CategorySEO Guru

ข้อดีและประโยชน์ของการทำ SEO บนเว็บไซต์

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรสนใจเรียนรู้การใช้ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อโปรโมทกิจการให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การตลาดที่สร้างความสำเร็จให้ธุรกิจมาแล้วมากมาย เชื่อได้เลยว่าคุ้มค่ากับเวลาและค่าใช้จ่าย เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโฆษณาอื่น ๆ

สำหรับผู้เริ่มต้นอาจไม่เข้าใจถึงประโยชน์ SEO ในด้านการตลาดและจะส่งผลต่อธุรกิจของตนเองอย่างไรบ้าง ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือการเพิ่มประสิทธิภาพการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ธุรกิจของคุณให้ผู้ค้นหาพบเห็นง่ายขึ้น โดยใช้คำหรือวลีที่เฉพาะเจาะจงตรงกับความสนใจของลูกค้า คีย์เวิร์ดที่ดียังช่วยเลื่อนอันดับของเว็บไซต์ไปอยู่ลำดับต้น ๆ ส่งผลให้ลูกค้าเห็นเว็บไซต์ของคุณก่อนคู่แข่งอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าต้องการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือใหม่ ยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อรุ่นใด ถ้าเจ้าของธุรกิจกำหนดคีย์เวิร์ดที่เจาะจง เช่น “โทรศัพท์มือถือยอดนิยม” หรือ “โทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุด” จะสนองตอบความต้องการของลูกค้าได้ดีกว่าคำกว้างๆ เพียงแค่ “โทรศัพท์มือถือ” หรือ “iPhone” การใช้คีย์เวิร์ดที่ตรงกับการค้นหาของลูกค้า จะช่วยให้ลูกค้าหาข้อมูลรวดเร็ว และอันดับของเว็บไซต์จะขึ้นอยู่ในหน้าแรกๆด้วย

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ผู้คนส่วนใหญ่จะใช้เวลาในช่วงวันหยุดมองหาร้านอาหารเพื่อออกไปรับประทานมื้อเย็น โดยเลือกคีย์เวิร์ด เช่น “อาหารญี่ปุ่น” “ซูชิ” “ร้านบุฟเฟ่ต์” “กรุงเทพฯ” การค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดง่ายๆลงใน Google จากนั้นเลื่อนดูผลลัพธ์รายการที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด หากเว็บไซต์ของคุณขึ้นในหน้าแรกได้ด้วยคีย์เวิร์ดเหล่านี้ ลูกค้าจะพบร้านของคุณได้ง่ายๆ เช่นกัน นั่นคือคำอธิบายเบื้องต้นว่า SEO มีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจของคุณอย่างไร

วิธีการเรียนรู้ประโยชน์ของการทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ธุรกิจถูกจัดอันดับในหน้าแรก ไม่ใช่การสุ่มเลือกแต่เป็นวิธีที่สมเหตุสมผล เพราะเว็บเหล่านั้นใช้ SEO เพื่อช่วยให้ Google เข้าใจว่าเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และเสนอคำตอบที่ชัดเจนและมีประโยชน์ที่สุดตามคีย์เวิร์ดที่พิมพ์ลงไป ขณะเดียวกันเจ้าของธุรกิจจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หมายถึงโอกาสในการขายและยอดขายที่เพิ่มขึ้น

แน่นอนว่าหลักการทำ SEO เข้าใจได้ไม่ยาก คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าโฆษณาในการทำ SEO ก็ได้ แต่ถ้าคาดหวังอันดับดีที่สุดต้องทำการวิจัยคีย์เวิร์ดและงานเขียนเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง จำเป็นต้องลงทุนจ้างบริษัทการตลาดดิจิทัลที่มีประสบการณ์ในการทำ SEO ให้ในครั้งแรก เพื่อดึงดูดผู้ชมจำนวนมากเข้าชมเนื้อหา จากนั้นควรอัปเดตข้อมูลทุก 2-3 เดือน ตรวจสอบว่าคู่แข่งกำหนดเป้าหมายและใช้คีย์เวิร์ดหลักเดียวกันหรือไม่ เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น

การทำ SEO ใช้เป็นกลยุทธ์การตลาดเพื่อส่งเสริมการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตามปกติได้ เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ส่วนหนึ่งเป็นการเชื่อมลิงก์เว็บธุรกิจของคุณเข้ากับเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง ครอบคลุมบล็อกธุรกิจและอุตสาหกรรม สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เป็นช่องทางนำเสนอแบรนด์ของคุณให้ลูกค้าเห็นมากขึ้น ทุกวันนี้การทำ SEO ถือเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การตลาด ควรปรับปรุงข้อมูลเป็นประจำ ที่สำคัญคือ ติดตามคู่แข่งตลอดเวลาเพื่อก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวก่อนคู่แข่งเสมอ

เรียนรู้การใช้ SEO

ประโยชน์ที่จะได้จากการทำ SEO ให้เว็บไซต์

SEO เป็นวิธีการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ออนไลน์ ซึ่งผู้ทำธุรกิจค้าขายในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องรู้จัก เพื่อปรับปรุงเนื้อหาในเว็บไซต์ เชื่อมโยงลิงก์ รวมถึงการแก้ไขส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ให้เหมาะสมตามแนวทางที่ Search Engine อย่าง Yahoo Google กำหนด เพื่อทำให้การจัดอันดับเว็บไซต์ดีขึ้นและส่งผลให้สามารถขายสินค้าและบริการดีได้มากขึ้น

การทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ได้ประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย ได้แก่

1. การที่อันดับเว็บไซต์ดีขึ้น จะทำให้เว็บไซต์แสดงต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น ช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เข้ามาอ่านบทความ ซื้อสินค้าและใช้บริการต่าง ๆ ในเว็บไซต์ได้มากขึ้นอย่างรวดเร็ว

