น FIFA55, SBO, W88, 928 และอื่นๆที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันหารายได้ดีกว่าการทำเว็บแนวอื่นๆ

สงสัยกันต่อใช่ไหมว่าทำไหมเว็บแนวนี้ถึงมีรายได้ดีเช่น การติดแบนเนอร์ การหาสมาชิก แน่นอนว่าการทำ SEO คีย์เหล่านี้คู่แข่งเยอะและมีคีย์เวิร์ด ให้เล่นหลายคำนอกจากคำที่กล่าวมาเช่น ดูบอลออนไลน์ , ผลบอลสด และแต่ละเว็บไซด์จะมีลูกเล่นมีความน่าสนใจที่ต่างกันบอกเลยว่าเว็บแนวนี้แข่งกันตั้งแต่การดีไซน์เว็บไซด์ การนำเสนอข้อมูลต่างๆ การทำบทความ กันเลยทีเดียวและสุดท้ายก็แข่งกันที่ SEO

การทำอันดับที่ดี

แม้ว่าแนวทางการทำ SEO สำหรับเว็บพนันจะมีไม่กี่แบบและเน้นทีการดึงทราฟฟิคเข้าเว็บไซด์เป็นอันดับแรกแน่นอนว่ามันมีความยาก เพราะส่วนมากเว็บใหญ่ๆที่นำเสนอด้านข่าวกีฬามักจะใช้คำที่คนค้นหามากๆ และมันมักจะขึ้นหน้าแรกๆของ google แบบไม่ตกทำให้คนทำเว็บแนวนี้ปั่น SEO ขึ้นอันดับกันลำบาก หากไม่เชื่อลองค้นหาคำว่า ผลบอล แล้วคุณจะเห็นเลยว่าเว็บไซด์ใหญ่ๆ ติดขึ้นอันดับต้นๆ ตลอด หรือ ค้นด้วยคำว่า ข่าวบอล ก็จะเจอเว็บเดิมๆอีก บอกเลยว่าการแข่งขันดุเดือดสุดๆ สำหรับการทำ SEO คีย์พนันและเดือดไม่แพ้กับการแข่งขันของเว็บพนันออนไลน์กันเลย แต่ทำไมใครถึงนิยมทำ SEO เว็บพนันออนไลน์ มันเป็นเพราะความท้าทายอย่างที่บอกและมันมีเนื้อหาที่พลิกแพลงได้หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องเสนอเรื่อง พนันออนไลน์ อย่างเดียว เราสามารถดัดแปลงให้เป็นเนื้อหาที่น่าสนใจได้แต่แค่แทรกคีย์เวิร์ดที่เราต้องการเท่านั้นเอง

เราเคยบอกเสมอว่าการทำ SEO ไม่ให้ยึดอะไรที่ตายตัวนอกจากสิ่งที่เป็นแนวทาง การปรับเปลี่ยนการค้นหารูปแบบที่เหมาะกับแต่ละเว็บคือสิ่งสำคัญในการทำ SEO ที่จะสามารถช่วยทำให้ไปถึงเป้าหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซด์แนวไหนก็ตาม หากมีความต่าง ไม่มีอะไรที่ซ้ำๆเดิมๆ จากที่มีอยู่รับรองว่าอันดับ SEO มาแน่นอนเพราะธรรมชาติของ google นิยมความสด ความไม่ซ้ำ ดังนั้นหากเรานำเสนออะไรที่มันแตกต่างๆได้มันก็น่าจะประสบความสำเร็จหรือได้ผล และเราคงเห็นการแบ่งปันแนวทาง SEO ในแบบต่างๆซึ่งเราสามารถนำมาทดลองได้รับรองว่ามันจะช่วยได้แน่นอน