Search"SEO Hosting"

2 เส้นทางที่นักทำ seo ต้องเลือกเดิน

มันมีมายาวนานแล้วสำหรับการทำอาชีพ SEO ซึ่งจะมีอยู่สองเส้นทางหลักที่คนจะต้องเลือกเดิน หากคุณคิดจะมาทำอาชีพ SEO เป็นงานประจำในแต่ละวัน และต้องการประสบความสำเร็จกับสิ่งที่คุณทำ นี้จากประสบการณ์ผู้เขียนที่ทำด้านนี้มากกว่าเจ็ดแปดปี จะพบว่าส่วนใหญ่แล้วในเอสอีโอมือใหม่ที่เข้ามาในวงการ จะใช้วิธีการทำหาลิ้งฟรีเป็นหลัก และเน้นแหล่งแบคลิงค์ที่ต่างประเทศมักจะแจกกันหรือที่คนส่วนใหญ่เข้าไปทำกัน

วิธีการทำลิ้งฟรี มันคือสายของนักทำ SEO ซึ่งวิธีการนี้ถือว่าเป็นวิธีการที่ทำได้แต่อาจจะไม่ค่อยได้ถูกหลักนัก เปรียบเสมือนว่าเราเห็นคนไปทำลิ้ง จาก WordPress.com เราก็เข้าไปทำลิ้งจาก WordPress.com เป็นหลักดัวย ในความเป็นจริง มันจะส่งผลดีบ้างและอาจจะแย่ในกรณีที่เราทำเยอะเกินไป เราจำเป็นที่จะต้องรู้จักการคัดกรองลิ้ฟรีหากเราคิดจะทำแหล่ง BL ฟรี อย่าไปทำเว็บที่มีการโดนสแปมเยอะ หรือแหล่งลิ้งที่ไร้คุณภาพ โดยเฉพาะพวกเว็บที่มีโครงสร้างของเว็บที่มีการโชว์ Error ให้เห็น จนทำให้แฮ็คเกอร์สามารถเข้าไปเจาะระบบโดยรูปแบบ SQL Injection ได้ ถ้าเจอแนวนี้ให้เลี่ยง Website ที่เราควรจะทำ Backlinks นั้น ในกรณีที่เราเป็นนักเอสอีโอสายใช้ของฟรี ก็คือควรเป็นแบคลิ้งค์จากเว็บคุณภาพของจริง หรือหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับหมวดหมู่เดียวกันกับเว็บของเราแล้วเอาไปแปะลิ้งค์แบบนี้เป็นต้น

PBN SEO

SEO สายลงทุน PBN เน้นผลระยะยาว

ส่วนอีกสายหนึ่งก็คือการทำ SEO ในรูปแบบของการลงทุน คือการลงทุนสร้างวงแหล่งแบคลิ้งค์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อเอาไว้ใช้ส่วนตัวคนเดียว รูปแบบนี้จะใช้ทุนเยอะตามจำนวนของแหล่งลิ้งที่เราสร้างขึ้น สมัยก่อน เราจะนิยมใช้ SEO Hosting ซึ่งไม่ได้อยู่ในระบบของ Cloud แต่ปัจจุบันมีนักเอสอีโอหลายคนได้ใช้คราวเซิร์ฟเวอร์มาเป็นแหล่งส่งลิ้งแทนแล้ว เพราะราคานั้นสูงกว่ากันอยู่เล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้รับมา

ความน่าเชื่อถือของระบบข่าวจึงทำให้เป็นคำตอบของนัก SEO สายลงทุนในยุคปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำเว็บพนันค่ายดัง 928 หรือกลุ่มเว็บที่ตลาดให้ผลตอบแแทนสูงทั้งหลาย ไม่ว่าเราจะเล่นสายไหน เราก็ควรจะต้องดูกำลังว่าเราเหมาะกับการทำรูปแบบไหนมากกว่า หากเรามีทุน เรามีความรู้ในระดับหนึ่ง ก็ควรจะตามในส่วนของสายลงทุน เพราะปลอดภัยและเราสามารถควบคุมมันได้ทั้งหมด หากว่าเราเพิ่งเริ่มต้นหรือทุนไม่มี ทุนน้อย มีเว็บไซต์เยอะมากถ้าสร้างฐานไว้ส่งลิ้งเองหมดคงไม่ไหว ก็ควรจะหาของฟรีแทนการลงทุน จะได้ไม่ต้องมาเสียเงินเยอะ เพียงแต่เราต้องเหนื่อยเยอะหน่อยกับการคัดกรองลิ้งฟรีทั้งหลายที่ตัวเว็บไซต์ที่คุณภาพแตกต่างกัน

“ทำสายไหน เลือกที่ตัวเราคิดว่าใช่…”

SEO 2017 PBN ยังใช้ได้อยู่ไหม ?