2. ทำให้เพิ่มโอกาสขยายฐานลูกค้าได้ในเวลาไม่นาน เพราะผู้เข้ามาชมเว็บไซต์ที่มาก มักจะแชร์เว็บไซต์และบอกต่อ ๆ กันกับคนรู้จัก ให้มาซื้อสินค้าและบริการจากเว็บไซต์ที่อันดับสืบค้นดี

3. ทำให้ได้ลูกค้าที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาราคาแพง เนื่องจากการทำ SEO ที่มีคุณภาพ จะต้องมีการใส่เนื้อหาที่มี Keyword เหมาะสมกับการสืบค้นของลูกค้าเป้าหมายเช่น เมื่อลูกค้าเป้าหมายพิมพ์คีย์เวิร์ดว่าดอกไม้ ก็จะปรากฏเว็บไซต์ของร้านค้าดอกไม้ออนไลน์ขึ้นมา ตามการใส่คีย์เวิร์ดในบทความของเว็บไซต์นั้น จึงทำให้มีโอกาสที่จะขายสินค้าได้ง่ายและเร็วขึ้น

4. ทำให้เว็บไซต์ที่เปิดใหม่มีโอกาสแข่งขันได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับบริษัทใหญ่หรือบริษัทอื่น ๆ ที่มีมาก่อนแล้ว แม้ว่าจะไม่มีเงินทุนมากในการลงทุนค่าโฆษณา แต่การทำบทความที่มีเนื้อหาดี ก็สามารถเพิ่มอันดับการสืบค้นที่ดีขึ้นได้

5. สามารถเพิ่มโอกาสขายสินค้าและบริการได้มากยิ่งขึ้นตลอดเวลา เพราะใช้ระบบอินเตอร์เน็ตในการเชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับร้านค้า โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ใช้งานได้ดีกับระบบโทรศัพท์มือถือด้วย ก็ยิ่งเพิ่มความนิยมได้มากขึ้น

6. การทำ SEO สม่ำเสมอ จะทำให้อันดับการสืบค้นอยู่ในระดับ Top 5 Top 10 ได้ และทำให้ลูกค้ามีความเชื่อถือในเว็บไซต์มากขึ้น ส่งผลดีต่อชื่อเสียงในระยะยาว

7. ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ ก็สามารถได้ลูกค้าจากทั่วโลก จึงช่วยประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้

จากประโยชน์ที่กล่าวมาทั้งเจ็ดข้อข้างต้น แสดงว่า SEO สามารถช่วยให้ธุรกิจค้าขายออนไลน์ประสบความสำเร็จมากขึ้น ทำให้ติดตลาดและขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลต่อยอดขายในระยะยาวด้วย

ผู้ที่สนใจทำ SEO ให้เว็บไซต์ขายสินค้าและบริการต่าง ๆ ทางออนไลน์ จึงควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับวิธีการทำ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเองหรือเลือกจ้างบริษัทของเอกชนทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์ ก็ได้เช่นกัน ซึ่งมีแพ็คเกจราคาหลายแบบที่สามารถเลือกตามความเหมาะสมได้

ประโยชน์ที่จะได้จากการทำ SEO ให้เว็บ

5 สิ่งที่นักทำ SEO ควรเลิกทำได้แล้ว (Google 2019)

เมื่อกฏของทาง Google มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา วิธีการทำอันดับก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยเช่นกัน บทความนี้จะมาพูดวิธีการทำ SEO ที่ล้าสมัยและควรเลิกทำไปได้แล้ว

5 สิ่งที่นักทำ SEO ควรเลิกทำได้แล้ว (Google 2019)

1.การสร้าง Backlink คุณภาพต่ำจาก Network ที่สร้างเอง

การสร้าง Network ในปัจจุบันยังถือว่าเป็นเรื่องที่ช่วยดันอันดับได้อยู่ก็จริงแต่การสร้าง Network ที่ดีนั้นก็ควรจะเป็นการสร้าง Backlink ที่ดีด้วย เพราะถ้าคุณได้ลิงค์จากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพต่ำการทำคะแนน SEO ของคุณก็จะต่ำไปด้วย ซึ่งแต่ก่อนนั้น Google ยังไม่สนใจการทำ Backlink จากเว็บคุณภาพต่ำแต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว คุณจะต้องได้ลิงค์มาจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพดีเท่านั้น Google ถึงจะนับคะแนนให้คุณ เว็บคุณภาพเป็นอย่างไร สังเกตง่าย ๆ คือ มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับชื่อเว็บไซต์ อ่านเนื้อหาในเว็บไซต์และเข้าใจได้ อ่านรู้เรื่อง น่าติดตาม เป็นต้น

2.การทำ Backlink จาก Web directory

Web directory เปรียบเสมือนเว็บสารบัญหรือสมุดหน้าเหลืองของเว็บไซต์ ที่รวบรวมเว็บไซต์ไว้ทุกหมวดหมูเพื่อให้ผู้คนเข้าไปค้นหาได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งนี้ก็เป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้ว ปัจจุบัน Google ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ประเภทนี้แล้ว การทำ Backlink จากเว็บประเภทนี้ก็อาจจะทำให้เสียเวลาไปเปล่า ๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งต้องห้ามหากคุณต้องการจะทำมัน

3.ชื่อเว็บไซต์ที่ตรงกับคีย์เวิร์ดไม่มีผลแล้ว

สมัยก่อนเวลาเราทำเว็บไซต์ขึ้นมาหนึ่งเว็บไซต์เกี่ยวกับสบู่ เรามักจะตั้งชื่อเว็บไซต์ให้เกี่ยวข้องกับสบู่หรือมีชื่อที่แปลตรงตัวในชื่อเว็บไซต์ไปเลยว่า xxxsoap.com เพื่อที่จะให้ Google รู้ได้อย่างรวดเร็วว่าเราทำเกี่ยวกับอะไร แต่ในปัจจุบันนี้ Google ได้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและได้ลดความสำคัญของชื่อโดเมนไปจนแทบไม่มีผลแล้ว

