CategoryKeywords Tips

เทคนิคการเลือก Keyword สำหรับ SEO

ความรู้เกี่ยวกับ Search Engine Optimization หรือ SEO เป็นความรู้พื้นฐานที่คนทำเว็บไซต์จะต้องรู้ เนื่องจาก SEO เป็นเครื่องมือที่ดีต่อการทำเว็บไซต์ในหลาย ๆ ด้าน เช่น ทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมายโดยไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาจำนวนมาก, สร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้อง, เป็น Resume ชั้นดีที่ทำให้ฟรีแลนซ์มีรายได้มากขึ้น และเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างช่องทางการตลาดให้เพิ่มขึ้น เป็นต้น

Keyword หรือคำที่คนค้นหาเยอะ เป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้การทำ SEO ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย โดยการหา Keyword สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

1.ใช้เครื่องมือ Keyword Research ที่ให้บริการทั้งแบบฟรีและเสียค่าใช้จ่าย โดย Keyword Research จะเป็นเครื่องมือที่บอกถึงปริมาณการค้นหาของ Keyword นั้น ๆ เช่น Keyword Planner เป็นโปรแกรมของ Google ที่เอาไว้ให้บริการผู้ที่ต้องการซื้อพื้นที่โฆษณาบนหน้าแรก, Keyword tool, Keyword Suggest, KW finder เป็นต้น

2.Google Suggest หรือ คำค้นหาเกี่ยวข้อง จะปรากฏขึ้นมาในบริเวณด้านล่างสุดของหน้า ซึ่งคำเหล่านั้นจะเป็นคำที่เคยมีคนจำนวนหนึ่งกดค้นหาเอาไว้ โดยข้อดีของ Google suggest จะทำให้เรารู้ว่าคนกำลังให้ความสนใจในเรื่องอะไรเกี่ยวกับ Keyword ที่เราค้นหา

Keyword แบ่งได้ออกเป็น 3 ประเภท คือ

Seed Keyword เป็นคำทั่วไปที่ไม่ได้มีความเฉพาะเจาะจง เช่น ดอกไม้, กระเป๋า, รองเท้า, ถุงมือ เป็นต้น ซึ่งคำเหล่านี้จะมีอัตราการแข่งขันสูงมาก

Niches Keyword เป็นคำที่มีความเฉพาะเจาะจง เช่น ดอกทานตะวัน, กระเป๋าหนังงู, รองเท้าบาสเกตบอล, ถุงมือขี่มอเตอร์ไซค์ เป็นต้น คำเหล่านี้เป็นคำที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้เป็น Keyword หลักในการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์

Long tail Keyword คือ คำที่มีความเฉพาะเจาะจงมากกว่า niches keyword เป็นคำที่ถูกนำมาใช้เป็น Keyword รอง ในการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์

แม้ว่าหลายคนจะทราบเกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นในการหา Keyword และประเภทของ Keyword มาบ้าง แต่การเลือก Keyword ที่มีคุณภาพก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การทำ SEO บนเว็บไซต์ประสบความสำเร็จ ซึ่งเทคนิคการเลือก Keyword สำหรับ SEO มีหลักสำคัญ คือ การนำคำที่ถูกแนะนำใน Google Suggest มาตรวจสอบปริมาณการค้นหาใน Keyword Research โดยเลือกคำที่มีปริมาณการค้นหามากที่สุดเป็นสำคัญ แต่คำที่มีการค้นหาเยอะนั้น หลายคำมักมีอัตราการแข่งขันสูง คือ มีจำนวนผู้นำคำดังกล่าวมาใช้ในการทำ SEO อยู่แล้ว ซึ่งหากมีการแข่งขันสูงก็ทำให้ การทำ SEO ยากตามไปด้วย

ดังนั้น การเลือก Keyword จึงควรเลือกคำที่มีปริมาณการค้นหาสูง แต่ต้องมีอัตราการแข่งขันต่ำ เพื่อให้การติดอันดับบนหน้าหนึ่งของ Search Engine ง่ายขึ้น

