CategorySEO Guru

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการจ้างทำ SEO

การทำ SEO ถือว่าเป็นเทคนิคการตลาดออนไลน์ที่สำคัญในยุคปัจจุบัน เพราะทุกธุรกิจต่างได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิคระบาด เมื่อต้องปฏิบัติตามหลักการรักษาระยะห่างทางสังคม (social distance) ทำให้ผู้คนไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอยอย่างเคย อัตราการแข่งขันจึงสูงขึ้นในโลกออนไลน์ และทำให้มีบริษัทรับจ้างทำ SEO จัดตั้งขึ้นมากมาย ทั้งนี้ ก่อนจ้างงานบริษัทรับทำ SEO คุณควรรู้สิ่งต่อไปนี้

1.จ้างทำ SEO ประหยัดเวลาได้มากกว่าทำเอง
การจ้างบริษัทรับทำ SEO มีประโยชน์ที่ชัดเจน คือ ทำให้เจ้าของธุรกิจออนไลน์ให้ความสำคัญกับเรื่องอื่น ๆ เช่น การพัฒนาสินค้า การเจราจากับคู่ค้าใหม่ ๆ การศึกษาวิจัยความต้องการเทรนด์ของท้องตลาด ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน การจ้างบริษัททำ SEO จึงเป็นทางออกที่ดีที่ช่วยประหยัดเวลาไปทำในเรื่องอื่นได้

2.SEO ต้องทำแบบสายขาว
การจ้างทำ SEO ต้องเลือกบริษัทหรือฟรีแลนซ์ที่ทำแบบ SEO สายขาว คือ ทำตามหลักเกณฑ์ของ Google เช่น

  • ผลิตบทความที่ไม่มีการลอกเลียนมาจากที่ไหน เพราะระบบ Google จะเช็คความซ้ำซ้อนได้
  • ไม่ใช้รูปภาพที่ละเมิดสิทธิ์ของผู้ถ่ายภาพจากเว็บไซต์ต่าง ๆ
  • ไม่ปั่น keyword คือใส่ keyword หลักและรองจำนวนมากเกินไป

การทำ SEO สายขาว จะทำให้ผู้เข้ามาในเว็บไซต์ได้รับสาระความรู้ที่มีประโยชน์ และช่วยให้อันดับการนำเสนอของเว็บไซต์ดีขึ้นจากการคำนวณผู้เข้าชมของระบบ Google

3.ยิ่งมีคุณภาพ ยิ่งกล้ารับประกัน
หากคุณเลือกบริษัทรับทำ SEO ที่เคยทำงานให้ลูกค้าทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนมายาวนานกว่า 5 ปี โอกาสที่จะได้ผลงานที่ดีคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายก็มากขึ้น และบริษัทที่มีศักยภาพในการทำงานสูง จะมั่นใจจนกล้ารับประกันผลงานว่าสามารถทำงานได้ตามเป้าหมายแน่นอน เช่น สามารถผลักดันให้อันดับเว็บไซต์ของลูกค้าได้เป็นอันดับ 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 5 หรือ 1 ใน 10 ตามแพ็กเกจที่เลือก หากทำไม่ได้จะการันตีการคืนเงิน 100%

4.จ้างในราคาสมเหตุผล
การทำ SEO โดยผู้เชี่ยวชาญจะมีการคิดค่าบริการที่เหมาะสมเสมอ เช่น ต้องการติด 1 ใน 3 ของคีย์เวิร์ดหนึ่ง ๆ และยังคงผลเช่นนี้ต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 90 วัน มักคิดค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 30,000 ถึง 50,000 บาท หากให้ติด 1 ใน 5 มักจะอยู่ที่ 10,000-20,000 บาท และ 1 ใน 10 มักจะอยู่ในช่วงค่าใช้จ่าย 3,000-5,000 บาท หากมีรายใดรับจ้างที่ค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่านี้ อาจทำ SEO ที่ไม่ถูกต้องตามหลักการหรือคุณอาจถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพได้

หากเลือกบริษัททำ SEO ที่มีฝีมือ จะส่งผลให้ยอดขายสินค้าสูงขึ้นและทำให้แบรนด์ติดตลาดเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็วคุ้มค่าใช้จ่าย แต่หากเลือกผิดบริษัท นอกจากจะไม่ได้ผลงานตามที่ต้องการแล้ว ยังทำให้เสียโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจไปให้คู่แข่งรายอื่น จึงต้องพิจารณาในประเด็นต่าง ๆ ที่เราแนะนำไปอย่างรอบคอบ

SEO ทำกับ YouTube ได้อย่างไรบ้าง

ช่อง YouTube เป็นสื่อโซเชียลที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนที่ต้องการสร้างรายได้จากความสามารถพิเศษที่หลากหลาย และวิธีการตลาดออนไลน์แบบ SEO ก็ทำให้เพจและเว็บไซต์จำนวนมากมีอัตราการเติบโตสูงในด้านยอดผู้ติดตาม

เรามาดูกันว่า จะใช้หลักการ SEO กับ YouTube ด้วยวิธีใดได้บ้าง

  1. ทำความยาวของคลิปให้เหมาะสม

YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ในการนำเสนอคลิปภาพเคลื่อนไหว จากสถิติพบว่าผู้คนจะมีสมาธิในการชมคลิปวิดีโอได้ต่อเนื่องนาน 10 ถึง 15 นาที จึงเป็นเกณฑ์โดยเฉลี่ยที่ยูทูปเบอร์นิยมทำกัน ถ้าคลิปยาวเกินไป ก็จะรู้สึกเบื่อได้ง่าย ยกเว้นในบางกรณี เช่น การแคสเกมส์ หรือการไลฟ์สด สตรีมมิ่งเกี่ยวกับหุ้นหรือถามตอบเรื่องปัญหาชีวิต ที่คนนิยมดูต่อเนื่องนาน 30-45 นาที