ในแต่ละปีจะมีการอัพเดทอัลกอริทึมของ Google อยู่ตลอดเวลา บางช่วงก็จะมีการส่งผลว่า บล็อกเน็ตเวิรคส่วนตัวอาจจะส่งผลเรื่องของอันดับได้ไม่ดีนัก แต่ในบางช่วงก็จะส่งผลดีอย่างมากหากได้รับแบคลิ้งค์จาก PBN หรือก็คือเน็ตเวิร์คส่วนตัวนั่นเอง ทีนี้ในปี 2017 แต่ละช่วงก็จะมีการเปลี่ยนแปลงของอันดับอยู่ตลอดเวลาทำให้นักทำ SEO บางคนเริ่มสงสัยว่าการใช้เน็ตเวิร์คส่วนตัวดันอันดับยังสามารถทำได้หรือไม่ แล้วคุ้มค่ามากแค่ไหนกับการลงทุนที่จะสร้างเน็ตเวิร์คเป็นหลาย 100 โดเมน เพราะการลงทุนสร้างบล็อกเครือข่ายส่วนตัวแต่ละครั้งอาจจะใช้เงินหลักแสนหรือหากสร้างหลาย 100 โดเมนก็อาจจะต้องเสียงเงินเกือบ 1,000,000 ต่อปีเลยก็ว่าได้ อยู่ที่คุณภาพของโดเมนที่เรานำมาสร้างเป็นบล็อกเน็ตเวิร์คนั่นเอง

ต้องบอกตามตรงว่าปัจจุบันการใช้เน็ตเวิร์คส่วนตัวยังคงดันอันดับได้อยู่เหมือนเดิม แถมอาจจะส่งผลดีซะด้วยซ้ำหากว่า PBN เหล่านั้นได้ใช้ Hosting จากกลุ่มที่เป็น Cloud Server จุดนี้เป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจโฮสติ้งทั่วโลกเมื่อระบบ Cloud Server ถูกนำมาใช้จนเป็นที่นิยมของนักทำเว็บไซต์ทั่วไป การที่เราสร้างบล็อกเน็ตเวิร์คอยู่บนการเช่า host เซิร์ฟเวอร์ที่เป็นระบบคลาวย่อมส่งผลดีมาก กว่าซึ่งผู้เขียนเองได้ลองทดสอบในการทำอันดับมาแล้ว

อย่าลืมเรื่อง Footprint พื้นฐานของ PBN

แต่ในทางกลับกันก็จำเป็นที่จะต้องสร้างบล็อกของเราให้ไม่ทิ้งรอยเท้าไม่ให้บอทของ Google สามารถตรวจสอบได้ว่ามีลิงค์เชื่อมโยงหากันไปยังเว็บไซต์เดียวกันเยอะเกินไป จนในที่สุดก็จะโดน Google DeIndex ได้ง่าย ที่สำคัญ การสร้างเนื้อหาของบล็อกให้อยู่ในรูปแบบเกี่ยวพันกับเนื้อหาเว็บไซต์ไปทางที่เราจะเชื่อมโยงไปย่อมส่งผลดีกว่าการสร้างบล็อกที่มีเนื้อหาทั่วไปไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเว็บไซต์ปลายทางของเรา จุดนี้ยังคงใช้ได้ดีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่สำคัญคือต้องไม่ทิ้ง Footprint ให้ Google สามารถติดตามได้

การสร้าง PBN ก็คือการสร้างเว็บไซต์ขนาดย่อม หากเนื้อหาของบล็อกเรามีประโยชน์ต่อผู้อ่านสร้างได้เหมือนกับมินิบล็อคขนาดเล็ก มีคนสนใจ มีการให้ความเห็นอยู่ต่อเนื่อง ก็เปรียบเสมือนว่าเว็บบล็อกของเราเว็บนั้นแทบจะไม่มีโอกาสจะโดน Google แบนได้เลย แต่หากว่าเป็นเนื้อหาที่ไร้ประโยชน์มีการสปินเปลี่ยนบทความมาใช้ การที่ Robots Google จะตรวจสอบก็คงไม่ยากเกินกำลัง และท้ายที่สุดเราก็จะเป็นคนขาดทุน ดังนั้นในปี 2017 การใช้ PBN ยังคงทำมันดับได้ดีเหมือนเดิม และเราต้องไม่ลืมเรื่องการไม่ทิ้งรอยเท้าให้โดนตรวจสอบได้ง่าย เพียงแค่นี้ การทำอันดับ SEO ก็ไม่ยากเกินกำลังอีกต่อไป