4.การเขียนบทความขยะ

การเขียนบทความที่ดีนั้นต้องเป็นบทความที่อ่านเข้าใจ รู้เรื่อง ไม่วกวน ไม่ลอกใครมา ไม่ใส่คีย์เวิร์ดซ้ำ ๆ ลงไปจนอ่านแล้วรู้เลยว่าเป็นบทความขยะ หมายถึงหากคุณเขียนบทความที่ไม่ดีลงไปในเว็บไซต์แล้วหวังว่า Google จะยกอันดับให้คุณอยู่ในที่ดี ๆ แล้วล่ะก็ อย่าเสียเวลาทำเลย เพราะตอนนี้ Google เองสามารถเข้าใจได้แล้วว่าบทความของคุณนั้นมีคุณภาพดีหรือไม่อย่างไร

5.สร้าง Backlink ที่มากเกินไป

Backlink ยังไงก็ถือว่าจำเป็นจะต้องมีสำหรับการทำอันดับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าวัน ๆ หนึ่งคุณจะหาเท่าไรมาเติมให้กับเว็บไซต์ก็ได้ เพราะหาก Backlink ที่คุณหามาให้กับเว็บไซต์ของคุณมีจำนวนมากเกินไปแล้วล่ะก็ทาง Google จะนำคุณเข้าไปอยู่ใน Sandbox เพื่อทำโทษ เพราะเขารู้แล้วว่าคุณกำลังทำอันดับแบบผิดปกติ และคุณต้องอุทรณ์เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณเองหลุดออกมาทำอันดับได้อีกครั้งหนึ่งซึ่งจะทำให้เสียเวลาในการทำอันดับเป็นอันมาก

5 สิ่งที่นักทำ SEO ควรเลิกทำได้แล้ว

แนวทางการทำ SEO สำหรับนักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ในปี 2019

การทำ SEO เป็นสิ่งที่นักธุรกิจรุ่นใหม่หลายท่านอาจยังไม่เข้าใจและไม่แน่ใจว่าในปี 2019 ยังมีความจำเป็นในการทำเว็บไซต์ SEO อยู่หรือไม่ ซึ่งในความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญงานด้านไอที มีคำแนะนำแก่เจ้าของธุรกิจที่ต้องการประสบความสำเร็จในการทำเว็บไซต์ ดังนี้

แนวทางการทำ SEO สำหรับนักธุรกิจออนไลน์

องค์ประกอบพื้นฐานของ SEO ยังจำเป็นเสมอ

การทำ SEO ยังเป็นสิ่งจำเป็นในการสืบค้นพบเป็นอันดับต้น ๆ จาก search engine ซึ่งองค์ประกอบทั่วไปของเว็บไซต์ SEO สองส่วนใหญ่ ดังนี้

1. ON-page SEO เป็นการสร้างสรรค์เนื้อหา content SEO ต่าง ๆ ในเว็บไซต์ โดยเป็นการต่อยอดข้อมูลจากคีย์เวิร์ดที่ตรงใจกลุ่มลูกค้า ซึ่งต้องผ่านการวิจัยและประเมินความเหมาะสมของคีย์เวิร์ดด้วยโปรแกรมเฉพาะ (มีทั้งแบบฟรีและชำระเงิน) และคีย์เวิร์ดยังถูกนำมาเป็นส่วนประกอบในจุดสำคัญต่าง ๆ ของเว็บไซต์ด้วย เช่น การตั้งชื่อ URL address การใส่ใน meta description การตั้งชื่อภาพ ฯลฯ

การทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์ทางธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้สวยงามในปี 2019 จึงต้องเริ่มจากคีย์เวิร์ดที่ถูกทางและมีเนื้อหาต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับการตรวจสอบของ Rank Brain และอัลกอริทึ่มพื้นฐานในระบบสืบค้นของ ยาฮู กูเกิ้ล ด้วย

2. OFF-page SEO เป็นการให้ความสำคัญกับส่วนโครงสร้างและการเชื่อมโยงลิ้งค์ของเว็บไซต์ เช่น การทำ Backlink เพื่อเพิ่ม traffic ให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเข้ามาอ่านและเลือกใช้สินค้าและบริการของบริษัท โดยปัจจุบันมีระบบการกีดกัน spam และป้องกันการเปิดเว็บไซต์ลูกที่สร้างลิ้งค์เชื่อมโยงมาสูงเว็บไซต์แม่ของบริษัทตัวเองแบบไม่โปร่งใสด้วย

การเพิ่มช่องทางเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่

นอกจากการทำ SEO ในตัวของเว็บไซต์เองแล้ว เจ้าของธุรกิจยังต้องมองหาโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านโซเชียลมีเดียรูปแบบใหม่ เช่น การสร้างแอพพลิเคชั่นเพื่อการใช้งานแบบรวดเร็วฉับไวเพียงปลายนิ้วคลิกของลูกค้าที่นิยมสืบค้น และเลือกซื้อสินค้าและบริการผ่านแอพพลิเคชั่นในทุกสถานที่แบบไม่จำกัดไลฟ์สไตล์มากกว่าการสืบค้นผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ขณะทำงานนั่งที่โต๊ะ เป็นต้น

แนวทางการทำ SEO สำหรับนักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่

การเลือก Hosting ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ

แม้คุณภาพของผลงาน SEO จะเต็มเปี่ยม แต่หากผู้ใช้งานเว็บไซต์ต้องเผชิญกับความยุ่งยาก เช่น มี error ในการเชื่อมโยงลิ้งค์ การดาวน์โหลดภาพและข้อมูลช้า  การกินพื้นที่ในหน่วยความจำกัดของเครื่องมือสื่อสารมากเกินไป ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อความประทับใจและการกลับมาใช้งานซ้ำของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และแน่นอนว่ามีผลต่อยอดขายสินค้าและบริการในระยะยาว การเลือก Hosting ที่ดีมีคุณภาพและสามารถช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยความรวดเร็ว จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับแนวทางการทำธุรกิจสำหรับผู้อยากประสบความสำเร็จในการขายสินค้าผ่านหน้าจอออนไลน์ ในปี 2019 จะเห็นได้ว่าการทำ SEO ยังมีความจำเป็นและเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการต่อยอดเพื่อการสร้างสรรค์ผลงานที่ตรงใจและดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจได้ในระยะยาว