  1. สร้างความประทับใจในช่วงต้นให้มากที่สุด

ต้นคลิป YouTube ควรดึงดูดใจผู้ชมได้สูง เพราะส่งผลต่อการตัดสินใจชมต่อหรือเปลี่ยนช่อง โดยเฉพาะ 15 วินาทีแรก การเลือกภาพปก ขนาดและสีสันตัวอักษร การเลือกเพลงที่เร้าใจ หรือแม้แต่การใช้คำทักทายผู้ชม ก็ต้องมีความพิถีพิถัน หากสามารถทำให้ผู้ชมติดตามได้ตลอดจนจบ ก็เท่ากับมีคะแนนด้าน SEO ที่ดีขึ้นและจะมียอดผู้ติดตามและแชร์ต่อไวมากขึ้น

  1. การนำเสนอประเด็นของคลิป

ยูทูปเบอร์มืออาชีพจะนำเสนอประเด็นของคลิปนั้น ๆ ไว้ตั้งแต่ช่วงต้น เพื่อให้คนดูจับประเด็นได้ง่ายขึ้นว่า หากติดตามดูจนจบ จะได้รับรู้ข่าวสารหรือได้ประโยชน์สาระในเรื่องใดบ้าง ทั้งนี้ การใส่กราฟิกประกอบที่เข้าใจง่ายแทรกเป็นช่วง ๆ ก็จะทำให้ผู้ชมรู้สึกเพลิดเพลินไม่เบื่อ และจดจำช่องยูทูปได้มากขึ้น ทำให้มักกลับเข้ามาชมบ่อย ๆ

  1. การชักชวนให้ติดตามแบบพอดี ๆ

การเชิญชวนให้กด like หรือกด Subscribe ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO แนะนำว่าควรทำในช่วงท้ายคลิปเพียงครั้งเดียว เพื่อไม่ให้เบี่ยงเบนความสนใจจากสาระที่ต้องการนำเสนอ และเป็นการสร้างความรำคาญให้กับผู้ชม

  1. การพูด keyword

ระบบ AI ของ YouTube สามารถแยกเสียงในคลิปได้ว่า คุณพูดคำว่าอะไรบ้าง ดังนั้น ควรพูดคำที่ตรงกับคีย์เวิร์ดในการสืบค้นของผู้คน ให้กระจายอยู่หลาย ๆ ครั้งตลอดคลิป โดยเฉพาะคำภาษาอังกฤษ จะมีผลในทางที่ดีต่ออันดับการสืบค้นในระบบ YouTube มากขึ้น

  1. การตั้งชื่อคลิป

ควรใส่ keyword ที่สอดคล้องกับเนื้อหา และตรงกับการสืบค้นในกระแสนิยมช่วงนั้น เช่น ชื่อหนัง ชื่อดารานำแสดง ชื่อเพลงประกอบซีรีส์ คำฮิตจากละคร เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า การทำตามหลัก SEO มีประโยชน์ในการช่วยผลักดันให้ช่อง YouTube เติบโตได้ไว และทำให้คุณมีกำลังใจในการนำเสนอผลงานดี ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ ด้วย หวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางให้ทุกท่านนำหลักวิธี SEO ไปปรับใช้กับการพัฒนาช่อง YouTube ของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

SEO ในบทบาทนักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่

หากคุณกำลังสนใจการทำธุรกิจออนไลน์ คำว่า SEO คือกระบวนการทำงานสำคัญที่คุณควรทำความรู้จัก ซึ่งไม่มีใครทำอะไรได้สำเร็จโดยไม่ลงมือทำอย่างจริงจัง วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักคำว่า SEO เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกในการเสริมประสิทธิภาพในการทำธุรกิจออนไลน์ของนักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ในยุคนี้

SEO ย่อมาจากคำว่า Search Engine Optimization หมายถึงกระบวนการปรับแต่งโครงสร้างหน้าตาเว็บไซต์ ให้สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว และปรับการเขียนเนื้อหาให้เป็นไปตามความต้องการของ เว็บ Search Engine เป็นวิธีการตลาดทางดิจิทัลที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของสินค้า ธุรกิจและบริการของคุณเข้าไปอยู่ในหน้าแรกของ Google เมื่อมีการค้นหาด้วย Keyword (คีย์เวิร์ด) ที่กำหนดเอาไว้โดยไม่ต้องซื้อโฆษณา ซึ่งองค์ประกอบในการทำงานมีหลายขั้นตอน เช่น การใช้ Content แบบ Onsite ,Outreach การเขียน Blog รวมถึงการใส่ Keyword และการทำ Backlink เป็นต้น

การทำ SEO จึงเป็นช่องทางการตลาดออนไลน์ที่ต้องอาศัยทั้งระยะเวลาและการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในระยะยาว สามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณมีช่องทางโปรโมทให้คนทั่วไปได้รู้จัก เพิ่มโอกาสในการขายและสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจได้มากขึ้นด้วย หากคุณทำเว็บไซต์ ทีเด็ดบอลวันนี้ แล้วเว็บขึ้นไปติดอันดับ 1 ในคีย์เวิร์คที่เกี่ยวข้อง มั่นย่อมลดต้นทุนการโฆษณาลงไปได้เยอะทีเดียว