มาทำความรู้จักเรื่องของ Private Blog Network กันเถอะ

จากประสบการณ์ในการทำ SEO ส่วนตัว รู้สึกว่าเรื่องของ Private Blog Network จะมีความสำคัญอย่างมาก หากเราต้องการติดอันดับเว็บแบบรวดเร็ว ถ้าเรามีเครือข่ายเน็ตเวิร์คเป็นของตัวเอง มันจะมีส่วนช่วยให้งาน SEO ง่ายขึ้นไปอีกเกือบเท่าตัวเลย เรื่องนี้ในหนังสือ SEO ที่วางขายตามร้านหนังสือชื่อดังในบ้านเรา เท่าที่ไปเปิดอ่านมาแต่ละเล่ม ยังไม่เคยมีใครเขียนเอาไว้สักเล่ม ถึงแม้ว่าผู้เขียนหลายคนจะมีประสบการณ์ SEO มาหลายปีก็ตาม เหตุผลมันอาจจะเป็นเพราะวิธีการสร้างเครือข่ายบล็อกของตนเอง มันเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการ Search Engine แต่ถ้าเราลองได้ทำมันขึ้นมาแล้วทดสอบผลลัพธ์ จะรู้ว่ามันถือเป็นปัจจัยสำคัญไม่น้อยเลยที่จะช่วยให้งาน SEO ของเราประสบความสำเร็จเหนือคู่แข่ง

Private Blog Network คืออะไร ?

Private Blog Network หรือในวงการ SEO จะเรียกย่อๆว่า “PBN” มันเป็นการสร้างเว็บไซต์ย่อยๆของตนเองขึ้นมาจำนวนหนึ่ง แล้วให้แต่ละเว็บไซต์ของตนเองมีการทำสะพานบอทเชื่อมโยงลิงค์ไปยังเว็บทำเงินของเรา แล้วทำไมถึงต้องทำอะไรแบบนี้ล่ะ.. ใครที่สงสัยว่าทำไมต้องมานั่งทำเรื่องพวกนี้ด้วย ลองมาคิดในมุมมองของผู้ให้บริการ Search Engine กัน เว็บไซต์ไหนที่ได้รับการเชื่อมโยงลิงค์มาจากเว็บขนาดใหญ่ มาจากเว็บคุณภาพสูง หรือมาจากเว็บที่มีเรื่องราวเนื้อหาใกล้เคียงกัน Search Engine จะให้คะแนน SEO เว็บเหล่านี้สูงขึ้นอย่างมาก เหตุผลเพราะว่า เว็บใหญ่ที่มีคุณภาพย่อมมีความน่าเชื่อถือสูงสำหรับผู้ใช้งาน เมื่อเว็บไซต์ใหญ่เลือกที่จะให้เครดิตเว็บเล็กๆใดก็ตาม (หมายการทำลิงค์โยงมายังเว็บไซต์เล็กๆ) เว็บเล็กเหล่านั้นก็จะถูกเพิ่มความน่าเชื่อถือตามไปด้วย ดังนั้นเรื่องของคะแนน SEO ก็ย่อมส่งผลดีในเชิงบวก สมมุติวันนี้เว็บขายสบู่พรทิน่าของเรา มีลิงค์ย้อนกลับจากหน้าแรกของเว็บไซต์ sanook.com หรือมาจากหน้าหมวดหมู่ความงามของเว็บไซต์ kapook.com ซึ่งเป็นหมวดหมู่ใกล้เคียงกับเนื้อหาเว็บของเรา เราก็คงคิดว่าสงสัยเว็บเราจะเป็นที่ถูกใจในสายตาของเว็บใหญ่ซะแล้ว ความคิดนี้ก็ไม่ต่างกันกับ Search Engine

การจะสร้าง Private Blog Network เป็นของตัวเอง เราต้องคำนวนค่าใช้จ่ายให้ดี เพราะยิ่งต้องการคุณภาพสูงเท่าไหร่ เงินทุนที่ต้องใช้ในส่วนนี้ก็จะสูงตามเป็นเงาตามตัว อย่าลืมว่าการจะประมูลโดเมนคุณภาพสูงสักโดเมนหนึ่ง ราคาคงไม่ได้ซื้อมาได้ในหลักร้อยแน่นอน ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการ SEO เขาจะประมูลโดเมนคุณภาพกลางๆ ไม่ใช่โดเมนขนาดโครตคุณภาพ ราคาที่จะประมูลซื้อมาสร้างเน็ตเวิร์คของตนเองก็เริ่มอยู่ตั้งแต่ไม่กี่พันจนไปถึงหลักหมื่นต้นๆเท่านั้น อันนี้คือต่อ 1 โดเมนที่ประมูล สมมุติเราจะสร้าง Private Blog Network สัก 10 โดเมน จำนวนเงินก็ต้องเอาไปคูณ 10 เบ็ดเสร็จก็ล่อไปหลายหมื่นแล้ว ไหนยังจะต้องเช่า Hosting ให้แต่ละโดเมนอีก โฮสติ้งที่ใช้แต่ละโดเมนจะต้อง IP ไม่ซ้ำกัน หรือดีที่สุดคือ 1 เว็บต่อ 1 ผู้ให้บริการโฮสติ้งไปเลย หากเราประมูลโดเมนคุณภาพสูง แล้วเอามาใช้ในโฮสติ้งเดียวกันหมด มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเรื่องของ SEO สักเท่าไหร่เลย เพราะแต่ละโดเมนมีแหล่งที่มาในตำแหน่งพื้นที่เดียวกัน