9 สิ่งที่ต้องมองหาในนักเขียน SEO เพื่อทำธุรกิจออนไลน์ให้สำเร็จ

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการให้เข้าสู่ระบบ SEO จนสามารถติดตลาดและเพิ่มยอดขายได้อย่างน่าพึงพอใจไม่ใช่เรื่องยาก โดยหนึ่งในนั้นคือการเลือกนักเขียนบทความแนว SEO ที่มีคุณภาพตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ ดังนั้น หากคุณกำลังมองหานักเขียนแนว SEO ที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ควรดูจากอะไรบ้างมาดูกัน

1. ควรเลือกนักเขียนที่มีผลงานเขียนให้ชม เลือกที่มีแนวทางใช้ภาษาที่สวยงาม แต่ก็กระชับและมีความทันสมัยในตัวเองด้วย

2. การสะกดคำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษต้องถูกตามหลักภาษา แม้แต่การใช้วรรณยุกต์ เอก โท ตรี จัตวา ก็ต้องเป๊ะด้วย เนื่องจากการปรากฏคำผิดแม้เพียง 2 ถึง 3 ครั้งในแต่ละเพจ จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ในภาพรวม

3. นักเขียนที่ดีต้องรู้หลักการวางตำแหน่งคีย์เวิร์ดที่ช่วยส่งเสริมการขายและสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่บริษัท

4. บทความ SEO ต้องไม่มีจำนวนคีย์เวิร์ดมากและถี่เกินไปในแต่ละเพจ เช่น หากความยาวอยู่ในช่วง 500 ถึง 1000 คำ ไม่ควรใส่เกิน 5 คีย์เวิร์ดและไม่ควรซ้ำเกิน 5 ครั้งในแต่ละบทความ

5. เมื่อรู้คีย์เวิร์ดที่จะใช้ ไม่ว่ามาจากการวิจัยคีย์เวิร์ดด้วยโปรแกรมหรือการกำหนดเองจากผู้จ้างงาน นักเขียนที่มีประสบการณ์จะสามารถคิดหัวข้อและจินตนาการสร้างโครงเรื่องในหัวได้แทบจะทันที เพื่อให้สามารถนำเสนอธีมหรือแนวเขียนบทความกับผู้ว่าจ้างได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เริ่มและจบผลงานได้ฉับไวตามมาด้วย

9 สิ่งที่ต้องมองหาในนักเขียน

6. การทำงานเขียน SEO ที่มีคุณภาพเพื่อธุรกิจออนไลน์ จำเป็นต้องวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคหรือผู้อ่าน ประหนึ่งเข้าไปนั่งในใจผู้อ่านว่าต้องการอะไร ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่ได้ในนักเขียนทุกคน ประเด็นนี้จึงทำให้มูลค่างานเขียนหรือค่าจ้างของงานแตกต่างกัน

7. การไม่ล่าช้าในการทำงาน หรือการส่งงานตรงเวลาที่กำหนด เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของนักเขียนที่จะช่วยให้การทำงาน SEO ง่ายขึ้น เพราะสามารถมีบทความดี ๆ อัพเดตบนเว็บไซต์ได้ตาม timeline เพื่อให้การจัดอันดับเว็บไซต์พุ่งขึ้นสู่อันดับท็อปและติดตลาดได้อย่างยาวนาน

8. การรักษาความลับของลูกค้าแต่ละเจ้า จะช่วยให้การทำงานมีความเชื่อใจกันมากขึ้น การเปิดเผยเพียงบางส่วนเพื่อการเป็นตัวอย่างแนวเขียนอาจกระทำได้ หากผู้ว่าจ้างรายเก่าที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์บทความอนุญาต

9. การจัดโครงสร้างของเนื้อหาในบทความที่เหมาะสม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เพิ่มความน่าอ่าน สามารถจับประเด็นได้ง่าย และแม้จะปิดท้ายด้วยวลีส่งเสริมการขายก็ไม่ได้น่าเกลียด หากเนื้อความส่วนใหญ่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์เป็นการให้สารประโยชน์มีคุณค่าแก่ผู้อ่าน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 9 ข้อที่เรียกได้ว่าเป็นคุณสมบัติที่ห้ามขาดในนักเขียนแนว SEO หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกธุรกิจออนไลน์ในการเลือกจ้างงานเขียนที่มีคุณภาพต่อไป