ปัจจุบันเทคโนโลยีของ Search Engine ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพให้สูงมากยิ่งขึ้น เช่น Google (www.google.com) ซึ่งมาแรงเป็นอันดับหนึ่งของโลก, Bing (www.bing.com) ของบริษัท Microsoft ,Yahoo (www.yahoo.com), Ask.com (www.ask.com) , Baidu (www.baidu.com) ไป่ตู้ เป็นเว็บ Search Engine ของประเทศจีน มีบริการต่าง ๆ คล้ายกับ Google และ Wolframalpha (www.wolframalpha.com) เป็นเว็บไซต์สำหรับค้นหาข้อมูลในทางวิชาการ เป็นต้น และแม้ว่าช่องทางโซเชียลมีเดียอื่น ๆ จะมีกลยุทธ์ในการดึงดูดผู้ใช้เข้าสู่เว็ปไซต์ แต่ทว่า Search Engine ก็ยังคงเป็นช่องทางหลักสำหรับการเข้าสู่เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมายและเข้าใจง่ายที่สุด

สิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจออนไลน์ที่ใช้ SEO

  1. การทำเว็บไซต์เพื่อรองรับการทำ SEO และศึกษาข้อมูลการทำ SEO อย่างจริงจัง
  2. หากต้องการว่าจ้างผู้อื่น แนะนำให้เลือกเอเจนซี่ที่มีความชำนาญ เพื่อดูแลการทำ SEO อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
  3. หมั่นตรวจสอบและปรับปรุงคุณภาพของการทำ SEO อย่างสม่ำเสมอ เพราะการทำ SEO เป็นช่องทางการตลาดทางเลือกใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม และมีธุรกิจอีกนับร้อยนับพันที่กำลังก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์
  4. การใช้ Keyword (คีย์เวิร์ด) หรือคำค้นหาข้อมูลผ่านเว็บ Search Engine ให้สอดคล้องกับ ธุรกิจสินค้าและบริการของคุณ เช่น ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มือสอง คีย์เวิร์ดที่ใช้ในบทความ SEO เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการค้นหา ได้แก่ รถมือสอง, รถยนต์มือสอง, ราคารถมือสอง, อะไหล่รถมือสอง หรือ ธุรกิจร้านอาหาร คีย์เวิร์ดที่ใช้ ก็ควรเป็นสินค้าและบริการในร้าน เช่น ก๋วยเตี๋ยว, ร้านอาหารตามสั่ง, ปิ้งย่าง ,อาหารจานเดียว เป็นต้น

ประโยชน์ของการทำ SEO มีหลายด้าน เช่น

  1. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดในระยะยาว
  2. ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเปิดโอกาสในการสร้างฐานลูกค้าใหม่
  3. ช่วยให้ธุรกิจได้รับการโปรโมทตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ เมื่อมีผู้ใช้คำคีย์เวิร์ดในการค้นหา ก็จะพบเจอเว็บไซต์ของธุรกิจ

การทำธุรกิจออนไลน์อาจเป็นช่องทางที่ดีที่สุด ซึ่งหลายคนเลือกเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจได้ไปต่อในภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ทั่วโลกกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นการปรับตัวและมองหาเครื่องมือในการทำงานด้วยการพึ่งพาเทคโนโลยีและช่องทางการตลาดออนไลน์ จึงมีส่วนช่วยส่งเสริมให้นักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ ประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย

วิธีเลือกบริษัทรับทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพ

การทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ หรือ Facebook เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อเสริมโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และทำให้มียอดขายตามมาอีกมาก ซึ่งสัมพันธ์กับการทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ ซึ่งการทำ SEO สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง หรืออาจจ้างบริษัทเอกชนที่มีประสบการณ์ในการทำก็ได้

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมวิธีพื้นฐานในการเลือกบริษัทรับทำ SEO ที่มีคุณภาพมาฝากกัน เพื่อให้ท่านที่สนใจนำไปพิจารณาเลือกจ้างบริษัทที่เหมาะสม ดังนี้

มีความน่าเชื่อถือ

บริษัทที่มีคุณภาพจะมีการจดทะเบียนธุรกิจเป็นนิติบุคคล ทำให้สามารถติดต่อผู้รับผิดชอบได้ตลอดเวลา ซึ่งหากมีขนาดใหญ่ ก็มักมีการแยกแผนกหรือฝ่ายที่ชัดเจน เช่น ฝ่ายเทคนิค ฝ่ายขาย ฝ่ายดูแลลูกค้า ฯลฯ มีอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ง่าย ความน่าเชื่อถือของบริษัทจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่คุณต้องใส่ใจหากไม่ต้องการเสี่ยงกับกลุ่มมิจฉาชีพหรือบริษัทมือสมัครเล่น

ประสบการณ์ในการบริการลูกค้า

หากพิจารณาจากประวัติลูกค้าเก่าของบริษัทรับทำ SEO จะทำให้รู้ได้ว่าบริษัทนั้นมีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้าน SEO ที่หลากหลายเพียงใด โดยเฉพาะหากเป็นลูกค้าที่ทำธุรกิจประเภทเดียวกันกับคุณ ก็มั่นใจได้ว่าบริษัทมีความสามารถด้านเทคนิคในการทำ SEO อย่างดี คุณจึงมั่นใจได้ว่าโอกาสประสบความสำเร็จในการจ้างทำ SEO ค่อนข้างสูงและใช้เวลาในการทำที่สั้นกว่าจ้างมือสมัครเล่น

มีความโปร่งใส

สิ่งที่คุณต้องคุยกันก่อนทำสัญญากับบริษัททำ SEO คือการรายงานผลการทำแบบรายเดือน มีการให้คำอธิบายหรือให้ความรู้พื้นฐานแก่เจ้าของเว็บไซต์ในการดูค่าตัวเลขทางเทคนิคต่าง ๆ เพื่อการตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสตลอดเวลา

