Tagการตลาดออนไลน์

แจก 5 กลยุทธ์ในการทำ SEO เพื่อให้ธุรกิจเกิดภาพจำในใจผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันคือยุคของโลกออนไลน์ที่ผู้คนทุกมุมโลกมีปฏิสัมพันธ์กับบน Social Network ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเชื่อมโลกธุรกิจเข้ากับโลกออนไลน์ เครื่องมือหนึ่งที่ธุรกิจจะขาดไม่ได้ในการเข้าถึงผู้บริโภคคือการทำให้หน้าเว็บไซต์ของธุรกิจติดอันดับต้น ๆ ของการค้นหาใน Google และ Search Engine ต่าง ๆ หรือที่เรียกว่า SEO เพราะ Google ถือเป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน

วันนี้เราจะมาแจก 5 กลยุทธ์ในการทำ SEO เพื่อให้ธุรกิจเกิดภาพจำในใจของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วกัน

1.ทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักเว็บไซต์ของธุรกิจ ความหมายคือ ผู้คนมักเลือกใช้คำค้นหาเกี่ยวกับสิ่งที่สนใจหรือสิ่งที่ต้องการใน Google ดังนั้นการที่จะทำให้เว็บไซต์ของธุรกิจแสดงผลลัพธ์ของการค้นหาออกมา ข้อมูลหรือเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์ควรจะมีคีย์เวิร์ดที่ผู้คนนิยมใช้ในการค้นหากัน เช่น หากทำธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหารอิตาลีในย่านสุขุมวิท หน้าเว็บไซต์ของเราต้องมีคำศัพท์เกี่ยวกับอาหารอิตาลี หรือมีคำศัพท์ที่ผู้กินอาหารอิตาลีนิยมใช้ค้นหา และยังต้องมีการบอกถึงที่ตั้งใน Google Business และ Google Maps ด้วย

2.ออกแบบเว็บไซต์ให้น่าสนใจและสร้างเนื้อหาที่ดึงดูดใจ การสร้างเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจด้วยรูปภาพหรือภาพกราฟิกที่สั้น เข้าใจง่าย ก็เป็นส่วนสำคัญของการทำ SEO ด้วยเช่นกัน เนื่องจากหาก Google ตรวจสอบและประเมินว่าเว็บไซต์ของเราแสดงผลลัพธ์ของการค้นหาได้บ่อย รวมถึงมีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภค Google จะสามารถผลักดันให้เว็บไซต์ของธุรกิจติดอันดับของการค้นหาในลำดับต้น ๆ ได้

3.สร้าง Content ดี ๆ บนหน้าเว็บไซต์ ข้อนี้ก็มีส่วนช่วยให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักได้ไม่มากก็น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการของธุรกิจที่เป็นประโยชน์ ตอบโจทย์ความต้องการหรือ สามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภคได้ โดยอาจสร้างบทความให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่เจาะจงกับผู้บริโภคบางกลุ่ม หรืออาจเผยแพร่เกี่ยวกับบทความดี ๆ ในด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไปได้ เพราะอย่างน้อยหาก Content ของเราเป็นที่ถูกใจ ย่อมได้รับการแชร์หรือส่งต่อข้อมูลต่อไปด้วย

4.การทำ SEM ควบคู่กับ SEO ก็สำคัญไม่น้อยกว่ากัน เนื่องจาก SEO คือการปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความต้องการของ Search Engine ซึ่งต่างกับการซื้อโฆษณาบนหน้า Google ที่ผู้บริโภคสามารถค้นหาเจอเว็บไซต์ของเราได้โดยตรงในพื้นที่โฆษณา ซึ่งจะทำให้ธุรกิจเข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วกว่า แต่ก็มีค่าโฆษณาแบบต่อคลิกเป็นต้นทุนด้วย

5.Comment ใครคิดว่าไม่สำคัญ เนื่องจากคนบนโลกออนไลน์ชอบแชท ชอบแชร์และรีวิวกันอยู่แล้ว หากเราสร้างหน้า Content ของเราให้มีช่อง Comment ด้วย ก็เหมือนเป็นเครื่องมือที่ให้ผู้บริโภคได้มีการสื่อสารและส่งต่อข้อมูลหากัน ถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์แบรนด์ของธุรกิจไปในตัว

การแข่งขันกันบนโลกออนไลน์นั้นสูงมาก อีกทั้งมีการกระจายข้อมูลข่าวสารกันอย่างรวดเร็ว ดังนั้นธุรกิจจึงต้องเดินหน้าให้เร็วตามด้วยเช่นกัน การทำ SEO เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด แต่จะสามารถเห็นผลได้เร็วหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยอีกหลายอย่าง เช่น คุณภาพของหน้าเว็บเพจ คู่แข่ง ความเร็วการโหลดข้อมูล ฯลฯ ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับเป็นสำคัญ หากปรับแต่งปัจจัยต่าง ๆ ได้ถูกต้อง ก็จะสามารถติดอันดับที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนติด Top10 หน้าแรกได้ในที่สุด