ความเสี่ยงในการทำ PBN

หลักการทำ PBN คือเราต้องการให้ทาง Search Engine มองว่าเว็บไซต์ทำเงินของเราได้รับลิงค์จากโดเมนคุณภาพ แต่โดเมนคุณภาพเหล่านี้เราเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง หากทาง Search Engine ตรวจสอบได้ว่าโดเมนคุณภาพเหล่านี้ที่ลิงค์มายังเว็บไซต์ทำเงินเดียวกันทั้งหมด มีเจ้าของแต่ละโดเมนคุณภาพเป็นคนเดียวกัน และหากตรวจสอบว่าเนื้อหาเว็บไซต์ไม่ได้คงความคุณภาพเหมือนที่มันเคยเป็นมาในอดีต Search Engine จะไม่รอช้า มันจะจัดการแบนเว็บไซต์เราในที่สุด เพราะวิธีการนี้เป็นเหมือนการโกงอันดับ สิ่งที่ผู้ให้บริการเว็บค้นหาต้องการไม่ใช่ให้เราเอาเงินไปซื้อโดเมนมาทำลิงค์เอง แต่เป็นการที่เว็บไซต์ใหญ่ๆเลือกที่จะให้ความสำคัญในเว็บไซต์ทำเงินของเราเองโดยธรรมชาติ ความเสี่ยงในการทำ PBN จึงมีอยู่พอสมควรหากไม่เคยทำและทิ้งร่องรอยให้ทาง Search Engine สามารถดูออกว่ามาจากเจ้าของคนเดียวกัน เราจึงควรจะใช้โฮสติ้งที่ต่างกัน ให้มันอยู่กันคนละที่ หรืออยู่ที่เดียวกันแต่คนละเครื่อง ( ภาษาในวงการ Network จะเรียกว่า Class IP ต่างกัน ) เมื่อแต่ละเว็บถูกแยกไปคนละพื้นที่แล้ว ต่อมาคือเรื่องของชื่อผู้จดโดเมน ถ้าผู้จดโดเมนมาจากคนเดียวกันทั้งหมดก็จบข่าวเลย เราควรใช้ชื่อผู้จดโดเมนที่หลากหลาย หรืออีกวิธีคือการปกปิดชื่อเจ้าของโดเมน ในทุกผู้ให้บริการ Registrar Domain เขามักจะมีส่วนเสริมเกี่ยวกับการปกปิดชื่อเจ้าของโดเมนให้เราเลือกเพิ่มเติมได้ อาจจะใช้วิธีนี้ก็ได้เหมือนกัน แต่ก็ไม่เนียนเท่าใช้ชื่อเจ้าของโดเมนที่ต่างกัน

ถ้าลงทุนเยอะและยุ่งยากขนาดนี้ มันจะคุ้มหรอ…

ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเป็นเงาตามตัว จากที่กล่าวไปตอนแรกแล้วว่าต้องคำนวนให้ดีก่อนเริ่มประมูลโดเมนหรือเริ่มทำ PBN หากเราทำคีย์เล็กๆก็ไม่จำเป็นต้องประมูลโดเมนแพงเกินตัว ทำน้อยๆพอประมาณ แล้วค่อยๆทบเพิ่มในช่วงมีเว็บไซต์เริ่มมีอันดับ แต่หากเราทำคีย์แข่งขันสูงอย่าง W88 อาจจะต้องใช้เงินทุนเยอะสักหน่อย จุดคุ้มทุนและได้กำไรยาวๆคงจะต้องติดอันดับหน้าแรกหรือ Top 5 เป็นต้น สำหรับเซียน SEO ทั้งหลายเขาจะมีการคำนวนเงินทุนในการสร้างเน็ตเวิร์คแต่ละครั้งเป็นอย่างดี ส่วนมือใหม่แนะนำทยอยซื้อทีละโดเมนดีกว่า จะได้ไม่เจ็บตัวเยอะ ในเมื่อการจะหวังลมๆแล้งๆว่าสักวันหนึ่ง เว็บใหญ่จะทำลิงค์เชื่อมโยงมาให้เว็บเรามันเป็นเรื่องยาก การลงมือสร้างเว็บคุณภาพด้วยตัวเองเพิ่ม แล้วทำลิงค์โยงมาเองแทนอย่าง Private Blog Network มันอาจที่ทางเลือกที่ดีกว่า