การันตีผลที่เป็นไปได้จริง

หากบริษัทมีความประสิทธิภาพสูงมักจะมีการการันตีผลว่าสามารถรักษาลำดับในการถูกสืบค้นด้วยระบบ SEO ของคีย์เวิร์ดหนึ่ง ๆ ได้ในอันดับ Top 3-10 ตลอดเวลาของการจ้างทำ SEO แต่จะไม่การันตีที่อันดับหนึ่งตลอดเวลาเพราะเป็นการแสดงผลจากระบบอัลกอริทึมของ Google และ Facebook

อัตราค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

ระดับการคิดค่าใช้จ่ายของการทำ SEO นั้น มักเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ที่การันตีด้วย เช่น หากเลือกแพ็กเกจที่ทางบริษัทการันตีผลลัพธ์ขั้นสูงเป็น Top 3 ของการสืบค้นด้วยคีย์เวิร์ดหนึ่ง ๆ อาจจะมีค่าใช้จ่าย 2-3 หมื่นบาท แต่หากเป็นอันดับท็อปเท็น top10 ก็จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท เป็นต้น หากบริษัทใดมีการคิดอัตราค่าบริการที่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยทั่วไปอาจจะทำให้คุณต้องพบกับความเสี่ยงถูกทิ้งงานหรือเจอกับบริษัทที่เป็นมือใหม่ได้

จะเห็นได้ว่า การจ้างบริษัททำ SEO นั้นต้องพิจารณาองค์ประกอบอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ คุณควรศึกษาผลความพึงพอใจจากลูกค้าเก่า ๆ ของบริษัทรับทำ SEO ในสื่อโซเชียลต่าง ๆ ด้วยเพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างดียิ่งขึ้น

สิ่งที่ควรรู้พื้นฐาน ความสำคัญของ SEO ต่อเว็บไซต์ของคุณ

คุณคงเคยได้ยินคำว่า SEO มาบ้างแล้ว แต่หลายคนก็ยังไม่ทราบว่าตัวอักษรเหล่านี้ย่อมาจากอะไร เริ่มต้นด้วยตัวอักษร S ได้ย่อมาจาก Search ตัวอักษร E ย่อมาจาก Engine และตัวอักษร O ย่อมาจาก Optimization นอกจากนี้หลายคนยังไม่ทราบว่า SEO นั้น มีประโยชน์หรือมีความสำคัญต่อเว็บไซต์อย่างไรบ้าง เราจึงมาบอกรายละเอียดเกี่ยวกับ SEO เพื่อคุณจะได้ปรับปรุงเว็บไซต์ของตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม ดังต่อไปนี้

จุดประสงค์ของการทำ SEO

คนที่มีเว็บไซต์ของตัวเอง แน่นอนย่อมมีความต้องการให้เว็บไซต์อยู่ในลำดับต้น ๆ ในหน้าผลการค้นหาของ Search Engine ซึ่งการทำ SEO ก็สามารถปรับปรุงเว็บไซต์ตามคำแนะนำของ Search Engine หมายความว่า เมื่อไปหน้าเว็บไซต์ Google ซึ่งเป็น Search Engine อันดับหนึ่งของโลก แล้วต้องการหาข้อมูล เช่น คีย์เวิร์ดในการค้นหาคำว่า เที่ยวโตเกียว ผลการค้นหาก็จะขึ้นแสดงลำดับใน Google ยิ่งถ้าอยู่ในลำดับต้น ๆ ก็จะยิ่งดี เพราะจะถูกมองเห็นได้ก่อน และเป็นการบ่งบอกว่า อัตราการถูกคลิกจะยิ่งมากขึ้น

วิธีการทำ SEO

วิธีการทำ SEO

วิธีที่ใช้ทำ SEO มี 3 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 เรียกว่า On Page SEO ด้วยการใส่ Keyword ไม่ว่าจะเป็น ใน Meta Description, URL, Title Tag หรือหัวของเว็บไซต์, ในหัวข้อหลัก, ในเนื้อหาแต่จะต้องมีในจำนวนปริมาณที่เหมาะสม, คำอธิบายรูปภาพ LINK ที่เชื่อมโยง ส่วนรูปแบบที่ 2 เรียกว่า Off Page SEO เป็นรูปแบบที่ทำ SEO จากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่ทำในหน้าเว็บของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Submit Web ที่ Search Engine และสารบัญเว็บไซต์ต่าง ๆ ด้วยการทำลิงก์จากเว็บดังมายังเว็บตัวเอง, มี Social Share ด้วยการแชร์ลิงก์ใน Social Media สุดท้ายรูปแบบที่ 3 เรียกว่า การใช้ตัวช่วยด้วยเทคนิคอื่น ๆ ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้โปรโตคอล HTTPS, การแก้ไของค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้เว็บไซต์โหลดได้รวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีความสะดวกในการเข้าชมเว็บไซต์ผ่านมือถือ เนื่องจากในสมัยปัจจุบัน ถ้าเปรียบเทียบจากการดูหรือค้นหาข้อมูลในมือถือจะมากกว่าคอมพิวเตอร์เสียอีก