แนวทางการใส่คีย์เวิร์ดทำ SEO อย่างไรให้เว็บไซต์ติดอันดับที่ดี

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization หมายถึงวิธีการทำให้เว็บไซต์ปรากฏในหน้าแรกของผลการค้นหาสินค้า บริการ บทความ ข้อมูล หรือเว็บไซต์ที่สนใจใน Google การเลือกคีย์เวิร์ดที่ทันสมัยและเหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบันจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการทำ SEO ตลอดจนการกระจายคำหลักและคำรองที่เกี่ยวข้องใส่ในชื่อเรื่องและเนื้อหาบทความอย่างลงตัว ช่วยให้ Google ประมวลผลการค้นหาและจัดอันดับเว็บไซต์ให้ติดอันดับแรก ๆ ได้ง่ายขึ้น มาดูกันว่าแนวทางการใส่คีย์เวิร์ดลงในคอนเทนต์ควรเป็นอย่างไร

1.ก่อนอื่นต้องพิจารณาเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม คำหลักที่มีความหมายกว้าง ๆ หรือ Broad Keyword สามารถเข้าถึงผู้ใช้ในวงกว้างก็จริง แต่การค้นหาจะมีการแข่งขันสูงมาก เว็บไซต์เล็ก ๆ จึงยากจะเอาชนะคู่แข่งที่เป็นเว็บไซต์ใหญ่ ถ้าเลือกคีย์เวิร์ดที่มีความหมายเฉพาะเจาะจง หรือ Long Tail Keyword จะตอบโจทย์ได้ตรงจุดกว่า โดยเลือกคำหลายคำมารวมกันเพื่อสื่อสิ่งที่ต้องการอย่างชัดเจน เช่น ค้นหาสมาร์ทโฟน ยี่ห้อไหน คุณสมบัติอย่างไร มือหนึ่งหรือมือสอง ทำให้ค้นหาง่ายมากขึ้น สร้างความพอใจให้กับผู้ใช้และยังเป็นการกรองกลุ่มผู้อ่านที่เป็นลูกค้าเป้าหมายไปในตัว ยกตัวอย่างเช่น “iphone โฟน 11 มือ สอง 64gb ราคา”

2.การใส่คีย์เวิร์ดเป็นแบบธรรมชาติ กระจายให้ทั่วบทความประมาณ 3-5 ครั้ง เลือกคำหลักและคำรองที่หลากหลายและเกี่ยวข้องกัน ทำให้บทความมีคุณภาพ เรียบเรียงอย่างดีอ่านเข้าใจง่าย ทุกวันนี้การประมวลผลการค้นหาและจัดอันดับมีการอัปเดตใหม่ การเน้นโปรยคีย์เวิร์ดซ้ำ ๆ กันในบทความไม่ช่วยให้ติดอันดับต้น ๆ ใน Google อีกต่อไปแล้ว ยิ่งใส่มากเกินไปจะทำให้บทความไม่น่าอ่าน ดูไม่เป็นธรรมชาติและไม่น่าเชื่อถือ เนื้อหาบทความมีประโยชน์และใส่คีย์เวิร์ดเหมาะสมนั้นจะทำให้ผู้อ่านชื่นชอบและมีการเข้าชมมากขึ้นและมีส่วนสนับสนุนให้เว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ ได้

3.คีย์เวิร์ดที่เลือกใส่ใสเนื้อหาบทความควรมีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนตัวเลือกใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา เนื่องจากคีย์เวิร์ดบางคำอาจตกยุคไปแล้ว แต่เนื้อหาเป็นข้อมูลจริง จึงไม่ต้องเปลืองแรงเขียนบทความคุณภาพออกมาใหม่ ปรับคีย์เวิร์ดให้ทันสมัยอย่างเดียวก็ใช้ได้และช่วยประหยัดเวลาได้มาก การอัปเดตบทความเดิมด้วยคีย์เวิร์ดใหม่ ๆ ไม่เพียงช่วยปรับเนื้อหาให้เข้ากับสถานการณ์และยุคสมัยเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการโฆษณาให้ตรงกับเป้าหมายทางการตลาดยิ่งขึ้น

การเฟ้นหาคีย์เวิร์ดใหม่ที่หลากหลายมากขึ้นเป็นความคิดที่ดี เลือกคำให้เหมาะสมกับสินค้าหรือบริการของเว็บไซต์ รวมทั้งตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ หากผู้ใช้ค้นพบสิ่งที่สนใจได้ง่าย ก็ย่อมคลิกเข้าเว็บไซต์บ่อยและเป็นตัวช่วยปรับปรุง SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับดีขึ้นด้วย ทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้มากขึ้น ส่งผลให้สินค้าและบริการขายดีขึ้น คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมมีความสัมพันธ์กับเนื้อหาบทความที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้ เพราะการทำ SEO คือการประสัมพันธ์ให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จัก และจำเป็นต้องมีการสื่อสารที่ดีจึงจะตอบโจทย์การขายได้มากขึ้น

ประโยชน์ของการทำ SEO สำคัญต่อธุรกิจขนาดเล็กอย่างไร

การทำ SEO เป็นเรื่องพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับธุรกิจที่ต้องการให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ การโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียส่งผลดีต่อการค้นหา ทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์มากขึ้น ไม่เพียงเข้าถึงลูกค้าง่ายแต่ยังเพิ่มความน่าเชื่อถือในตัวสินค้า ส่งผลให้ยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หากไม่แน่ใจว่าธุรกิจขนาดเล็กควรลงทุนในการเพิ่มประสิทธิภาพกับเครื่องมือค้นหา (SEO) หรือไม่ ลองพิจารณาประโยชน์ของกลยุทธ์การตลาดในยุคดิจิทัลว่าสำคัญต่อธุรกิจขนาดเล็กอย่างไร มีดังต่อไปนี้