มองหานักเขียน SEO เพื่อทำธุรกิจออนไลน์ให้สำเร็จ

ทำ SEO ปี 2018 เน้นอะไรดี

สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจ การทำหน้าร้านออนไลน์หรือเปิดเว็บเพจเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทั้งทำให้สร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ซึ่ง SEO เป็นสิ่งที่สำคัญในการทำให้ร้านเป็นจุดสังเกตให้ลูกค้า เปิดประตู เข้ามาดู page ของธุรกิจได้ ทั้งนี้ การจ้างคนทำ SEO ในอดีต เมื่อสัก 5-10 ปี ที่แล้ว จะเป็นการใช้แบ็คลิ้งค์ (Backlink) หรือการแนบลิ้งค์ ขายลิ้งค์ ที่ทำให้ Google บอท มองว่าเป็นการ แชร์ต่อ อนุมานว่า เป็นเว็บเพจที่ได้รับความนิยมสูงจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจึงเน้นที่ปริมาณของบทความที่ต้องสร้างและมีลิ้งค์แนบให้มาก ขายโฆษณาให้สูงเข้าไว้ แต่ในปัจจุบัน ปี 2018 จะสังเกตได้ว่ามีมืออาชีพ รับทำ content ที่สอดแทรก SEO เข้าไปแบบมีคุณภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากการจัดอันดับเว็บเพจจะใช้ระบบใหม่ เป็นการวัดคุณภาพของเนื้องานหรือ content ที่ให้ข้อมูลดี ๆ มีคุณค่า มากขึ้น การใส่ SEO หรือคีย์เวิร์ดที่มีคนสืบค้น เป็นสิ่งที่ต้องมีการทำวิจัยตลาดที่จำเป็นและแข่งขันกันสูงมากในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น ธุรกิจรับจัดช่อดอกไม้ หากใช้โปรแกรมในการหาว่าลูกค้านิยมสืบค้นด้วยคำไหน อาจพบว่า มีคำว่า ดอกไม้ ที่ไหนถูก ร้านดอกไม้ ราคาถูก ฯลฯ พร้อมกับเปอร์เซ็นต์การสืบค้นที่มีการเก็บสถิติจากโปรแกรมไว้ในแต่ละคำ

หาคีย์เวิร์ดทำ SEO

ผู้ที่ต้องการหา keyword ทำ SEO ก็สามารถเลือกจากคำที่โปรแกรมแสดงได้ ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้ เช่น จะจัดวางคำในตำแหน่งไหนบ้าง ความยาวบทความเท่าไร จึงจะเหมาะกับลูกค้าเป้าหมาย ทั้งนี้มีโปรแกรมที่ช่วยวัดว่าแต่ละบทความคนทั่วไปใช้เวลาอ่านกี่นาที หากบทความมีความยาวเนื้อหามากเกินไป ก็จะไม่เหมาะกับผู้อ่านส่วนใหญ่ที่มักอ่านบทความหรือเข้าเว็บเพจทางมือถือ ที่ใช้เวลาเพียง แว่บเดียว หรือ ช่วงสั้น ๆ 3 – 5 นาที ในการหาข้อมูลของสิ่งที่สนใจจากหน้าเว็บไซต์

การสร้างเว็บไซต์ที่ effective หรือมีประสิทธิผลในการเข้าถึงลูกค้า จึงต้องใส่ใจใน content ที่เน้นคุณภาพและแทรก SEO ลงไปอย่างถูกที่ถูกจังหวะ ทำให้ลูกค้าที่อ่านบทความ รู้สึกว่า ได้บางอย่าง เช่น ได้ความรู้ที่ไม่เคยทราบ ได้ความอัพเดตใหม่ ๆ ในเรื่องที่รู้อยู่แล้ว เป็นต้น

SEO ในบทความ จึงเป็นเพียงตัวเชื่อมโยงลูกค้า ให้เข้ามาเราเราจากการ พิมพ์ถาม ใน search engine แต่ที่จะทำให้ลูกค้า ตัดสินใจ เลือกซื้อสินค้า-ผลิตภัณฑ์หรือ เลือกใช้บริการ เช่น จองทัวร์ , จองโรงแรม , จองตั๋วเครื่องบิน , แลกเงิน ฯลฯ ยังต้องมีอีกหลายปัจจัยที่เข้ามาประกอบที่ผู้ทำธุรกิจต้องใส่ใจเช่นกัน ได้แก่ ความสะดวกใช้งานของเว็บไซด์ ความประทับใจเมื่อใช้สินค้าและบริการจริง เป็นต้น

หาคีย์เวิร์ดทำ SEO

เทคนิค SEO สร้างคอนเทนต์เฉพาะเพื่อหาลูกค้าใหม่

ปัจจุบันการทำตลาดออนไลน์ด้วยการเริ่มต้นเปิดเว็บไซต์ขายสินค้าเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้องสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการโปรโมทสินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่สร้างประชาสัมพันธ์แบรนด์เล็กให้เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ก็เผชิญการแข่งขันสูงไม่ต่างจากธุรกิจแบบออฟไลน์ จำเป็นต้องใช้เทคนิค SEO ช่วยสร้างทางลัดให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายค้นพบเว็บไซต์เร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นแล้ว บรรดาคู่แข่งที่เป็นธุรกิจรายใหญ่ซึ่งครองตลาดมาก่อนจะคว้าเอาลูกค้าไปจนหมด การทำ SEO ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็กช่วยให้หาลูกค้าใหม่ได้ จะต้องเข้าใจวิธีการเขียนคอนเทนต์เฉพาะที่ตรงกับความต้องการผู้ค้นหามากที่สุด โดยมีการใส่คีย์เวิร์ดตรงกับคำค้นหาของลูกค้า ถือเป็นหัวใจของการตลาดให้แบรนด์ต่าง ๆ กำหนดคำที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เช่น “สมาร์ทโฟน ราคาถูก” “โน้ตบุ๊ก รุ่นล่าสุด” คีย์เวิร์ดเฉพาะจะช่วยให้เข้าถึงเป้าหมายโดยตรง แม้จะไม่แพร่หลายในวงกว้างเท่ากับคีย์เวิร์ดทั่วไป แต่มีประสิทธิภาพในการเจาะกลุ่มที่ต้องการซื้อมากที่สุด