การทำธุรกิจสมัยนี้ต้องมีเว็บไซต์เพราะผู้คนเริ่มค้นหาร้านค้าผ่านทาง Search Engine อย่าง Google เพื่อจะทำให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ยอดขายค่อย ๆ เติบโตขึ้น ช่วยลดต้นทุนในการจ้างคนและยังช่วยเพิ่มเวลาที่ไม่ต้องมาคอยรับโทรศัพท์ลูกค้าที่สอบถามข้อมูลในขณะไม่มีเวลาว่าง โดยให้ลูกค้าดูรายละเอียดสินค้าผ่านเว็บไซต์ได้เลย ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำเว็บไซต์ดีเยี่ยมแต่คนดูค้นหาเว็บไซต์ไม่เจอ โดยเฉพาะคนที่ทำเว็บไซต์เพื่อที่จะหารายได้ ก็จะส่งผลให้ไม่มีคนเข้ามาเยี่ยมชมได้หากไม่รู้วิธีการทำ SEO หากเป็นเช่นนี้ พื้นฐานสำคัญของ SEO ตามคำแนะนำของ Search Engine จึงเป็นสิ่งที่คุณควรรู้ เพราะจะช่วยส่งเสริมอันดับเว็บไซต์ให้สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเว็บไซต์ของคุณนั่นเอง

สิ่งที่ควรรู้พื้นฐาน ความสำคัญของ SEO ต่อเว็บไซต์ของคุณ

SEO Page Quality ในมุมมองของ Google ต้องเป็นอย่างไร

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาวิธีการทำเว็บไซต์ให้มีคุณภาพเพื่อให้ได้คะแนนการประเมินจาก Google คุณมาถูกทางแล้วล่ะ เพราะวันนี้เรามีลักษณะของเว็บไซต์ที่ Google จะให้ประเมินว่าเป็นเว็บไซต์ที่ดีมีคุณภาพ อย่ารอช้า รีบมาดูกันได้เลย

Google ประเมินอะไรบ้างในเว็บไซต์

มีการเช็คสภาพของเว็บไซต์ให้มีการใช้งานที่ดีอยู่เสมอ โครงสร้างของเว็บไซต์ถือว่าเป็นส่วนสำคัญของการทำ SEO ค่อนข้างมากเลยทีเดียว เพราะจะทำให้ Google เข้าไปเก็บข้อมูลบนเว็บไซต์ได้ง่าย เจ้าของเว็บไซต์ที่ดีควรมีการตรวจเช็คสภาพการทำงานของเว็บไซต์ให้ทำงานได้ดีอยู่เสมอ

มีข้อมูลเว็บไซต์ที่ครบถ้วน ข้อมูลของเว็บไซต์นั้นประกอบไปด้วยเมนูต่าง ๆ ที่สำคัญต่อการค้นหาเนื้อหาในเว็บไซต์ ซึ่งจะมีประโยชน์กับผู้ชมของเว็บไซต์และ bot ของ Google ด้วย เนื่องจาก Google จะเข้าไปเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ผ่าน sitemap ที่ถูกสร้างขึ้นจากเมนูเหล่านี้นี่เอง

มีการออกแบบไซต์ที่เหมาะสม การออกแบบเว็บไซต์นั้นจะส่งผลกระทบไปยังประสบการณ์การใช้งานของผู้ชมโดยตรง หากเป็นเว็บไซต์ที่ออกแบบมาไม่ดี เว็บไซต์นั้นมีโอกาสที่จะไม่มีคนกลับเข้ามาดูอีกในครั้งต่อไป แต่หากเป็นเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาดีก็จะทำให้ผู้เข้าชมมีประสบการณ์ที่ดีและอยากกลับมาในเว็บไซต์อีกซ้ำ ๆ

มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชม เนื้อหาที่เป็นประโยชน์นั้นสามารถเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรก็ได้ แต่ขอให้เป็นเนื้อหาที่มีผู้ชมเข้ามาอ่านเป็นจำนวนมากและใช้เวลาในการอ่านที่เหมาะสม ซึ่งเว็บไซต์ไหนที่สามารถสร้างเนื้อหาประเภทนี้ขึ้นมาได้ ก็มีโอกาสที่จะติดอันดับบนหน้าแรกได้แบบยาว ๆ เลยทีเดียวล่ะ

มีชื่อเสียงในแง่บวก ชื่อเสียงของเว็บไซต์ถือเป็นสิ่งสำคัญมากเลยทีเดียวล่ะ โดยชื่อเสียงนี้ไม่ได้หมายถึงการได้รับการบอกต่อโดยการแชร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นเว็บไซต์ที่ไม่ได้ถูกรายงานว่าเป็นสแปมหรือก่อกวนผู้ชมของ Google อีกด้วย เพราะเมื่อไหร่ที่มีการรายงานนี้เกิดขึ้นกับเว็บไซต์ของคุณ เมื่อนั้นก็จะทำให้ถูกประเมินเป็นเว็บไซต์คุณภาพต่ำจนถึงขั้นถูกแบนได้เหมือนกัน

มีเนื้อหาที่มีคุณภาพ เนื้อหาคุณภาพจะช่วยสร้างคะแนน SEO ให้กับเจ้าของเว็บไซต์ได้แบบไม่ยาก โดยเฉพาะเนื้อหาที่ความเป็น unique และสร้างคุณค่าให้กับผู้ชม แม้ว่ามันจะต้องใช้ระยะเวลาอยู่สักหน่อย แต่เนื้อหาเหล่านี้เอง ที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าเว็บไซต์ของคุณจะอยู่ได้สั้น ๆ หรืออยู่แบบยาว ๆ ต่อไป

การทำ SEO เว็บไซต์ให้มีคุณภาพนั้น จะทำให้คุณไต่อันดับขึ้นไปบนหน้าแรกของ Google ได้เร็วขึ้น แต่ในทางตรงกันข้าม หากคุณใช้วิธีการทำเว็บไซต์จน Google ประเมินว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพต่ำ ก็สามารถทำให้ตกอันดับไปอยู่หน้าหลัง ๆ ของ Google ได้เหมือนกัน