1.เว็บไซต์ใช้งานง่าย การทำ SEO ช่วยให้เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กสร้างเว็บไซต์ง่ายและเร็วขึ้น มีโครงสร้างที่ดีใช้งานง่าย ทำให้เข้าถึงสิ่งที่ต้องการได้รวดเร็วและราบรื่น ผู้ใช้บริการพอใจเข้าใช้เว็บนานและบ่อยขึ้น มีบทความน่าอ่านและตอบคำถามรวดเร็ว ถูกต้อง และถูกใจลูกค้าที่ค้นพบสิ่งที่ต้องการในที่สุด ดังนั้น นิยามของการทำ SEO สมัยนี้จึงไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือค้นหาเท่านั้น แต่ยังให้ประสบการณ์ที่ประทับใจแก่ผู้ใช้งานด้วย

2.เว็บไซต์ที่โดดเด่นกว่าคู่แข่ง จะดึงดูดผู้เข้าชมและเพิ่มฐานลูกค้ามากขึ้น SEO เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพและราคาถูกที่สุดในปัจจุบัน ช่วยลดต้นทุนการโฆษณา หากธุรกิจออกแบบเว็บไซต์ที่มีการทำ SEO จะดึงดูดลูกค้าเป้าหมายโดยตรง ทำให้มีลูกค้ามากขึ้นและเติบโตเร็วกว่าธุรกิจที่ไม่มีเว็บไซต์ถึงสองเท่า มีโอกาสขยายธุรกิจมากกว่ากลยุทธ์ทางการตลาดอื่น ๆ ที่เคยมีมา

3.ลดต้นทุนการโฆษณา การทำ SEO ยังให้ประโยชน์กับธุรกิจด้วยการวางแผนโฆษณาเข้าถึงสมาชิกทุกกลุ่มเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น บริษัทรับตัดหญ้าและจัดแต่งสวนมีลูกค้า 2 เป้าหมายคือเจ้าของบ้านและเจ้าของธุรกิจ บริการมีรายละเอียดแตกต่างกัน ด้วยการทำ SEO จะกำหนดคำหลักในการเข้าถึงผู้ชมแต่ละกลุ่มได้ เช่น “บริการจัดสวนที่อยู่อาศัย” และ “บริการจัดสวนเชิงพาณิชย์” เป็นต้น

4.เว็บไซต์ที่ปรับแต่ง SEO จะโหลดเร็วขึ้น ใช้งานง่ายและรองรับการใช้บนอุปกรณ์มือถือและแท็บเลต จึงดึงดูดความสนใจจากคนรุ่นใหม่ที่ไม่ทนรอเว็บโหลดช้าและมักจะกดออกอย่างรวดเร็ว ถ้าเว็บไซต์ตอบโจทย์ได้ง่ายและเร็ว ย่อมผูกใจผู้ใช้งานให้เข้ามาเป็นลูกค้าประจำและกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์บ่อยขึ้น

5.แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อเว็บไซต์ได้รับการจัดอันดับสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อปรากฏอยู่ในหน้าแรกของเครื่องมือค้นหาหลัก เช่น Google, Yahoo และ Bing นั่นคือเหตุผลที่ธุรกิจขนาดเล็กต้องการให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและสร้างความไว้วางใจในบริษัท ทำให้ลูกค้าเป้าหมายเชื่อมั่นในบริการของเว็บไซต์มากขึ้น ยิ่งกว่านั้นการทำ SEO ยังแสดงให้เห็นว่าธุรกิจเป็นมากกว่าผู้ผลิตสินค้าหรือผู้ให้บริการ แต่ยังเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญซึ่งจะเพิ่มมูลค่าให้กับเว็บไซต์ด้วย

6.เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน เว็บไซต์ที่มีการทำ SEO จะดึงดูดลูกค้าเข้ามาสู่เว็บไซต์ได้มากขึ้น เพราะลูกค้าพอใจบริการมากกว่าเว็บอื่น ๆ ที่ทำธุรกิจเดียวกันและขายผลิตภัณฑ์คล้ายกันในราคาที่ใกล้เคียงกัน

7.เพิ่มโอกาสกระตุ้นยอดขาย และขยายส่วนแบ่งการตลาดให้กับธุรกิจมากขึ้น เพราะ SEO จะผลักดันให้เว็บไซต์สู่สายตาของผู้ท่องอินเทอร์เน็ตมากขึ้นตามแต่คำค้นแต่ละคำ ซึ่งผู้ที่ค้นพบเว็บไซต์นั้นต้องการหาข้อมูลสินค้าอยู่แล้วและอาจเปลี่ยนกลายเป็นลูกค้าได้ในที่สุด เว็บไซต์ที่ติดอันดับหน้าแรก จึงมีโอกาสเพิ่มยอดขายได้แน่นอน

การทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของธุรกิจอยู่ในอันดับดีจะมีโอกาสต้อนรับผู้เยี่ยมชมจำนวนมาก จะเห็นได้ว่าคู่แข่งหลายรายล้วนทำการตลาด SEO ดังนั้น หากคุณยังไม่ได้ลงมือทำ SEO ก็เป็นโอกาสดีที่จะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการจ้างทำ SEO