ในขณะที่ธุรกิจยังเป็นน้องใหม่และจำหน่ายสินค้าเฉพาะ การทำตลาดออนไลน์มีทั้งจุดได้เปรียบและเสียเปรียบ ส่วนเสียเปรียบคือทั้งเว็บไซต์และแบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จัก ต้องงัดกลยุทธ์การสื่อสารและการตลาดมาใช้ให้มากที่สุด ไม่เช่นนั้นลูกค้าอาจตัดสินใจซื้อไปก่อนที่จะค้นหามาพบเว็บของเราก็เป็นได้ ส่วนความได้เปรียบคือการเลือกคีย์เวิร์ดง่ายขึ้น เพราะสินค้าทั่วไปมีคู่แข่งจำนวนมาก การเลือกคีย์เวิร์ดเป็นคำทั่วไปจะเจอกับเว็บคู่แข่งนับไม่ถ้วน แน่นอนว่าการประมวลผลของเครื่องมือค้นหาอย่าง Google จะต้องเลือกเว็บที่มีความเคลื่อนไหวถี่ ๆ เพราะผู้ใช้งานจำนวนมากให้อยู่ในอันดับแรก ทำให้ยากจะแข่งขันกับรายใหญ่หรือบริษัทที่ครองตลาดมาก่อน แต่ถ้าเน้นขายสินค้าเฉพาะทาง การใช้คีย์เวิร์ดค้นหาจะเปลี่ยนจากคำเดียว กลายเป็นวลีที่มีคำขยาย ทำให้มีโอกาสเข้าตาลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น

สินค้าที่ควรเขียนคอนเทนต์ให้ชัดเจน

หากสินค้าของคุณเป็นสินค้าเฉพาะทาง การเขียนคอนเทนต์ต้องเน้นให้เห็นชัดเจนว่ามีจุดเด่นแตกต่างกับคู่แข่งอย่างไร เพื่อให้ลูกค้าเปรียบเทียบและตัดสินใจง่ายขึ้น วิธีการเขียนคอนเทนต์และใส่คีย์เวิร์ดลงไปทำให้กำหนดกลุ่มเป้าหมายง่ายขึ้นด้วย ผู้ที่ต้องการซื้อจริง ๆ จะเข้ามาเป็นลูกค้าใหม่ ไม่ต้องเสียเวลากับคนคลิกที่เข้ามาดูแล้วกดออกไป ด้วยกลไกของเครื่องมือค้นหาอย่าง Google จะนำจุดเด่นของคอนเทนต์มาเป็นตัวอธิบายความของเว็บไซต์ ให้เน้นความพิเศษของสินค้าในย่อหน้าแรกซึ่งมักจะเป็นส่วนที่ถูกหยิบเอาไปให้นิยามเว็บไซต์นั้น เมื่อมีสินค้าคุณสมบัติใหม่เข้ามา จำเป็นต้องปรับปรุง SEO และเปลี่ยนคีย์เวิร์ดอย่างสม่ำเสมอ

หากธุรกิจของคุณยังเป็นกิจการขนาดเล็ก มีสินค้าเฉพาะกลุ่ม การเข้าถึงลูกค้าใหม่ที่เป็นเป้าหมายโดยตรงจะทำให้การบริหารจัดการง่ายขึ้นมาก ทั้งด้านการวางแผนกลยุทธ์การขาย เขียนคอนเทนต์ง่ายและตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าสนใจและต้องการรู้ได้ตรงใจที่สุด รวมไปถึงการจัดส่งสินค้าในท้องถิ่น หรือแม้แต่การสต๊อกสินค้าได้จำนวนพอเหมาะ ไม่ต้องนำเงินไปจมกับสินค้าค้างสต๊อก นับว่าเทคนิค SEO มีบทบาทต่อการวางแผนการขายและการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายและลูกค้ามากพอสมควร

เทคนิค SEO สร้างคอนเทนต์เฉพาะเพื่อหาลูกค้าใหม่

ควรจ้างทำ SEO หรือทำเองด้วยตัวเองดี ?

การทำเว็บไซต์กลายเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับธุรกิจในทุกภาคส่วน เชื่อว่าช่วยขยายฐานลูกค้าไปกว้างไกลโดยใช้ต้นทุนการตลาดน้อยลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หากทำเว็บไซต์ได้ดี จะดึงดูดลูกค้าเข้ามารู้จักแบรนด์อย่างรวดเร็ว หลายคนพึ่งพาแต่โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเฟซบุ๊กที่มีการไลฟ์สดขายของ คิดว่าเว็บไซต์คงไม่จำเป็น แต่ลืมเหตุผลข้อสำคัญว่า เวลาคนต้องการค้นหาสินค้าและบริการ คนเหล่านั้นมักจะพึ่งเครื่องมือค้นหายอดนิยมอย่างกูเกิลก่อน การทำ SEO เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ใช้พบเว็บไซต์ของเราก่อนใคร ส่วนเฟซบุ๊กนั้นเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ได้ ช่วยเพิ่มการตลาดออนไลน์ให้ธุรกิจเติบโตเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น

พูดถึงการทำ SEO มีหลายปัจจัยที่ต้องการเรียนรู้ ทั้งเรื่องการใช้คีย์เวิร์ด , วิธีการเขียนบทความ , การทำ Backlink ที่มีคุณภาพ , แนวทางการออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน , การทำเว็บไซต์อย่างไรไม่ให้ถูกลงโทษจาก Search Engine กว่าจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดอาจกินเวลานานหลายเดือน หากใช้บริการรับทำ SEO จะช่วยให้เว็บเกิดใหม่มีอัตราเติบโตรวดเร็วตั้งแต่เริ่มต้น บวกกับต้นทุนการ SEO ในทุกวันนี้มีค่าบริการราคาไม่แพง จึงถือเป็นตัวเลือกที่จะช่วยผลักดันให้เว็บประสบความสำเร็จได้ด้วยต้นทุนที่ถูกลงและไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ก่อนว่าจ้างผู้ให้บริการ จงพิจารณาเลือกให้ดี