Keyword แบ่งได้ออกเป็น 3 ประเภท

ทำอันดับหวยออนไลน์ ทำไมติดอันดับยากจริงนะเออ

คำถามแปลกๆมาอีกแล้ววันนี้มาในสายพนันอีกแล้วกับคำว่า หวยออนไลน์ ที่มีคนถามมาว่าทำไมทำคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวกับ หวยออนไลน์ ถึงอันดับไม่ขึ้นมันเป็นเพราะอะไร คำตอบคือ คำว่า หวยออนไลน์ มีคนทำ SEO เยอะมากและใช้คีย์เวิร์ดที่หลากหลาย คนที่ทำติดอันดับ 1 นั้นเขามีการใช้คำที่หลากหลายมีการทำ SEO ที่แข็งมากและมีทีมงานที่มีฝีมือ คนทำ SEO มือใหม่หรือมือไม่ถึงมาทำคีย์ หวยออนไลน์ เครียดจนท้อไปหลายคนแล้วเพราะความยากของมันแม้จะเล่นคำให้กลายเป็นคีย์เวิร์ดใหม่ๆ เช่น หวยออนไลน์งวดนี้ , หวยเด็ดงวดนี้ , หวยเด็ดฟีฟ่า , หวยออนไลน์สโบเบ็ต แต่ก็ไม่สามารถเบียดติดขึ้นอันดับต้นๆได้

คู่แข่งสูง มักจะ SEO มาแบบ Full Option

หากจะให้วิเคราะห์เว็บที่ทำคีย์นี้แล้วติดอันดับ SEO ในอันดับต้นๆ จะพบว่า เขามีการใช้คำที่มีการค้นหามากและเป็นคำที่เขานำมาใช้เป็นโดเมน และมีการวางคำเหล่านี้ในออนเพจด้วย ไม่ว่าจะเป็นคำว่า หวย , หวยเด็ด, หวยงวดนี้ , หวยออนไลน์  และคำอื่นๆที่ไม่น่าเชื่อว่าจะวิ่งอันดับได้เช่น ที่สุดในโลก , หวยหนังสือพิมพ์ เป็นต้น อีกทั้งการทำ SEO หวยออนไลน์นั้นก็จัดอยู่ในสายเทาและเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ดังนั้นคีย์นี้ก็มีการแข่งขันสูงไม่แพ้คำอื่นๆในสายเว็บพนัน และมักมีการพ่วงคำให้กลายเป็นคีย์เวิร์ดใหม่ๆ เช่น หวย FIFA55 lotto sbobet เลขเด็ดฟีฟ่า เป็นต้น มันยากสำหรับคนทำ SEO สาย Backlinks และ SEO สาย Onpage ในฝั่งมือใหม่จริงๆกับการทำแนวนี้

แต่หากสนใจจะทำเว็บไซด์แนวนี้และทดลองทำ SEO ด้วยตัวเองเพื่อหวังผลจากการหารายได้เข้าเว็บไซด์ ก็น่าสนใจไม่น้อยเพราะมันดูยากแต่ก็น่าทำและเป็นการท้าทายด้วยเพราะคีย์เวิร์ดสำหรับ SEO ที่เกี่ยวกับหวยออนไลน์นั้นมีเยอะ พลิกแพลงได้หลากหลาย และแหล่งโปรโมทก็มีหลายช่องทางทุกๆโซเชี่ยลเราสามารถใช้งานมันได้ แต่จะได้ยอดเข้าชมเว็บเท่าไหร่นั้นก็ต้องลุ้นกันและข้อเสียมันคือ คนสนใจเฉพาะช่วงใกล้ๆ วันหวยออกเท่านั้น ดังนั้นก็ต้องวางแผนดีๆ ว่าจะทำแบบไหนแต่ที่สำคัญการอัพเดทข้อมูลต้องมีทุกวันและแถมให้อีกนิดคือต้องมีความอดทน และข้อมูลต้องสดใหม่ แม้ว่าแหล่งหวยจะซ้ำๆกันแต่หากทำคอนเทนต์ให้แตกต่างมันก็ช่วยเรื่อง SEO ได้หากคุณกล้าและสนใจอยากทำ SEO สายนี้ก็ต้องลองกันดูสักตั้งเพราะเชื่อว่าไม่ยากเกินความสามารถไม่ว่าจะมือใหม่หรือมือเก่าก็ตาม

ปริมาณคีย์เวิร์ดในบทความ ควรมีเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม ?