การทำ SEO ถือว่าเป็นเทคนิคการตลาดออนไลน์ที่สำคัญในยุคปัจจุบัน เพราะทุกธุรกิจต่างได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิคระบาด เมื่อต้องปฏิบัติตามหลักการรักษาระยะห่างทางสังคม (social distance) ทำให้ผู้คนไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอยอย่างเคย อัตราการแข่งขันจึงสูงขึ้นในโลกออนไลน์ และทำให้มีบริษัทรับจ้างทำ SEO จัดตั้งขึ้นมากมาย ทั้งนี้ ก่อนจ้างงานบริษัทรับทำ SEO คุณควรรู้สิ่งต่อไปนี้

1.จ้างทำ SEO ประหยัดเวลาได้มากกว่าทำเอง
การจ้างบริษัทรับทำ SEO มีประโยชน์ที่ชัดเจน คือ ทำให้เจ้าของธุรกิจออนไลน์ให้ความสำคัญกับเรื่องอื่น ๆ เช่น การพัฒนาสินค้า การเจราจากับคู่ค้าใหม่ ๆ การศึกษาวิจัยความต้องการเทรนด์ของท้องตลาด ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน การจ้างบริษัททำ SEO จึงเป็นทางออกที่ดีที่ช่วยประหยัดเวลาไปทำในเรื่องอื่นได้

2.SEO ต้องทำแบบสายขาว
การจ้างทำ SEO ต้องเลือกบริษัทหรือฟรีแลนซ์ที่ทำแบบ SEO สายขาว คือ ทำตามหลักเกณฑ์ของ Google เช่น

  • ผลิตบทความที่ไม่มีการลอกเลียนมาจากที่ไหน เพราะระบบ Google จะเช็คความซ้ำซ้อนได้
  • ไม่ใช้รูปภาพที่ละเมิดสิทธิ์ของผู้ถ่ายภาพจากเว็บไซต์ต่าง ๆ
  • ไม่ปั่น keyword คือใส่ keyword หลักและรองจำนวนมากเกินไป

การทำ SEO สายขาว จะทำให้ผู้เข้ามาในเว็บไซต์ได้รับสาระความรู้ที่มีประโยชน์ และช่วยให้อันดับการนำเสนอของเว็บไซต์ดีขึ้นจากการคำนวณผู้เข้าชมของระบบ Google

3.ยิ่งมีคุณภาพ ยิ่งกล้ารับประกัน
หากคุณเลือกบริษัทรับทำ SEO ที่เคยทำงานให้ลูกค้าทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนมายาวนานกว่า 5 ปี โอกาสที่จะได้ผลงานที่ดีคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายก็มากขึ้น และบริษัทที่มีศักยภาพในการทำงานสูง จะมั่นใจจนกล้ารับประกันผลงานว่าสามารถทำงานได้ตามเป้าหมายแน่นอน เช่น สามารถผลักดันให้อันดับเว็บไซต์ของลูกค้าได้เป็นอันดับ 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 5 หรือ 1 ใน 10 ตามแพ็กเกจที่เลือก หากทำไม่ได้จะการันตีการคืนเงิน 100%

4.จ้างในราคาสมเหตุผล
การทำ SEO โดยผู้เชี่ยวชาญจะมีการคิดค่าบริการที่เหมาะสมเสมอ เช่น ต้องการติด 1 ใน 3 ของคีย์เวิร์ดหนึ่ง ๆ และยังคงผลเช่นนี้ต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 90 วัน มักคิดค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 30,000 ถึง 50,000 บาท หากให้ติด 1 ใน 5 มักจะอยู่ที่ 10,000-20,000 บาท และ 1 ใน 10 มักจะอยู่ในช่วงค่าใช้จ่าย 3,000-5,000 บาท หากมีรายใดรับจ้างที่ค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่านี้ อาจทำ SEO ที่ไม่ถูกต้องตามหลักการหรือคุณอาจถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพได้

หากเลือกบริษัททำ SEO ที่มีฝีมือ จะส่งผลให้ยอดขายสินค้าสูงขึ้นและทำให้แบรนด์ติดตลาดเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็วคุ้มค่าใช้จ่าย แต่หากเลือกผิดบริษัท นอกจากจะไม่ได้ผลงานตามที่ต้องการแล้ว ยังทำให้เสียโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจไปให้คู่แข่งรายอื่น จึงต้องพิจารณาในประเด็นต่าง ๆ ที่เราแนะนำไปอย่างรอบคอบ

SEO ทำกับ YouTube ได้อย่างไรบ้าง

ช่อง YouTube เป็นสื่อโซเชียลที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนที่ต้องการสร้างรายได้จากความสามารถพิเศษที่หลากหลาย และวิธีการตลาดออนไลน์แบบ SEO ก็ทำให้เพจและเว็บไซต์จำนวนมากมีอัตราการเติบโตสูงในด้านยอดผู้ติดตาม