เพราะแม้แต่คนทำ SEO เอง บางทียังใช้วิธีการทำตลาดออนไลน์แบบดั้งเดิม แต่ทุกวันนี้กูเกิลปรับวิธีการจัดอันดับใหม่แล้ว เสี่ยงที่การทำตลาดรูปแบบเดิมจะถูกมองว่าผิดวิธีและถูกเครื่องมือค้นหาเขี่ยออกจากดัชนีการจัดอันดับ กลับเป็นว่าจ้างคนผิดกลับตัวไม่ทันก็ต้องมาสร้างเว็บไซต์ใหม่ เลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือและขอคำปรึกษาบ่อย ๆ จนกระทั่งมีความรู้ความเข้าใจดี ประกอบกับเว็บไซต์ของเราเริ่มเข้าที่เข้าทางมีฐานลูกค้าในระดับหนึ่งแล้ว ค่อยออกมาทำเว็บด้วยตัวเองได้ โดยเฉพาะการใช้แพลตฟอร์มของเว็บสำเร็จรูปนั้นเอื้อประโยชน์ต่อการปรับแต่งด้วยตัวเองง่าย ๆ ไม่ต้องกังวลอะไร ทำไปแล้วจะเกิดความชำนาญไปเอง

seo trick

หัวใจสำคัญของการทำเว็บไซต์ นอกเหนือจากโครงสร้างที่สวยงาม ใช้งานง่าย ได้มาตรฐานของเว็บไซต์ทั่วไปแล้ว การเขียนบทความที่น่าอ่านเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้ใช้ได้ดีที่สุด หากเปิดเข้ามามีสินค้าอัดแน่นเต็มไปหมด ขาดคำอธิบายรายละเอียดว่าเป็นอะไร ใช้อย่างไร ดีอย่างไร ลูกค้าอาจไม่สนใจ เปิดหาเว็บอื่นๆ ที่มีข้อมูลที่ให้ประโยชน์มากกว่า แม้ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มเดียวกันก็ตาม การเขียนบทความก็เปรียบเหมือนกับการบริการลูกค้าอย่างหนึ่ง การรีวิวสินค้าจากผู้มีประสบการณ์จริงสร้างแรงจูงใจได้ดี โดยนำเอาความคิดเห็นของลูกค้าเป็นตัวตั้ง เขียนบทความแนะนำและยกตัวอย่างรีวิวสินค้าเป็นวิธีการขายแบบปากต่อปากที่มีประสิทธิภาพ เห็นผลลัพธ์เร็ว เมื่อลูกค้ารู้สึกว่าใช้ดีแล้วอยากบอกต่อ ควรเปิดเวทีให้ลูกค้าได้รีวิวสินค้าด้วย มีช่องทางให้ลูกค้าสอบถามและยื่นมือเข้าช่วยเหลือแก้ปัญหา ทั้งหมดนี้ผู้ประกอบการทำด้วยตัวเองได้ดีกว่าใคร

เว็บไซต์จึงเป็นทั้งหน้าร้านและเป็นกระบอกเสียงโฆษณาว่าสินค้าดีอย่างไร เราบริการทั้งก่อนและหลังการขายด้วยความเอาใจใส่ขนาดไหน การทำ SEO จะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ หากขาดความรู้ ความสามารถและความจริงใจของเจ้าของธุรกิจซึ่งจะทำให้ลูกค้าส่งความจงรักภักดีต่อแบรนด์กลับคืนมาอย่างคุ้มค่า

ASO กับ SEO ทำไม่เหมือนกัน

โลกของแอพพลิเคชั่นบนมือถือ กำลังได้รับกระแสความนิยมเพิ่มขึ้นล้นหลามมาโดยตลอด นับตั้งแต่แอนดรอยด์ได้มีการเปิดตัวและมีกระแสดีขึ้นจากความนิยมของผู้ให้บริการสมาร์ทโฟนส่วนมากในตลาด ได้เลือกใช้ระบบแอนดรอยด์เป็นระบบปฏิบัติการหลักของมือถือ ทำให้การตลาดอีกช่องทางที่คล้ายกับ SEO จึงเกิดขึ้นมา มันคือ ASO เป็นการทำอันดับให้กับแอพพลิเคชั่นของเรามาอยู่ในอันดับต้นของการค้นหาจากผู้ที่ต้องการดาวน์โหลดแอพมาใช้งานนั่นเอง ให้เข้าใจก่อนว่า ASO นั้น มันคือการปรับแต่งข้อมูลต่างๆให้กับหน้าเพจแอพพลิเคชั่นของเราบน Playstore

สิ่งหนึ่งเลยก็คือ แอพของเราจะต้องมีคุณภาพดีเป็นพื้นฐาน เปรียบเสมือนการสร้างเว็บที่ดี การที่อันดับแอพของเราจะขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆได้นั้น จำเป็นจะต้องมีการปรับแต่ง Title Keyword ให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่เราต้องการ และควรจะมีเรทติ้งที่ได้รับจากผู้ใช้ และการคอมเม้นต์ต่างๆ ปัจจัยเหล่านี้มีอีกมากมาย โดยผู้เขียนเองก็ไม่ได้ชำนาญเรื่องของ ASO มากนักเพราะไม่ได้มาทางสาย App แต่บอกได้คำเดียวว่ามันมีบางส่วนที่คล้ายกับเอสอีโอและมีอีกหลายส่วนมากที่ไม่สามารถใช้วิธีการทำร่วมกันได้

การทำ backlink ให้ app เรา มันเป็นเรื่องตลก

ตลก

บางคนเข้าใจว่าการทำให้แอพของเราไปติดอยู่อันดับแรก เราควรเอาลิงค์ URL แอพมาแล้วยิงลิงค์เข้าไปยัง URL แอพของเราจากหลายหลายโดเมน การทำแบบนั้นผู้เขียนคิดว่ามันคงไม่ได้มีประโยชน์มากนัก เพราะพฤติกรรมคนดาวน์โหลดแอพส่วนมากเค้าไม่ได้ดูจากเว็บไซต์ต่างๆแล้วคลิกเข้ามาสักเท่าไหร่ และมันคนละตลาดกัน ส่วนมากจะมาจากการค้นหาใน Playstore มากกว่า ถ้าจะทำลิ้งให้ยึดหลักว่าเราแนะนำแอพด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากกว่าหวังอันดับ