SEO Page Quality ในมุมมองของ Google ต้องเป็นอย่างไร

ความสำคัญของ Local SEO ต่อธุรกิจท้องถิ่น

ในปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของธุรกิจท้องถิ่นค่อนข้างสูง โดยธุรกิจท้องถิ่นที่มีผู้ให้ความสนใจอย่างแพร่หลายมักเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอาหารการกิน เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรได้ดี ทำให้ผู้ประกอบการหลายคนที่มีลูกค้าประจำมาก และมองการณ์ไกลจึงต้องการสร้างแบรนด์แฟรนไชส์ขึ้นมาเพื่อขายให้กับผู้ที่สนใจต่อไป ทั้งนี้แม้ว่าร้านของคุณจะสามารถสร้างผลกำไรได้ดี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะมีผู้ที่สนใจในสูตรอาหารของคุณ การทำการตลาดเพื่อให้ลูกค้าเกิดความสนใจ จึงเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้กับลูกค้าได้

การสร้างแบรนด์แฟรนไชส์ในยุคนี้ไม่จำเป็นต้องเสียค่าโฆษณาจำนวนมากเพื่อให้ได้พื้นที่โฆษณาช่องเล็ก ๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารเหมือนกับในอดีต เนื่องจากการทำเว็บไซต์เป็นช่องทางการโฆษณาที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่สามารถสร้างการตอบรับจากผู้ที่สนใจได้ดีมากกว่า โดยเฉพาะการนำเทคนิค Local SEO มาใช้ โดยวิธีทำ Local SEO สามารถทำได้ ดังนี้

วิธีทำ Local SEO

ตั้งชื่อแฟรนไชส์ให้มีความน่าสนใจ ชื่อแบรนด์แฟรนไชส์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างการจดจำได้เป็นอย่างดี การตั้งชื่อที่ดีควรเป็นคำที่จำง่าย มีความคล้องจองและมีความยาวที่พอเหมาะ

สมัครบริการของ Google My Business บริการฟรีจาก Google ที่เป็น Search Engine อันดับหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นบริการที่ช่วยโฆษณาธุรกิจท้องถิ่นของคุณให้เป็นที่รู้จักและทำให้ลูกค้าสามารถเดินทางมายังร้านของคุณได้ง่ายขึ้น ซึ่งวิธีการสมัครทำได้ง่ายมากเพียงกดค้นหาคำว่า “Google My Business” จากนั้นกรอกข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจและรอการตรวจสอบจาก Google ซึ่งข้อมูลที่ใช้ในการสมัคร ได้แก่ ชื่อแบรนด์, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์และประเภทธุรกิจ

สร้าง Business Website โดยเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นอาจเป็น Landing Pang ที่มีเพียงข้อมูลเบื้องต้นก็ได้ หรืออาจทำเว็บไซต์ที่มีบล็อกเพื่ออธิบายข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น สร้างการรับรู้และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์แฟรนไชส์ ซึ่งสามารถนำเทคนิคการเขียน บทความ SEO มาใช้ เพื่อให้เว็บไซต์ธุรกิจแฟรนไชส์ติดอันดับบนหน้าแรกของ Google ได้ นอกจากนี้การสร้างเว็บไซต์ที่โหลดได้เร็วและเป็นมิตรกับการเปิดอ่านบนสมาร์ทโฟน จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้มากขึ้น

ระบุช่องทางการติดต่อให้ชัดเจน แม้ว่าอินเทอร์เน็ตจะเป็นเครื่องมือที่สร้างการรับรู้ถึงแบรนด์แฟรนไชส์ได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่ไม่อยากอ่านข้อมูลที่มีเฉพาะในเว็บไซต์ การให้ช่องทางการติดต่ออื่น ๆ เพิ่มเติม จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยจูงใจลูกค้าได้

ธุรกิจท้องถิ่นสามารถพัฒนาจากร้านค้าธรรมดาสู่ธุรกิจขนาดใหญ่ระดับประเทศหรือระดับโลกได้ ด้วยการนำเทคนิค Local SEO มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

วิธีทำ Local SEO

5 ข้อสงสัย สร้าง link SEO อย่างไรให้ถูกวิธี?

แม้ว่า การทำ SEO จะดูเป็นเรื่องง่ายแต่ก็มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลายคนหลงลืมไปหรือมีข้อสงสัยอยู่บ้าง แล้วคำถามเหล่านี้ก็มักจะไม่ค่อยมีคนหาคำตอบมาให้ หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่กำลังมีข้อสงสัยที่อยู่ใน 5 ข้อนี้เหมือนหลายคนอยู่ เรามาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันเลย

วิธีสร้าง link SEO

Link ควรเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษดี?

มีหลายคนสงสัยมากว่าควรใช้ภาษาอะไรในการทำ link โดยคำตอบนั้นไม่มีอะไรตายตัว ขอแค่ใช้ภาษาอะไรก็ได้ ที่เป็นภาษาหลักเว็บไซต์ของคุณ เพราะ search engine อย่าง Google สามารถอ่านได้แทบทุกภาษาบนโลกใบนี้แล้ว หากเว็บไซต์ของคุณมีภาษาไทยเป็นภาษาหลักก็สามารถใช้ภาษาไทยใน link ได้

ใช้ full stop หรือ underscore บน link อันไหนดีกว่ากัน?