เรามาดูกันว่า จะใช้หลักการ SEO กับ YouTube ด้วยวิธีใดได้บ้าง

  1. ทำความยาวของคลิปให้เหมาะสม

YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ในการนำเสนอคลิปภาพเคลื่อนไหว จากสถิติพบว่าผู้คนจะมีสมาธิในการชมคลิปวิดีโอได้ต่อเนื่องนาน 10 ถึง 15 นาที จึงเป็นเกณฑ์โดยเฉลี่ยที่ยูทูปเบอร์นิยมทำกัน ถ้าคลิปยาวเกินไป ก็จะรู้สึกเบื่อได้ง่าย ยกเว้นในบางกรณี เช่น การแคสเกมส์ หรือการไลฟ์สด สตรีมมิ่งเกี่ยวกับหุ้นหรือถามตอบเรื่องปัญหาชีวิต ที่คนนิยมดูต่อเนื่องนาน 30-45 นาที

  1. สร้างความประทับใจในช่วงต้นให้มากที่สุด

ต้นคลิป YouTube ควรดึงดูดใจผู้ชมได้สูง เพราะส่งผลต่อการตัดสินใจชมต่อหรือเปลี่ยนช่อง โดยเฉพาะ 15 วินาทีแรก การเลือกภาพปก ขนาดและสีสันตัวอักษร การเลือกเพลงที่เร้าใจ หรือแม้แต่การใช้คำทักทายผู้ชม ก็ต้องมีความพิถีพิถัน หากสามารถทำให้ผู้ชมติดตามได้ตลอดจนจบ ก็เท่ากับมีคะแนนด้าน SEO ที่ดีขึ้นและจะมียอดผู้ติดตามและแชร์ต่อไวมากขึ้น

  1. การนำเสนอประเด็นของคลิป

ยูทูปเบอร์มืออาชีพจะนำเสนอประเด็นของคลิปนั้น ๆ ไว้ตั้งแต่ช่วงต้น เพื่อให้คนดูจับประเด็นได้ง่ายขึ้นว่า หากติดตามดูจนจบ จะได้รับรู้ข่าวสารหรือได้ประโยชน์สาระในเรื่องใดบ้าง ทั้งนี้ การใส่กราฟิกประกอบที่เข้าใจง่ายแทรกเป็นช่วง ๆ ก็จะทำให้ผู้ชมรู้สึกเพลิดเพลินไม่เบื่อ และจดจำช่องยูทูปได้มากขึ้น ทำให้มักกลับเข้ามาชมบ่อย ๆ

  1. การชักชวนให้ติดตามแบบพอดี ๆ

การเชิญชวนให้กด like หรือกด Subscribe ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO แนะนำว่าควรทำในช่วงท้ายคลิปเพียงครั้งเดียว เพื่อไม่ให้เบี่ยงเบนความสนใจจากสาระที่ต้องการนำเสนอ และเป็นการสร้างความรำคาญให้กับผู้ชม

  1. การพูด keyword

ระบบ AI ของ YouTube สามารถแยกเสียงในคลิปได้ว่า คุณพูดคำว่าอะไรบ้าง ดังนั้น ควรพูดคำที่ตรงกับคีย์เวิร์ดในการสืบค้นของผู้คน ให้กระจายอยู่หลาย ๆ ครั้งตลอดคลิป โดยเฉพาะคำภาษาอังกฤษ จะมีผลในทางที่ดีต่ออันดับการสืบค้นในระบบ YouTube มากขึ้น

  1. การตั้งชื่อคลิป

ควรใส่ keyword ที่สอดคล้องกับเนื้อหา และตรงกับการสืบค้นในกระแสนิยมช่วงนั้น เช่น ชื่อหนัง ชื่อดารานำแสดง ชื่อเพลงประกอบซีรีส์ คำฮิตจากละคร เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า การทำตามหลัก SEO มีประโยชน์ในการช่วยผลักดันให้ช่อง YouTube เติบโตได้ไว และทำให้คุณมีกำลังใจในการนำเสนอผลงานดี ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ ด้วย หวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางให้ทุกท่านนำหลักวิธี SEO ไปปรับใช้กับการพัฒนาช่อง YouTube ของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

วิธีเลือกบริษัทรับทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพ

การทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ หรือ Facebook เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อเสริมโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และทำให้มียอดขายตามมาอีกมาก ซึ่งสัมพันธ์กับการทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ ซึ่งการทำ SEO สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง หรืออาจจ้างบริษัทเอกชนที่มีประสบการณ์ในการทำก็ได้

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมวิธีพื้นฐานในการเลือกบริษัทรับทำ SEO ที่มีคุณภาพมาฝากกัน เพื่อให้ท่านที่สนใจนำไปพิจารณาเลือกจ้างบริษัทที่เหมาะสม ดังนี้

มีความน่าเชื่อถือ

บริษัทที่มีคุณภาพจะมีการจดทะเบียนธุรกิจเป็นนิติบุคคล ทำให้สามารถติดต่อผู้รับผิดชอบได้ตลอดเวลา ซึ่งหากมีขนาดใหญ่ ก็มักมีการแยกแผนกหรือฝ่ายที่ชัดเจน เช่น ฝ่ายเทคนิค ฝ่ายขาย ฝ่ายดูแลลูกค้า ฯลฯ มีอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ง่าย ความน่าเชื่อถือของบริษัทจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่คุณต้องใส่ใจหากไม่ต้องการเสี่ยงกับกลุ่มมิจฉาชีพหรือบริษัทมือสมัครเล่น