การให้คะแนนกับแอพนั้นว่ามีคุณภาพดีมากแค่ไหนจากผู้ใช้ น่าจะช่วยเรื่องอันดับดีกว่า หากอันกอริทึ่มของ Playstore ที่ใช้ในการจัดอันดับแอพมีการวัดค่าจากการทำลิ้งย้อนกลับมายังแอพของเราเป็นหลัก มันคงเป็นเรื่องตลกน่าดู แล้วคงจะมีสแปมเกิดขึ้นอีกอย่างนับไม่ถ้วน ทุกวันนี้ก็มีการสแปมเยอะมาก เอาแอพเก่ามารีย์สกินใหม่ขึ้นเต็มไปหมด ใครที่คิดจะทำ ASO ลองศึกษาหาข้อมูลจากเว็บต่างประเทศดู จะมีข้อมูลคอยสอนอยู่เยอะพอสมควร ให้รู้ว่ามันไม่ใช้วิธีการทำเหมือน SEO

การทำ SEO มุ่งยอดขายเป็นหลัก จัดอันดับเป็นรอง

หลายคนกำลังรอคอยประสิทธิภาพการทำ SEO อยู่ด้วยใจจดจ่อ หลังจากลองด้วยตนเองหรือจ้างบริการทำ SEO และช่วยเขียนคอนเทนต์เพื่อ ทำอันดับเว็บไซต์ ในการค้นหาจากกูเกิ้ลดีขึ้น ซึ่งวิธีนี้ค่อนข้างเห็นผลช้า ต้องรอเวลาสักระยะหนึ่ง เร็วหน่อยก็ภายใน 3 เดือน ช้าหน่อยอาจรอยาวๆ ไปเป็นปี ถามว่าเปิดเว็บไซต์แล้วจำเป็นต้องทำด้วยหรือ เอาจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงอะไร เพราะไหนๆ เราเพิ่มช่องทางการขายทางออนไลน์อยู่แล้ว การทำ SEO จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การทำตลาดส่งตรงถึงลูกค้าเป้าหมายโดยตรง ด้วยการใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะทำให้ลูกค้าค้นหาตอบโจทย์ความต้องการอย่างรวดเร็วและชัดเจนตรงใจ

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมข้อเท็จจริงที่ว่าเป้าหมายของการตลาดออนไลน์คือการทำโปรโมชั่นโดยมุ่งยอดขายเป็นหลัก บางคนเข้าใจผิดว่าตำแหน่งดีๆ ในหน้าแรกของการจัดอันดับจะการันตียอดขายทะลุทะลวง ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น แต่เป็นการช่วยให้ลูกพบกับคุณก่อนคู่แข่ง จึงมีโอกาสชูจุดเด่นให้เห็นก่อนว่า เรามีดีอะไร ทำไมควรเลือกเรามากกว่าคู่แข่ง พร้อมกับใช้คอนเทนต์สร้างเรื่องราวสินค้าและบริการ บางทีลูกค้าพึงพอใจแล้วก็ปิดการขายในเว็บได้ทันที ไม่ต้องไปค้นหาจากเว็บอื่นๆ ให้ยุ่งยาก แต่ถ้าผลิตภัณฑ์ของเรายังเจาะใจได้ไม่เต็มร้อย อาจจะติดที่รายละเอียด คุณสมบัติเฉพาะไม่ตรงสเป็ก ราคา หรือเงื่อนไขอื่นๆ ลูกค้ามีสิทธิออกไปดูเว็บอื่นก่อนกลับมาเลือกเรา อย่างน้อยขอให้ได้ผ่านตาก่อนเป็นดีที่สุด เพราะคนส่วนใหญ่ชอบของดีราคาถูก การติดอันดับหน้าแรกๆ ของกูเกิ้ลเป็นทางที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาด ทำให้เว็บของเราได้ประโยชน์ร่วมกันกับลูกค้าด้วย

กลยุทธิ์การทำ SEO

เคล็ดลับการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย จึงเป็นเรื่องที่พูดยาก แต่ถ้าเป็นการโปรโมทเว็บให้ลูกค้าที่ไม่รู้จักเราได้เห็นก่อน เชื่อได้เลยว่าทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่เห็นว่าการค้นหาในกูเกิ้ล ผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นมาให้หน้าแรกมักจะรับรองความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย ดังนั้นธุรกิจสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตต้องการให้กลยุทธ์ทางการตลาดนี้ช่วยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นและรวดเร็วขึ้น

สิ่งที่เป็นแกนกลางของกลยุทธ์การทำ SEO คือการทำคอนเทนต์ให้น่าอ่าน พร้อมกับใส่คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมโยงคำค้นหาของลูกค้ามาที่เนื้อหาและเว็บของเราในทันที ดังนั้น จำเป็นต้องคัดเฟ้นงานเขียนที่มีประสิทธิภาพเพื่อดึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเข้ามาในเว็บเป็นอันดับแรก จึงเป็นไปได้ว่าคอนเทนต์ไม่ได้เน้นการเขียนในลักษณะมุ่งโฆษณาสินค้าและบริการโดยตรง เช่น เว็บไซต์ขายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เนื้อหาอาจจะเป็นเรื่องวิธีการดูแลผิวหนังให้สะอาด เคล็ดลับการกำจัดสิวและผื่นอย่างไรไม่ให้เกิดริ้วรอย หรือแม้แต่วิธีรับประทานอาหารเพื่อผิวสดใสเปล่งปลั่ง รวมเนื้อหาที่คิดว่าลูกค้าเป้าหมายสนใจและจะเข้ามาเก็บเกี่ยวไอเดียหรือเคล็ดลับดีๆ เท่ากับเป็นการตลาดไปในตัวอยู่แล้ว มีโอกาสปิดการขายในอนาคตแน่นอน

ทำให้เว็บติดอันดับ