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า link นั้นไม่ได้เป็นส่วนที่ควรให้ความสำคัญเรื่องเครื่องหมายค่อนข้างมากเลยทีเดียวล่ะ ตามหลักของการทำ SEO ไม่ควรใช้ทั้ง full stop และ underscore บน link เพราะ bot ไม่สามารถอ่านได้ แต่ทางที่ดีที่สุดในการแยกคำควรใช้ hyphen แทน เช่น top-men-shirt หรือ ม่านโปร่ง-หน้าต่าง เป็นต้น

ควรใส่ link ที่เป็นภาษาอังกฤษอย่างไรดี?

ในการทำ link ที่เป็นภาษาอังกฤษนั้นไม่มีอะไรยาก แต่สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงคือการตัด stop words ออกไปเพื่อให้ link สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดย stop words เหล่านี้ก็คือ the, and, a, an และอื่น ๆ ที่ใช้ขยายความหมายของคำ เพราะเป็นคำที่แทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย แล้วยิ่งเป็นการทำให้ link มีความยาวมากขึ้นโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

ควรใส่ link ที่เป็นภาษาไทยอย่างไรดี?

เช่นเดียวกับการทำ link เป็นภาษาอังกฤษ แต่สำหรับภาษาไทยเรานั้นมีความแตกต่างกันด้านไวยากรณ์ก็คือให้ตัดคำเชื่อมที่ไม่จำเป็นออก เช่น และ, ทั้ง, จึง, ดังนั้น ต่าง ๆ เพราะคำเหล่านี้แทบจะไม่มีความหมายอะไรเหมือน stop words ของภาษาอังกฤษในการอ่านของ bot เลยเช่นกัน

ต้องทำ link ยาว ๆ ไหม?

หลายคนเข้าใจว่าการทำ link นั้น ยิ่งยาวเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะคนอ่านจะได้เข้าใจมากขึ้นและช่วยให้ค้นหาง่าย แต่ความเป็นจริงนั้นคนเราแทบจะไม่สนใจ link เลย แต่เป็น bot ต่างหากที่ใช้ link ในการค้นหาเว็บไซต์ของคุณ ฉะนั้นเวลาทำ link ควรเป็น link ที่สั้นแต่ได้ใจความ โดยให้ถูกต้องตามหลักของแต่ละภาษา

การทำ SEO ที่ดีนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำให้ถูกต้องทุกข้อปฏิบัติ แต่คนที่ทำหน้าที่นี้จะต้องมีความเข้าใจในรายละเอียดปลีกย่อยด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นถ้าคุณอยากให้เว็บไซต์ติดอันดับแล้วล่ะก็ อย่าลืมสร้าง link ที่ดี และมีคุณภาพตามหลักการ SEO

ข้อสงสัย สร้าง link SEO อย่างไรให้ถูกวิธี

ดันเว็บให้อยู่หน้าแรกบน Google ไม่ยาก SEO ช่วยได้

เชื่อว่าใครที่มีเว็บไซต์จะต้องอยากโปรโมทให้มีคนเข้ามาดูมาก ๆ จนหลายคนต้องไปเสียค่าโฆษณาในช่องทางต่าง ๆ มากมาย ซึ่งก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง เพราะการที่มีคนมาดูมาก ๆ ก็หมายถึงโอกาสในการทำให้เขาเป็นลูกค้าที่ซื้อสินค้าและบริการได้มากเช่นกัน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ด้วยว่าถูกกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ การคลิกเข้ามาดูในเว็บใดเว็บหนึ่งมาก ๆ Google จะจัดให้อยู่ในหน้าแรก ๆ เพราะถือว่าเป็นเว็บที่คนมีส่วนร่วมมาก นั่นหมายความว่าใครที่พิมพ์ Keyword เข้ามาก็จะเจอกับเว็บนั้นก่อน มีโอกาสโปรโมทก่อน และที่แน่นอนที่สุดคือมีโอกาสขายสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ก่อน

5 ขั้นตอนในการดันเว็บไซต์ให้อยู่ในหน้าแรกบน Google

Content is King เรื่องความน่าสนใจของเนื้อหาเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการทำ SEO เพราะเป็นธรรมดาที่คนจะอยากอ่านในเรื่องที่ตนเองสนใจ ดังนั้นการคิด Content ก็ต้องเริ่มต้นจากความสนใจของผู้บริโภคก่อนเป็นอันดับแรก

Keyword สนใจของผู้บริโภคข้างต้น ผู้ทำ SEO อาจพิจารณาจากคำค้นหาของผู้บริโภคก่อนว่าคนส่วนใหญ่จะค้นหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะพิมพ์ว่าอะไร แล้วเราค่อยนำ Keyword นั้นมาต่อยอดความคิดสร้าง Content ต่อไป

โครงสร้าง Content ตรงส่วนนี้จะเกี่ยวกับการกระจาย Keyword และจำนวนคำของบทความมากกว่า โดย Keyword ควรกระจายให้ทั่วบทความในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้เกิดการค้นหาเจอได้ง่าย แต่ทั้งนี้ก็ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมชาติด้วย เพื่อให้อ่านแล้วไม่ติดขัด ส่วนจำนวนคำก็ต้องให้เหมาะสมว่าเราจะเสนอผู้บริโภคกลุ่มไหน ถ้าวัยรุ่นหน่อยก็สั้น ๆ กระชับ ถ้าเป็นวัยผู้ใหญ่ก็ยาวหน่อย มีเนื้อหาครบถ้วน

Backlink คือเราเอาลิงก์ของเว็บของเราไปฝากไว้บนเว็บไซต์อื่น หากเป็นเว็บที่มีชื่อเสียงด้วยแล้วจะเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บของเราไม่น้อย เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยสร้างฐานผู้ติดตามได้มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ Google พิจารณาจัดอันดับเว็บไซต์