ประสบการณ์ในการบริการลูกค้า

หากพิจารณาจากประวัติลูกค้าเก่าของบริษัทรับทำ SEO จะทำให้รู้ได้ว่าบริษัทนั้นมีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้าน SEO ที่หลากหลายเพียงใด โดยเฉพาะหากเป็นลูกค้าที่ทำธุรกิจประเภทเดียวกันกับคุณ ก็มั่นใจได้ว่าบริษัทมีความสามารถด้านเทคนิคในการทำ SEO อย่างดี คุณจึงมั่นใจได้ว่าโอกาสประสบความสำเร็จในการจ้างทำ SEO ค่อนข้างสูงและใช้เวลาในการทำที่สั้นกว่าจ้างมือสมัครเล่น

มีความโปร่งใส

สิ่งที่คุณต้องคุยกันก่อนทำสัญญากับบริษัททำ SEO คือการรายงานผลการทำแบบรายเดือน มีการให้คำอธิบายหรือให้ความรู้พื้นฐานแก่เจ้าของเว็บไซต์ในการดูค่าตัวเลขทางเทคนิคต่าง ๆ เพื่อการตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสตลอดเวลา

การันตีผลที่เป็นไปได้จริง

หากบริษัทมีความประสิทธิภาพสูงมักจะมีการการันตีผลว่าสามารถรักษาลำดับในการถูกสืบค้นด้วยระบบ SEO ของคีย์เวิร์ดหนึ่ง ๆ ได้ในอันดับ Top 3-10 ตลอดเวลาของการจ้างทำ SEO แต่จะไม่การันตีที่อันดับหนึ่งตลอดเวลาเพราะเป็นการแสดงผลจากระบบอัลกอริทึมของ Google และ Facebook

อัตราค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

ระดับการคิดค่าใช้จ่ายของการทำ SEO นั้น มักเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ที่การันตีด้วย เช่น หากเลือกแพ็กเกจที่ทางบริษัทการันตีผลลัพธ์ขั้นสูงเป็น Top 3 ของการสืบค้นด้วยคีย์เวิร์ดหนึ่ง ๆ อาจจะมีค่าใช้จ่าย 2-3 หมื่นบาท แต่หากเป็นอันดับท็อปเท็น top10 ก็จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท เป็นต้น หากบริษัทใดมีการคิดอัตราค่าบริการที่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยทั่วไปอาจจะทำให้คุณต้องพบกับความเสี่ยงถูกทิ้งงานหรือเจอกับบริษัทที่เป็นมือใหม่ได้

จะเห็นได้ว่า การจ้างบริษัททำ SEO นั้นต้องพิจารณาองค์ประกอบอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ คุณควรศึกษาผลความพึงพอใจจากลูกค้าเก่า ๆ ของบริษัทรับทำ SEO ในสื่อโซเชียลต่าง ๆ ด้วยเพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างดียิ่งขึ้น

รู้ไหม SEO ทำได้ทั้งกับรูปภาพและบทความ

SEO เป็นเทคนิคการตลาดออนไลน์ที่ทุกเว็บไซต์ควรทำ เพราะเป็นเกณฑ์วัดคุณภาพของเว็บไซต์ที่ Google ใช้ในการจัดอันดับการนำเสนอบนหน้าจอ เมื่อมีการค้นพบด้วย keyword ต่าง ๆ ซึ่ง SEO สามารถทำได้ทั้งในส่วนของบทความและรูปภาพ ดังรายละเอียด ต่อไปนี้

SEO บทความ

คนที่ใช้ Google ค้นข้อมูล จะหาจากการพิมพ์ keyword ในช่อง search ซึ่งผู้ที่ทำเว็บไซต์ SEO สามารถศึกษาคำที่นิยมใช้หาใน Google search Console ซึ่งเป็นแหล่งวิเคราะห์และรวบรวมสถิติด้านต่าง ๆ ไว้ ซึ่งนำไปต่อยอดได้มาก

เมื่อได้ keyword แล้ว ให้นำมาเป็นหัวใจในการเขียนบทความ SEO ที่ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายต่อไป ทั้งนี้ ต้องใช้ในการตั้งชื่อบทความ (Title) และคิดบทคัดย่อ (Meta Description) เพื่อดึงดูดใจให้คนคลิกเข้ามาอ่านบทความฉบับเต็มในเว็บไซต์ด้วย เป็นการเพิ่มค่า traffic ให้เว็บไซต์ได้ด้วย

ทั้งนี้ การทำ บทความ SEO คนส่วนใหญ่จะใช้โปรแกรม WordPress ซึ่งสามารถดาวน์โหลดปลั๊กอิน เช่น Yoast SEO ช่วยในการวิเคราะห์การตั้งชื่อหัวข้อและการเขียนบทย่อ ว่าเหมาะสมหรือยังต้องปรับปรุง และ plugin นี้ยังสามารถใช้ในการสร้าง hyperlink เชื่อมโยงไปสู่เพจหน้าอื่น ซึ่งจะช่วยส่งผลให้อันดับ SEO ดีขึ้นได้ด้วย

SEO รูปภาพ

การทำ SEO ให้รูปภาพ เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่ที่จริงแล้วมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการทำ SEO ให้บทความ หากเว็บไซต์ของคุณแสดงรูปภาพสวย ๆ ปรากฏอยู่ในหน้าต่างค้นหาภาพหรือ image ใน Google จะกระตุ้นให้คนคลิกเข้าไปชมรายละเอียดอื่น ๆ ในเว็บไซต์ นำไปสู่การขายสินค้าได้ด้วย