สิ่งที่คนทำ SEO มือใหม่หลายคนยังสงสัยและคาใจคือ การใส่คีย์เวิร์ดกี่ครั้งในบทความถึงจะเหมาะสม บางตำราก็ว่า 3% บางตำราก็ว่า 10% บางตำราไม่กำหนดแต่บอกว่ายิ่งเยอะยิ่งดี แต่จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ตายตัวเท่าไหร่นักกับการใส่คีย์เวิร์ดในบทความแต่ควรเลือกให้เหมาะสมกับปริมาณจำนวนคำของบทความและเลือกใส่ในจุดที่สำคัญ และที่เน้นคือบทความต้องอ่านออก ไม่ใช่ยัดแต่คีย์เวิร์ดจนดูไม่เนียและไม่มีเนื้อหาสาระสำคัญแบบที่พวกสปินบทความนิยมทำกัน

การเลือกใส่คีย์เวิร์ดในส่วนต่างๆก็ควรทำให้เหมาะสมกับการทำ SEO เช่น ใส่คีย์เวิร์ดในชื่อเรื่องของบทความ ใส่ในหัวข้อสำคัญ ทุกย่อหน้าควรมีคีย์เวิร์ดอย่างน้อย 1-2 คำตามปริมาณของคำในเนื้อหาตรงนั้นและที่สำคัญต้องเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาบทความด้วย เพราะการใส่คีย์เวิร์ดที่ดีจะช่วยให้การค้นหามาถึงเว็บไซด์เราได้ง่ายๆ และบอทเข้ามาเก็บข้อมูลหรือวิเคราะห์บทความด้วยเครื่องมือต่างๆ แล้วอยู่เกณฑ์ที่ผ่านนั่นคือเราสามารถติดอันดับได้เร็วขึ้น และ คีย์เวิร์ดก็สามารถช่วยให้เราทำลิงค์ต่างๆได้ง่ายเพราะมีการแทรกลิงค์ในบทความเพื่อส่งไปภายในเว็บและนอกเว็บหรือทำให้เป็น Backlink กลับมาที่เว็บเราได้ นั่นคือความสามารถของคีย์เวิร์ดที่เราเลือก

การเลือกคีย์เวิร์ดไม่จำเป็นต้องสั้นไป หรือยาวไป และเราสามารถใช้คำอื่นที่เชื่อมโยงกับเว็บไซด์ได้แต่มีความหมายเดียวกับคีย์เวิร์ดหรือเติมคำอื่นเพื่อให้เกิดความแตกต่างและมันควรเป็นคำที่มีการค้นหาด้วย เพื่อเสริมให้ถูกค้นได้ไวขึ้นเช่นเราใช้คีย์เวิร์ดว่า ครีมหน้าขาว เราก็สามารถเติมคำอื่นเป็น ครีมหน้าขาวเด้ง, ครีมหน้าขาวใส, ครีมหน้าขาวคุณภาพดี เป็นต้นซึ่งคำต่างๆเหล่านี้มีผลกับ SEO และมันจะช่วยให้เว็บที่เราต้องการให้เกิดผลลัพธ์ในการทำ SEO เห็นผลเรามากขึ้น แต่การอัดคีย์เวิร์ดมากไปก็จะกลายเป็นสแปมได้เพราะหากเลือกจุดวางไม่เหมาะสม หรือ เยอะเกินเหตุโดยไม่เชื่อมโยงกับเนื้อหา

คำค้นหาที่ดี

ซึ่งปัจจุบันระบบของ Google มีการปรับอะไรหลายๆอย่างทำให้การทำ SEO มันยากขึ้นด้วย การตรวจจับคีย์เวิร์ดในบทความมีความเข้มช้นขึ้นดังนั้นเราจึงควรใส่ใจกับบทความให้มากพอกับการเลือกวิธีและรูปแบบหรือเทคนิคในการทำ SEO ด้วยแค่บทความสดใหม่มันไม่พอแต่ต้องมีการครีเอทและผสมผสานบทความกับเทคนิคต่างๆเช้าด้วยกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อให้เว็บไซด์ติดอันดับที่ดีแม้ไม่ได้หน้าหนึ่ง อันดับหนึ่ง แต่การติดในหน้าต้นๆไม่เกินหน้า 5 ก็ถือว่าเราทำ SEO ได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว และมันจะเป็นแนวทางที่เราสามารถนำไปทำให้ติดอันดับที่ดีกว่านี้ได้แน่นอน