สร้าง Website ให้รองรับสมาร์ทโฟน ไม่ว่าตื่นนอนหรือก่อนนอน คนส่วนใหญ่จะหยิบมือถือกันทั้งนั้น ต้องยอมรับว่าสมัยนี้โทรศัพท์เป็นปัจจัยที่ 5 แล้ว โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมการเสพมือถือมากกว่าทีวีหรือวิทยุรวมกันเสียอีก ดังนั้นหากเราออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับการใช้งานบนมือถือได้ ก็จะเกิดผลดีอย่างแน่นอน

การทำ SEO ตาม 5 ขั้นตอนที่กล่าวมานี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของเรามีผู้ติดตามมากขึ้นอย่างแน่นอน อาจจะไม่ได้เห็นผลลัพธ์ใน 3 วัน 7 วัน แต่เชื่อว่าหากมุ่งมั่นที่จะสร้าง Content ดี ๆ พัฒนาเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าเว็บไซต์ของเราจะต้องถูกดันขึ้นไปอยู่ในหน้าแรกของ Google ในที่สุด

ขั้นตอนในการดันเว็บไซต์ให้อยู่ในหน้าแรกบน Google

SEO กับ Google Ads เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้เหล่านักทำการตลาดออนไลน์มือใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับการทำเว็บไซต์มากขึ้น เพราะเว็บไซต์เปรียบเสมือนเครื่องมือยืนยันตัวตนที่แท้จริงของบุคคล ห้างร้านหรือแบรนด์ต่าง ๆ นอกจากนี้เว็บไซต์ยังเป็นแหล่งให้ข้อมูลที่น่าสนใจกับลูกค้าที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือเกี่ยวข้องกับแบรนด์ เมื่อเว็บไซต์มีประโยชน์ก็จะทำให้เว็บไซต์มีฐานลูกค้าและสามารถสร้างรายได้มากขึ้น

การทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้น ๆ ของการค้นหา จะทำให้เว็บไซต์ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น รวมถึงเป็นจุดที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้ง่ายที่สุด โดยวิธีการทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนหน้าแรกของ Search Engine สามารถทำได้ 2 วิธี คือ

2 วิธีทำเว็บให้ติดอันดับบน Search Engine

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization คือ การปรับเว็บไซต์ให้เป็นมิตรต่อ Google โดยหลักของการทำ SEO เริ่มที่การเลือก Keyword ที่มีจำนวนผู้คนหาเยอะ มาแปลงเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ โดยนำ Keyword ดังกล่าวมาตั้งเป็น หัวข้อบทความ, คำบรรยายสั้น ๆ เกี่ยวกับบทความ, เนื้อหาบทความ, นำมาตั้งชื่อรูปและเซฟเป็นชื่อไฟล์ภาพ ฯลฯ แต่เท่านั้นยังไม่พอเพราะการทำ SEO ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมายที่หลายคนอาจคิดไม่ถึง เช่น ความถี่ในการอัปโหลดบทความ, จำนวนคำในบทความ, ความน่าเชื่อถือของโดเมนเนม ฯลฯ ซึ่งการทำ SEO อาจทำให้มือใหม่หลายคนถอดใจได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะหากต้องทำ SEO ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

Google Ads (แต่ก่อนหน้าเรียกว่า Google AdWords) เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับหน้าหนึ่งบน Google Search Engine ได้โดยไม่ต้องใช้เวลานานเหมือนกับการทำ SEO โดย Google Ads เป็นการจ่ายค่าโฆษณาให้กับ Google เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับบนหน้าแรกใน Keyword ที่ต้องการ แม้จะดูเหมือนง่ายแต่ในบางตลาดที่มีการแข่งขันของ Keyword ค่อนข้างสูง อัตราค่าบริการของ Google Ads ก็จะแพงตามไปด้วยและต้องประมูลราคาสู้กับคู่แข่งเพื่อให้ได้ตำแหน่งโฆษณาที่ดี นอกจากนี้การทำ Google Ads ก็ไม่ได้การันตีถึงความยาวนานของการติดอันดับ เพราะหากมีเว็บไซต์คู่แข่งที่มีคุณภาพดีและประมูลให้ราคาสูงกว่า ก็จะถูกลดอันดับโฆษณาได้เช่นกัน ทำให้คนเข้าชมลดน้อยลงตามสัดส่วน แม้จะมีเงินมากมายในการทำ Google Ads แต่ถ้าเว็บไซต์ไม่มีคุณภาพก็อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร ทั้งนี้แม้อันดับลดลงแล้ว ก็สามารถพัฒนาคุณภาพการโฆษณาและการประมูลเพื่อกลับขึ้นสู่อันดับหนึ่งของโฆษณาได้เช่นกัน

ความเกี่ยวพันกันระหว่าง การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization และ Google Ads เป็นการแข่งขันการทำการตลาดของ Keyword ที่เว็บไซต์ต้องการ โดยการเลือก Keyword ที่เหมาะสมต่อการทำการตลาด ย่อมทำให้การติดอันดับได้ง่ายขึ้นและจ่ายน้อยลง แต่ความมั่นคงของการแข่งขันทางการตลาดใน ปี ค.ศ.2020 นี้เป็นไปในทิศทางของการสร้างประโยชน์และมูลค่าของคอนเทนต์เป็นสำคัญ ดังนั้นหากต้องการให้เว็บไซต์มีความมั่นคง การเลือก Keyword ที่ดีตั้งแต่แรกและปรับกลยุทธ์ในการทำการตลาดผสมผสานกันระหว่าง SEO หรือ Google Ads จะส่งผลดีต่อเว็บไซต์ในระยะยาว

2 วิธีทำเว็บให้ติดอันดับบน Search Engine