มีการวิจัยพบว่าผู้คนในปัจจุบันชอบดูรูปภาพที่สวยงาม มีเอกลักษณ์ และนิยมนำรูปภาพที่น่าประทับใจไปอ้างอิงต่อ ซึ่งหากเว็บไซต์คุณทำ SEO จนภาพถูกนำไปใช้ต่อก็จะทำให้เพิ่มค่า traffic การเข้าชมเว็บไซต์ได้ ทำให้ยิ่งเพิ่มอันดับ SEO เว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้

การทำ SEO ให้กับรูปภาพ จะประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ

การทำสารบัญรูปภาพหรือที่เรียกว่า sitemap

การใส่รายละเอียดลงไปในส่วน alt tag และการวางตำแหน่งรูปภาพให้เหมาะสมตรงกับย่อหน้าที่กล่าวถึง

การตรวจสอบผลการทำใน Google search Console ว่าว่าข้อมูลในระบบมีการอัปเดตขึ้นจริง และเมื่อคุณลองพิมพ์ค้นหาใน Google ก็จะพบว่ารูปทั้งหมดที่คุณทำแสดงแล้วเรียบร้อย

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO มีประโยชน์ต่อธุรกิจออนไลน์ ไม่ว่าจะทำ SEO ให้บทความหรือรูปภาพก็ต้องมีความสม่ำเสมอ มีการผลิตผลงานสดใหม่ตลอดเวลา และที่สำคัญต้องไม่ไปคัดลอกงานซ้ำจากแหล่งอื่นที่จะทำให้ถูกแบนจากระบบ Google ได้

เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเข้าใจหลักการทำ SEO ในสองส่วนนี้มากขึ้น เพื่อนำไปปรับใช้กับธุรกิจออนไลน์ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

SEO เป็นเทคนิคการตลาดออนไลน์

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการทำการตลาด SEO และ SEM

การทำ การตลาดออนไลน์ แบบ SEO และ SEM เป็นสิ่งที่สามารถช่วยให้เว็บไซต์ทางธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าและบริการทุกประเภทประสบความสำเร็จมากขึ้น โดยเฉพาะเป้าหมายในด้านยอดขายและการขยายฐานลูกค้าให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ

การตลาดทั้งสองแบบนี้ มีหลักการและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ที่เจ้าของธุรกิจควรทราบตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อการวางแผนการปฏิบัติและหวังผลที่เหมาะสม ดังที่เรารวบรวมประเด็นมาดังนี้

มารู้จักเทคนิคการทำ SEO

SEO หรือ search engine optimization เป็นการตลาดที่เหมาะอย่างยิ่งกับธุรกิจรายย่อย หรือผู้ที่มีเงินทุนจำกัด เพราะเป็นเทคนิคที่ไม่มีค่าใช้จ่าย กล่าวคือ เมื่อผู้ทำเว็บไซต์ศึกษาวิธีการทำ SEO จากหนังสือหรือลงคอร์สเรียน แล้วนำมาศึกษาเพิ่มผ่านประสบการณ์

การอัปเดตข้อมูลในเว็บไซต์เป็นประจำ ร่วมกับการพัฒนาส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าในการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ ระบบ algorithm ของ Google ก็จะมาเก็บข้อมูลไปเปรียบเทียบทางเทคนิค เพื่อนำสู่การจัดอันดับแสดงผลในหน้า SERPs หรือ search engine result pages ที่ดีขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของเว็บไซต์ไม่ถนัดทำ SEO หรือไม่มีเวลาบริหารจัดการ ก็สามารถจ้างบริษัทเอกชนที่มีประสบการณ์สูงทำเว็บไซต์ SEO ให้ก็ได้เช่นกัน

ทั้งนี้ ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำ SEO แนะนำว่าต้องดูแลทั้งในส่วนโครงสร้าง การตรวจสอบลิงก์ที่เชื่อมโยงให้มีคุณภาพ ไม่มีปัญหาความผิดพลาดหรือ Error การทำ SEO ให้แก่รูปภาพประกอบ ก็สามารถช่วยเสริมอันดับในการสืบค้นให้ดีขึ้นได้

การผลิตบทความที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องอัปเดตเป็นประจำทุกวันก็สำคัญ เพื่อให้ลูกค้าเกิดการจดจำและมีการเข้ามาชมสม่ำเสมอ ฯลฯ เหล่านี้ คือ เคล็ดลับการทำ SEO ที่ดี ซึ่งต้องอาศัยเวลา 3 ถึง 6 เดือน จึงเห็นผลอันดับดีขึ้นชัดเจน

SEM เทคนิคที่ต้องเรียนรู้

ส่วน SEM เป็นเทคนิคที่ย่อมาจาก search engine marketing เป็นการตลาดออนไลน์ที่ต้องมีการจ่ายเงินให้แก่ Google ในการประมูลพื้นที่ส่วนของ Sponsor และจะต้องมีการชำระให้แก่ทาง search engine เพิ่มเติม เมื่อมีผู้คลิกเข้ามาชมเป็นรายครั้ง แต่ก็นับว่าคุ้มค่า หากมีการซื้อขายสินค้าตามมา

SEM จึงเหมาะกับการเร่งกระตุ้นยอดขายในช่วงวันเทศกาล เช่น ปีใหม่สงกรานต์ คริสต์มาส หรือช่วงปลายเดือนที่ผู้คนส่วนใหญ่มีกำลังซื้อสินค้า เป็นช่วงเวลาที่กระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี

การทำ SEO และ SEM เป็นเทคนิคการตลาดที่ทุกธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตทำควบคู่กันได้ แต่แนะนำให้มีการวางแผนว่าจะต้องทำ SEM เสริมจาก SEO ในช่วงเวลาใดของเดือนหรือปี เพื่อให้ควบคุมรายจ่ายได้ดี และได้กำไรจากการขายคุ้มค่ามากที่สุด

เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ผู้ที่ทำเว็บไซต์ออนไลน์เห็นถึงความแตกต่างและรับรู้ข้อจำกัดของ SEO และ SEM ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสมกับจังหวะเวลาและงบประมาณต่อไป

มารู้จักเทคนิคการทำ SEO

เทคนิคการตลาดออนไลน์ SEO ที่คนรุ่นใหม่ควรรู้จัก

ปัจจุบันการซื้อขายสินค้าออนไลน์เป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารและความรวดเร็วของระบบเครือข่าย 5G ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายจากทั่วโลกสามารถติดต่อเชื่อมโยงกันได้ การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization จึงเป็นเทคนิคการตลาดออนไลน์ที่ควรให้ความสำคัญเพราะเป็นโอกาสที่จะทำให้ เว็บไซต์ของคุณถูกจะค้นพบได้ง่าย เท่ากับเพิ่มโอกาสในการแข่งขันกับสินค้าแบรนด์อื่นนั่นเอง

การทำ SEO เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเนื่องจากระบบการสืบค้นของ Yahoo และ Google จะวัดจากคุณภาพของเว็บไซต์ที่มีการพัฒนาและอัพเดทข้อมูลอย่างสม่ำเสมอโดยลำดับการแสดงผลในหน้าต่างสืบค้นจากอันดับ SEO ซึ่งคุณสามารถทำเว็บไซต์ SEO ได้ด้วยเทคนิคต่อไปนี้

1.การใช้ keyword ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า และไม่ใส่ keyword ซ้ำเกิน 2-3 ครั้งในแต่ละบทความบนเพจ เพราะระบบ AI จะประเมินว่าเป็นบทความคุณภาพต่ำ ที่สำคัญคือ เนื้อหาต้องไม่มีการคัดลอกจากที่ใดเพราะจะกลายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และถูกประเมินเรื่องการนำข้อมูลของผู้อื่นมาดัดแปลง (Plagiarism) ได้เปอร์เซ็นต์ต่ำจนทำให้กระทบต่อการจัดอันดับเว็บไซต์หรือถูกแจ้งเตือนจากระบบได้

2.การทำโครงสร้างของเว็บไซต์ให้สวยงามอ่านง่าย เป็นระเบียบ มีธีมของสีและฟอนต์ตัวอักษรที่จดจำง่ายเป็นเอกลักษณ์

3.การสร้างเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายทั้งกับระบบโทรศัพท์มือถือและระบบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จะทำให้สินค้าของคุณขายได้ง่ายยิ่งขึ้นเนื่องจากคนส่วนใหญ่เกิน 80 % นิยมใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อสืบค้นข้อมูลหรือสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากกว่าการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

4.การพัฒนาเนื้อหาบทความ หรือที่เรียกว่า Content ที่นอกจากจะใส่ keyword แบบคำสั้น ๆ แล้วควรจะใส่เป็น Long Tail Keyword ด้วย เช่น ร้านของคุณเป็นร้านขายดอกไม้ออนไลน์ ก็ควรจะใช้ keyword แบบยาว ว่า “ร้านขายดอกไม้ออนไลน์ ราคาถูก” “ขายดอกไม้ออนไลน์ รับปริญญา” “ขายดอกไม้ออนไลน์ กรุงเทพ” เป็นต้น จะทำให้มีเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในการขายสินค้าและบริการมากยิ่งขึ้น

การทำ SEO เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

5.การทำสื่อสนับสนุนการขาย เช่น รูปภาพและคลิปประกอบสินค้า ควรมีความน่าสนใจและให้ความสำคัญกับการตั้งชื่อ เช่น คุณทำร้านขายเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ก็ควรจะทำคลิปสาธิตวิธีการใช้เครื่องที่เป็นเอกลักษณ์ และตั้งชื่อคลิปโดยใช้ keyword ที่จะทำให้ลูกค้าสืบค้นได้ง่ายด้วย

6.การแนะนำเว็บไซต์ของคุณโดย post link ในเว็บบอร์ดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและไม่ใช่การสแปม ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งของ SEO ที่นิยมกัน

จะเห็นได้ว่า การทำการตลาดออนไลน์ SEO มีเทคนิคอยู่หลายอย่าง ไม่มีกฎตายตัวว่าสินค้าหนึ่ง ๆ จะต้องทำแบบเดียวกันจึงจะประสบความสำเร็จ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ท่านที่กำลังสนใจทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ได้นำไปเป็นแนวทางในการสร้างความสำเร็จให้แก่เว็บไซต์ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น